"คำพิพากษา"จากกรอบของความเชื่อและความคิด
posted on 18 Feb 2008 21:52 by mahado in Analysis, To-Thinkสวัสดีครับผู้อ่านทุกคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมบลอกของผม
วันนี้ผมกลับมาอัพบลอกอีกแล้ว รู้สึกช่วงหลังๆผมจะมีไฟอัพบลอกมากกว่าสมัยแรกๆที่เข้ามาเขียนบลอกแบบเป็นไดอารี่ซะอีก(ตอนนี้entryไดอารี่ผมทำเป็นDraftไปหมดแล้ว) ส่วนนึงที่ไฟแรงคงเป็นเพราะว่าเทอมนี้ผมได้เรียนวิชาParagraph Writing(การเขียนย่อหน้า) ที่มหาลัยล่ะมั้งครับ เลยทำให้ได้ฝึกเขียนบ่อยๆ แล้วก็ได้อ่านบทเขียนหลายๆอย่าง เลยมีแรงบันดาลใจในการเขียนมากกว่าก่อนหน้านี้
สำหรับวันนี้หัวข้อที่ผมอยากจะพูดถึงในEntryนี้นั้น ก็เป็นเรื่องของการตัดสิน(พิพากษา)ผู้อื่นครับ
ก่อนอื่นผมขอยกตัวอย่างถึงกรณีที่เคยเป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อนนะครับ ถ้าใครยังจำกันได้ กับกรณีร้านเจ๊เล้งถูกเด็กขโมยของในร้าน จากนั้นทางร้านก็จะดำเนินคดีกับเด็กคนนั้น(หรือเด็กเหล่านั้น <<ผมก็จำไม่ได้ว่าเด็กถูกจับได้กี่คน)
อ้อ!! เกือบลืมบอกครับ ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเจ๊เล้งนะ แล้วก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเด็กคนนั้นด้วย นอกจากนี้ผมก็ไม่ได้รู้จักกับใครในข่าวนี้เลยด้วย
ถ้ายังจำได้ จะมีอยู่กระแสหนึ่งที่เสมือนหนึ่งเป็นคำพิพากษาของสังคมไปเป็นที่เรียบร้อย คือ..."เจ๊เล้งโหด" หรือ "รวยแล้วทำไมแค่นี้ยอมความไม่ได้" หรือ "แค่เด็กทำผิดนิดหน่อยเอง"
บอกตามตรงนะครับ ตอนนั้นผมรู้สึกไม่ค่อยดีนักกับกระแสข่าวเหล่านี้เหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิดบรรดาสื่อก็ลงข่าวไปในทำนองเห็นใจเด็กและผู้ปกครองของเด็กกันหมด ถ้าจำไม่ผิดเด็กคนนั้นตอนนั้นจะ 9 ขวบ มั้งนะ ก็ถือว่าเด็กอยู่อาจจะน่าเห็นใจก็จริง แต่ท่านๆทั้งหลายเคยนึกถึงหัวอกคนโดนขโมยบ้างหรือไม่ครับ(ผมไม่ได้เหมาว่าทุกคนเข้าข้างเด็กนะ แต่ว่าผมแค่เสนออีกแง่มุมนึง ที่ตรงข้ามกับที่สื่อเสนอในขณะนั้น)
หากวันใดวันหนึ่งมีเด็กอายุราวๆ9-10ขวบ ไม่มีเงิน แล้วบุกเข้ามาขโมยของในบ้านของท่านๆทั้งหลาย ติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ท่านจะไม่แจ้งความหรือ? ท่านจะไม่ดำเนินคดีหรือ? แล้วก็....ท่านจะไม่รู้สึกว่าเดือดร้อนหรือ??
