สรุปภาพยนตร์ปี 2550(2) ประเภทหนังต่างประเทศ
posted on 10 Jan 2008 15:06 by mahado in Moviesก่อนอื่น ขอพูดเรื่องที่ทำให้ผมดีใจมากๆก่อนละกันนะครับ ^^ จากเอนทรี่ที่แล้ว มีสิ่งที่ผมคาดไม่ถึงหลายอย่างเลย
บลอกผมขึ้น Hot Post ครั้งแรก!!! รวมทั้งเจ้าของบลอกที่ผมติดตามอ่านเป็นประจำ คือ พี่ศิชน เข้ามาอ่านบลอกผมด้วย แหะๆ ขอบคุณมากๆนะครับ ^^ นอกจากนี้ คุณnanoguy ที่ผมได้อ่านบทความทาง pantip และในexteenอยู่บ่อยๆก็เข้ามาคอมเมนท์เช่นกัน ^^ นอกจากนี้นับจนถึงบ่าย2กว่าๆของวันที่10มกรานี้ มีคนเข้ามาดูบลอกผมเกิน120คน...จากปกติอยู่ที่ราวๆ20นิดๆ(อานิสงค์ของHot Post) ก็ขอบคุณคนที่กดดรากอนบอลให้ผมด้วยนะครับ ^^ ทำให้ไฟในการพิมพ์ต่อลุกโชนเต็มที่เลย 555
เอาล่ะ เข้าเรื่องกันต่อเลยดีกว่าครับ สำหรับหนังต่างประเทศ แน่นอนว่ามีหนังหลายเรื่องที่ผมมีตกหล่นไปแน่นอนครับ จะขอเอาเฉพาะเรื่องที่ผมมีบันทึกไว้ในเครื่องคอมมาขึ้นแสดงละกันนะครับ (ส่วนมากหนังที่ตกหล่นไปน่าจะเป็นหนังเอเชียนะครับ)
ประเภทที่2 หนังต่างประเทศ
Night At The Museum
Santa Slay
Blood Diamond
Music and Lyrics
The Pursuit Of Happyness
Babel
Ghost Rider
Mr.Bean Holiday
The Number 23
Hannibal Rising
Shooter
Spiderman 3
Protégé
28 weeks later
Fantastic 4 : Rise Of The Silver Surfer
Transformers
Die Hard 4.0
Harry Potter and The Order Of The Phoenix
Perfect Stranger
Rush Hour 3
1408
Stardust
The Game Plan
Beowulf
The Golden Compass
The Warlords
Aliens VS Predator 2
และ National Treasure : Book of Secrets
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกเรื่องหรอกครับที่ผมเข้าไปดูในโรง หลายเรื่องผมดูจากแผ่นนั่นแหละ ^^' (ของหนังไทยก็เช่นกัน) จริงๆตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบัน ปี2550ที่ผ่านมา น่าจะเป็นปีที่ผมดูหนังเยอะที่สุดแล้ว และ ก็น่าจะเป็นปีที่ผมมีโอกาสเข้าโรงหนังบ่อยที่สุด เพราะผมได้ดูหนังฟรีๆหลายเรื่องด้วยกันครับ ^^(เลยทำให้ได้ดูเยอะทั้งหนังไทยและเทศ) ซึ่งไม่แน่ใจว่าปีนี้จะมีโอกาสเหมือนปีที่แล้วมั้ย ถ้าไม่มีก็รอดูหนังแผ่นอยู่บ้านตามปกติ ยกเว้นบางเรื่องที่อยากจะเข้าไปดูในโรงครับ ^o^
สำหรับหนังต่างประเทศในปี2550 ที่ผมยังพลาดไปนั้นก็มี Rattatouille (ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ถูกมั้ยนะครับ) คือยังไม่มีเวลาดูน่ะครับ แต่แผ่นอยู่ในความครอบครองแล้วน่ะ ^^' เพราะงั้นก็คงไม่ได้นำมาพูดถึงในการเป็นที่สุดของปีสำหรับ Entryนี้ครับ
เอาล่ะมาเริ่มกันที่อันดับ1เลยดีกว่าครับ แต่น..แตน...แต๊น...แตน...แต่น...แตน....แต๊นนนนนนนนนนน
