หนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ผมตั้งตารอตลอดเดือนเมษายนที่ผ่านมาคงไม่พ้น Iron Man (แน่นอนไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีรั่วอย่าง ไอ้แมงปอ แน่ๆ) ผมอยากไปดูตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉายเลยด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากเลิกเรียนก็ทุ่มนึงแล้ว วันถัดไปเรียน9โมงอีก เลยไม่สามารถไปดูได้ วันศุกร์สอบอีกต่างหาก ต้องอ่านหนังสือ เลยทำให้กว่าจะได้ดูก็เป็นคืนวันศุกร์เข้าไปแล้วล่ะครับ ทำให้ได้ฟังคำชื่นชมและคำติ พอๆกันก่อนเข้าไปดู


เอาล่ะครับ เริ่มกันเลยดีกว่า


เรื่องเริ่มมาก็แสดงให้เห็นถึงความมีอิทธิพลของโทนี่ สตาร์ก เพราะทหารหลายคนยังเกรงกลัวและเกรงใจเขา แต่สตาร์กก็ยังแสดงความเป็นกันเองด้วยการถ่ายรูปด้วย รวมไปถึงยิงมุกใส่ทหารที่มาด้วย


หลังจากเฮฮาไปได้ซักพัก ต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตของสตาร์กต้องเปลี่ยนไปก็ได้เริ่มต้นขึ้น มุมมองของเขาที่มีต่อ"งาน"ของเขาที่เคยเป็นภาพลักษณ์ด้านดีๆมาโดยตลอด ก็เริ่มเผยอีกด้านนึงออกมาให้เห็น นี่เป็นสิ่งที่ทำให้สตาร์กตัดสินใจเป็น Iron man


ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจะไปดูมาแล้ว(ผมมาอัพช้าไป) เพราะฉะนั้นผมขอพูดถึงประเด็นและคำพูดที่ผมชอบในหนังแล้วกันนะครับ


ก่อนหน้าที่สตาร์กจะพบกับจุดเปลี่ยนของชีวิต ได้โดนนักข่าวคนนึงสัมภาษณ์ บทพูดตรงนี้ผมก็ไม่แม่นนัก แต่ซับที่ขึ้นรู้สึกจะใช้คำว่า"ไม้ตะพด"ล่ะมั้ง (แต่ความหมายก็คืออาวุธนั่นล่ะครับ)


นักข่าวสาว : สันติภาพที่เกิดขึ้นเพราะการใช้กำลัง มันจะเป็นสันติภาพได้เหรอ?? (หรืออะไรประมาณนี้ผมจำไม่ค่อยได้แล้ว เพราะประโยคที่ผมโดนจริงๆคือด้านล่าง)

 

สตาร์ก : ผมคิดว่า สันติภาพคือการที่คุณ ถือไม้ตะพดที่ใหญ่กว่าคนอื่นทุกคน


นั่นสินะ....ถ้าแข็งแกร่งกว่า คนอื่นก็ไม่กล้าหือ สันติภาพย่อมเกิดกับตัวคุณอยู่แล้ว


แต่นั่นมันก็เฉพาะในกรณีที่...ไม่มีใครคิดจะมาแหยมจริงๆ ซึ่งในความเป็นจริงต้องมีคนลองของโดยการขโมยไม้ตะพดมาฟาดหัวคุณ แล้วเอาไปครอบครองอยู่แล้วล่ะ


ซึ่งจุดนี้ผมชอบมากๆ ตรงที่มันสะท้อนสังคมมนุษย์ออกมาอย่างนึง ที่ทุกประเทศพากันสร้างอาวุธออกมา แต่เดิม ก็อาจจะเพราะตัวเองไม่อยากถูกคนอื่นรุกราน ไม่อยากถูกข่มเหง ทุกประเทศอาจจะคิดว่าทำเพื่อ "สันติภาพ" และ "ความมั่นคง" ของประเทศ

 

แต่ผลลัพธ์ที่ออกมา ในบางครั้งไอ้ไม้ที่คิดจะเอามาป้องกันตัว มันก็กลับกลายเป็นไม้ที่เอาไปใช้ไล่ฟาดหัวคนอื่น แล้วแย่งชิงเอาของของคนอื่นมา ซ้ำร้ายกว่านั้น ไอ้ไม้อันนั้นแหละ มันอาจจะฟาดหัวคนสร้างซะเอง


ถ้า"มือ"ที่ถือไม้ในขณะนั้น โดนควบคุมโดย "สมอง" ที่คิดจะไปแย่งชิงของๆคนอื่น ผลลัพธ์คงจะไม่เป็นเรื่องดีสักเท่าไหร่นัก


ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆ ที่คนประดิษฐ์"ไม้" คิดจะให้ไม้นั้นเป็นเครื่องมือให้เกิดสันติภาพ

แต่"ไม้"นั้นกลับกลายเป็นเครื่องมือทำลาย"สันติภาพ"ซะเอง


ดังนั้นสตาร์กจึงสร้าง"เหล็ก"ขึ้นมาเพื่อจะไปทำลาย"ไม้" โดยในเริ่มแรก หนังก็แสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะของสตาร์ก ด้วยการสร้างชุดจากเศษเหล็ก และชิ้นส่วนของอาวุธที่เคยประดิษฐ์มา


หลังจากออกมาได้ สตาร์กก็เริ่มโครงการสร้าง"อาวุธชิ้นใหม่"ทันที โดยคราวนี้ทัศนคติในการดำเนินชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว หลังจากที่ได้พบกับ"อีกด้าน" ของสิ่งที่เป็น "งาน" มานานกว่าครึ่งชีวิตของเขา


แต่อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าจะเป็นการทำเพื่อพิทักษ์โลก แต่สตาร์กก็ยังคงไม่หลุดไปจากการใช้ "ไม้ตะพดที่ใหญ่กว่า" เพื่อสันติภาพ อยู่ดี หากวันใดวันหนึ่งชุดเกราะที่สตาร์กสร้างขึ้นถูกขโมยไปลอกเลียนแบบ เช่นเดียวกับวายร้ายในภาคแรกนี้


สตาร์กก็คงต้องรับมืออย่างหนักเลยทีเดียว และก็ต้องพยายามพัฒนาชุดเกราะให้ดีขึ้นไปอีก จะได้เป็นการถือ"ไม้ที่ใหญ่ที่สุด" ในขณะนั้นต่อไป

 


แด่สันติภาพ(ชั่วคราว)ที่เกิดจากอาวุธครับ

ซุปเปอร์ฮีโร่ผู้ไม่พึ่งความเหนือธรรมชาติ แต่พึ่งความสามารถของตัวเองเท่านั้น

 


เรื่องนี้ผมให้89 เพราะ ชอบประเด็นที่สอดแทรกเข้ามา รวมถึงความยียวนกวนประสาทของสตาร์ก แต่ไม่ให้ถึง90เพราะฉากแอคชันยังไม่มันส์สะใจเท่าไหร่


เรื่องนี้ได้ยินว่าจะมีการสร้างภาค2 ผมคงไม่พลาดแน่นอน เพราะถ้าให้เทียบกับสไปเดอร์แมน และ แบทแมน บีกินส์ ที่ทำออกมาก่อนหน้านี้แล้วนี่เป็น1ในหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมใกล้เคียงกันเลยล่ะครับ

 

ปล.หนังซุปเปอร์ฮีโร่แทบทุกเรื่องผมจะมีการลำเอียงในการให้คะแนนอยู่แล้วนะครับ เพราะชอบหนังแนวนี้น่ะครับ