อันดับ 1 Spider-Man 3 หรือ ไอ้แมงมุม 3 ที่จริงเรื่องนี้ออกแนวเด็กเส้นนิดๆสำหรับตำแหน่งนี้ที่ผมให้นะครับ เพราะผมชอบหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่อยู่เป็นทุนเดิม แต่สำหรับผมแล้วไม่มีหนังเรื่องไหนทำออกมาได้ในระดับนี้เลยครับ จัดได้ว่าเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ทำออกมาได้ดีที่สุดในบรรดาหนังซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหมด แล้วภาคนี้ยังมีตัวละครยอดนิยมอย่างวีนอม มาปรากฏตัวอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหนังที่ผมรอคอยมานาน และ เป็นภาคที่ผมรอคอยอยู่แล้วด้วย(อยากเห็นวีนอมฉบับคนแสดงมานานแล้ว) เพราะฉะนั้น อันดับ1จึงตกเป็นของสไปเดอร์แมนครับ
สิ่งที่โดดเด่นในเรื่องนี้ มาตลอด3ภาคผมคิดว่าเป็นเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม แล้วก็CGนะครับ แม้ว่าจะมีบางฉากในภาคนี้ที่ มันดูแปลกๆตาไปนิด (ฉากที่เครนเหวี่ยงไปโดนตึก) แต่โดยรวมแล้วเป็นหนังที่CGดูแล้วให้ความรู้สึกสมจริงมากในระดับนึง นอกจากนี้ในภาคที่3นี้ มีความเป็นหนังชีวิตสูงขึ้นกว่า2ภาคแรกด้วยครับ แม้ว่าฉากจบมันจะดูจบแบบง่ายๆไปหน่อยก็ตาม(เรื่องของแซนด์แมนน่ะ) แต่ถ้ามีภาค4(ซึ่งไม่รู้ว่าจะสร้างมั้ย) ผมก็คงตามดูต่อไปล่ะครับ สำหรับอเมริกันฮีโร่ผู้มีชีวิตรันทดอย่าง"ไอ้แมงมุม"
อันดับ 2 The Warlords หรือในชื่อไทยว่า "3 อหังการ์เจ้าสุริยา" เป็นหนังจีนฟอร์มยักษ์ที่ยักษ์ซะจนตอนแรกผมนึกว่าฮอลีวู้ดมาออกทุนสร้างซะอีก = ='' (แต่ไม่ได้เข้าใจผิดไปนานนักหรอกนะครับ ที่เข้าใจผิดเพราะเห็น เจทลี นั่นแหละ)
ซึ่งโดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้ ถ้าไม่นับความเป็นเด็กเส้นของสไปเดอร์แมน หนังเรื่องนี้คงจะได้อันดับ 1 ของปีในประเภทหนังต่างประเทศแล้วล่ะครับ แม้ว่าดูเรื่องอื่นอาจจะสนุกกว่า มันส์กว่า แต่ผมชอบที่ความเป็นดราม่าของหนัง แม้ว่าหนังเรื่องนี้ในบางจุด จะไปไม่ถึงที่สุดของอารมณ์ในหนัง(คือน่าจะดึงคนดูให้อินไปกับอารมณ์ของหนังได้มากกว่านี้) แต่หนังเรื่องนี้ถือได้ว่าสะท้อนแง่มุมของความเป็นมนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยมเรื่องนึงเลยทีเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากไคลแมกซ์ของหนัง ในช่วงกลางๆเรื่อง เป็นฉากที่แสดงถึงความทารุณอย่างที่สุด ที่พูดมานี่ไม่ใช่เพราะผมชอบความโหดนะครับ แต่ผมชอบ...การแสดงและมุมมองของหนังในฉากนี้ เพราะแม้ว่าจะมองไม่เห็นสภาพในขณะนั้นทั้งหมด แต่ว่า เราก็สามารถรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร สำหรับผมถือว่าเป็นฉากที่ไม่มีเลือดให้เห็น แต่เป็นฉากที่ผมยังอดเบือนหน้าหนีไปพักนึงไม่ได้เลย ที่ชอบหนังเรื่องนี้มากๆก็เพราะฉากนี้เลยล่ะครับ (พูดมาตั้งนาน....ใครดูแล้วคงรู้นะครับว่าผมหมายถึงฉากไหน.....ถ้าใครไม่แน่ใจก็ฉากนี้ครับ>>>>กันไว้ก่อนกลัวเป็นสปอยล์>>> ฉากยิงธนูใส่เชลยศึกครับ)
สำหรับสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันในเรื่องนี้คือนักแสดงครับ สำหรับเจทลี และ หลิวเต๋อหัวนั้น ผมว่าสุดยอดทั้งคู่อยู่แล้วครับ ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีมาก และสำหรับ ทาเคชินั้น ถ้าจำไม่ผิดผมเคยดูหนังญี่ปุ่นที่เค้าเล่นอยู่เหมือนกัน และ ถ้าผมไม่ได้ดูตี10ผมคงลืมไปแล้วว่านักแสดงคนนี้เคยเล่นคู่กับหลิวเต๋อหัวในเรื่อง จอมใจบ้านมีดบิน(หนังที่ผมคิดว่าเต็มไปด้วยการหักหลัง และ ตอนจบก็ยังหักหลังคนดู 555<<ผมกับเพื่อนถึงพูดว่า"จบแล้วเหรอวะ" เพราะจบแบบงงๆครับ) ไม่ว่าจากเรื่องไหน ผมก็ไม่ได้คิดว่าการแสดงของนักแสดงคนนี้โดดเด่นมากนักนะครับ แต่กับเรื่องนี้ ....เป็นนักแสดงที่ถือว่าเล่นได้ดีมากๆคนนึงเลยครับ สำหรับผมแล้วเรียกได้ว่านักแสดงคนนี้เด่นขึ้นมาทันตาเห็นเลยล่ะ จากการเล่นหนังเรื่องนี้
อีกเรื่องนึงที่ผมชอบในเรื่องนี้คือเสียงดนตรีประกอบภาพยนตร์ครับ ผมว่าเสียงดนตรีของหนังเรื่องนี้ผมชอบตั้งแต่ตอนอยู่ในหนังตัวอย่างแล้ว มันให้ความรู้สึกเศร้าๆอย่างบอกไม่ถูกแฮะ ^^ อยากหามาฟังอยู่เหมือนกันครับ
ดูไปดูมา....วอร์ลอร์ดได้รับคำชมจากผมไปมากกว่าสไปเดอร์แมนอีกนะครับเนี่ย 555 ต่อกันเลยกับอันดับต่อไปนะครับ
อันดับ 3 Transformers ก่อนอื่นเลยขอบอกว่า ผมไม่เคยดูฉบับการ์ตูนหรือ แบบอนิเมชันใดๆ ที่เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลยนะครับ ความรู้สึกตอนที่ตัดสินใจไปดู ก็คล้ายๆกับหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆนั่นแหละครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องนึงที่ผมกะจะไปดูเอามันส์ แล้วก็มันส์จริงๆ :p รวมทั้ง CG ที่หลายๆคนบ่นว่าดูเร็วๆ ลายตายังไงก็ไม่รู้ แต่ผมกลับชอบ CG ในหนังเรื่องนี้นะครับ แล้วก็บทของหนังก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวครับ(อย่างน้อย ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจในหนังก็ไม่ได้ซื่อบื้อคิดว่า"ข้ามีอำนาจ ไม่ฟังใครทั้งนั้น" เหมือนในหนังเรื่องอื่นๆครับ)
แล้วก็เพลงประกอบของหนังเรื่องนี้ เพลง What I've done ก็เป็นเพลงนึงที่ผมชอบมากๆด้วยครับ ^^
เนื่องจากไม่มีหนังเรื่องไหนที่ผมให้คะแนนส่วนตัว พอๆกับ ทรานส์ฟอร์มเมอร์นะครับ(ผมให้ทรานส์ฟอร์เมอร์ไว้89/100) เพราะงั้นจึงไม่ประกาศอันดับ4ละกัน แต่จะพูดชื่อหนังที่ผมชอบมากๆที่เหลือในปีนี้ครับ (พวกที่ผมให้ตั้งแต่80/100ขึ้นไปน่ะครับ)
Music and Lyrics ด้วยความที่เพลงของหนังเรื่องนี้เพราะ แล้วก็ผมชอบคำแปลของเนื้อเพลงด้วยน่ะครับ เรื่องนี้ก็เลยเป็น1ในหนังที่ผมชอบมากๆเรื่องนึงในปีนี้
Shooter เป็นหนังแอคชันที่ผมดูแล้วรู้สึกว่ามันส์ดีครับ ไม่คิดว่าพวกสไนเปอร์จะบู๊ล้างผลาญแบบนี้เป็นด้วย(ฮา)
Die Hard 4.0 เรื่องนี้ตอนผมดูก็ไม่ได้กะจะดูเอาเหตุผลอยู่แล้วครับ เพราะงั้น ดูเอามันส์อย่างเดียว ซึ่งก็ได้ใจไปเต็มๆครับในเรื่องของความมันส์ ^^ (แม้ว่าจะมีฉากที่ดูขี้โม้ โอเวอร์ ทำได้ไงเนี่ย อยู่เต็มไปหมดเลยก็ตาม 555)
Rush Hour 3 เรื่องนี้ผมก็จะเข้าไปดูเอาความตลกของคู่หูคู่นี้ที่ต่อเนื่องมาจนถึงภาค3ครับ โดยรวมแล้วก็ถือว่าโอเคเลย แม้ว่าจะไม่ได้ดีเด่นหรือประทับใจเป็น3อันดับแรก แต่ก็เป็นหนังที่ผมดูแล้วสนุกมากๆเรื่องนึงครับ ^^(ในเรื่องนี้ ฉากที่ผมชอบที่สุดคือ ฉากแม่ชีครับ ฮามากๆ ^^b)
Stardust เป็นหนังที่ผมไม่ได้คาดหวังอะไรไว้เลยในตอนแรก ไม่ได้กะจะไปดูด้วยครับ เพราะเอือมๆกับหนังแฟนตาซีที่ระยะหลังโผล่ออกมาจ่อคิวฉายกันเพียบ บอกตามตรงว่าถ้าเพื่อนผมคนนึงไม่ได้อยากจะดูเรื่องนี้ ผมจะไปดูบอดี้...ศพ#19อีกรอบในวันนั้นครับ แต่สุดท้ายพอดูสตาร์ดัสต์แล้ว เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดีกว่าที่ผมคาดไว้มากมายเลยครับ ส่วนบอดี้ก็คงต้องรอแผ่นไป เหอๆ
National Treasure : Book Of Secrets เรื่องนี้ถือว่าเกือบหลุดโผครับ เพราะรอบแรกที่พิมพ์และกดPublishไป ตกชื่อเรื่องนี้ไปซะเฉยๆ เหอๆ เลยกลับมากด Edit ให้เรื่องนี้ครับ ผมชอบภาคนี้มากกว่าภาคแรกนะครับ แม้ว่าตอนหลังๆบางอย่างมันจะดูแล้ว...ไม่น่าจะเป็นไปได้ก็ตาม แต่ถือว่าเป็นหนังที่ผมดูแล้วรู้สึกว่าเป็นหนังที่สนุกอีกเรื่องนึงเลยครับ
เอาล่ะครับ ก็จบไปแล้วสำหรับสรุปหนังต่างประเทศปี2550 ซึ่งจะต่างกับแบบของหนังไทยตรงที่ผมไม่ได้เลือกสาขาเด่นๆอย่างนักแสดงนำยอดเยี่ยมมาพิมพ์ไว้ เพราะหลายเรื่องมักจะลงตัวอยู่แล้ว และ บางเรื่อง....อย่างทรานส์ฟอร์มเมอร์ ถ้าจะบอกว่า ออปติมัส ไพร์ม เป็นนักแสดงCGยอดเยี่ยมแห่งปี ก็ใช่ที่(อันนี้ยกตัวอย่างเฉยๆนะครับ 555)
ปล.มีเรื่องนึงที่ผมลืมแทรกไว้ในentryตั้งแต่เมื่อวานครับ คือหลังจากที่พิมพ์ไปนานๆแล้วผมก็เลยลืมพิมพ์ไปว่า ฉากไหน คำพูดไหน เป็นคำพูดที่ผมชอบ จากในหนังเรื่องต่างๆนะครับ(ซึ่งผมคงจะไม่กล่าวถึงฉากเหล่านั้นแบบสปอยล์นะครับ) แล้วก็ยังจะมีหนังที่ผมดูแล้วผมผิดหวังในปีที่แล้วด้วยครับ ซึ่งก็คาดว่าจะทำเป็นอีกentryนึงล่ะมั้งครับ ^^' และอาจจะพูดถึงรวมกันทั้งหนังไทยและเทศครับ(ถ้าไม่พิมพ์อะไรยืดยาวแบบentryที่แล้วกับentryนี้นะครับ)
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน และ ทุกๆคอมเมนท์ที่แวะเข้ามาให้กำลังใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ
EDIT : กลับมาเพิ่มหนังเรื่องนึงครับ เนื่องจากตกหล่นเรื่อง National Treasure 2 ไปครับ ....ลืมไปว่าเป็นหนังเรื่องล่าสุดที่ดูครับ
edit @ 10 Jan 2008 17:54:08 by SkyKiD
แต่แนะให้ไปเก็บบรรยากาศในเรื่อง I am legend ล่ะฮับ ...แอบชอบความเงียบผสมหลอนแบบนั้นดีฮัึบ แม้ว่าจะทำได้ดีเกินไปหน่อยในครึ่งแรก จนตอนจบมันแปร่งๆก็ตามฮับ เอิ๊กๆๆๆ
ส่วนอีกเรื่องที่ไปดูแ้ล้วให้ความรู้สึกแปลกดี ก็เรื่อง Elizabeth : Golden Age น่ะ... อาจจะเำพราะได้ไปดู รักแห่งสยาม มาด้วยล่ะมั้ง พอมาถึงเรื่องนี้ เลยได้เห็นมุมกล้อง กับอะไรที่อยู่ตรงกันข้ามกันจนน่าประหลาดใจ ทำให้ได้เห็นแนวคิดอะไรใหม่ๆด้วยน่ะฮับ ...ถ้าว่างพอก็ลองดูได้นะ ฉาก+ชุด ตระการตามากๆฮับ
#1 By DDP on 2008-01-10 22:25