นอกจากนี้....ถ้าผมจำไม่ผิด สุดท้ายแล้ว เจ๊เล้งยังต้องให้เงินคู่กรณีอีกมั้ง = ='' ผมก็เลือนๆลางๆล่ะนะ ข่าวมันก็เก่าแล้ว อีกประเด็นนึงที่เป็นข่าวในช่วงไม่ห่างกันมากนักก็คือ คุณแม่คนหนึ่งที่มีลูกหลายคน ขโมยของในห้างโลตัส ....ซึ่ง พอถูกจับได้ กระแสเห็นใจของสังคมก็ตามมากันเพียบเช่นเดียวกัน
แต่ประเด็นหลักที่ผมจะพูดถึงคือการพิพากษาของมนุษย์ครับ มนุษย์อย่างเราๆท่านๆนี่แหละ มักจะมีนิสัยชอบตัดสินผู้อื่นจากความคิด และทัศนคติของตน โดยที่หลายๆครั้งอาจจะมองข้ามจุดยืนของคนที่ถูกตัดสินไป
โดยพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนแล้ว ไม่มีใครเหมือนกันทั้ง100%หรอกครับ ไม่ว่าจะเป็นการถูกเลี้ยงดู สภาพแวดล้อม คนรอบข้าง ฐานะทางการเงิน ฐานะทางสังคม หรือแม้แต่การถูกสั่งสอนให้เชื่อในสิ่งต่างๆ
และคนเราชอบตัดสินผู้อื่นจากกรอบของตัวเองครับ นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์นะ...
ผมขอพูดถึงอีกตัวอย่างหนึ่ง....ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนมากๆ จากในวิชาปรัชญาที่ผมเคยลงทะเบียนเรียนเมื่อตอนอยู่ปี2
" ชายผู้หนึ่ง....แบกแม่ของเขาที่ยังมีลมหายใจ เดินเข้าไปกลางทุ่งน้ำแข็งที่สุดแสนจะหนาวเหน็บ....เพื่อที่จะวางร่างของแม่ของเขาไว้ ณ ที่แห่งนั้น จากนั้นจึงเดินทางกลับเผ่าของตน และปล่อยให้ร่างของแม่ผู้ให้กำเนิดนอนรอความตายอยู่ตรงนั้นเอง "
เป็นยังไงบ้างครับ ความรู้สึกของคุณ ชายผู้นี้อกตัญญูใช่มั้ย?? เนรคุณสิ้นดี??
จากกรณีศึกษานี้ ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นเรื่องจริงมั้ย แต่ผมก็เชื่อนะว่ามันคงมีอยู่จริง(เพราะโลกเรามีวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลายครับ) ....การทำแบบนี้เป็นประเพณีของชนเผ่านึง ซึ่งจะต้องนำร่างของพ่อแม่ตนเองไปทิ้งไว้กลางทุ่งน้ำแข็งเพื่อปล่อยให้ตาย และนับว่านั่นเป็นการแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ของตน
สาเหตุของประเพณีดังกล่าว อาจารย์ของผมเล่าให้ฟังว่า...น่าจะมาจากการที่อาหารของชนเผ่านี้หาค่อนข้างยาก และวิธีการนี้เป็นเหมือนการกำจัดภาระของชนเผ่า ที่อาหารไม่ค่อยจะพอเพียงต่อความต้องการของคนในเผ่าครับ
ซึ่ง...วิธีการแบบนี้มันต่างกับการแสดงความกตัญญูของคนไทยแบบสุดขั้วไปเลย เพราะฉะนั้น ผมถึงเดาว่าหลายๆคนที่อ่านไป คงจะคิดว่า ชายคนนี้อกตัญญู แต่ถ้ามองว่าชายผู้นี้ ทำแบบนี้ เพราะเขาถูกสั่งสอนให้เชื่อแบบนั้น ว่าทำแบบนี้คือความกตัญญูอย่างที่สุด ก็แสดงว่าเขาได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีได้อย่างถูกต้องทุกประการแล้ว(แม้ว่าจะเป็นคนชั่วในสายตาของคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ในกรอบของวัฒนธรรมคนละอย่างกัน)
อาจจะมีหลายคนตัดสินไปแล้วว่า เรื่องแบบนี้จะมีจริงเหรอ ทำแบบนี้มันเหมือนฆ่ากันทั้งเป็น คงไม่มีหรอก โหดร้ายเกินไป แต่อย่าลืมว่าพิธีกรรมอย่างการฝังคนทั้งเป็นไว้ใต้ประตูเมืองตามความเชื่อ ก็มีในประเทศไทยสมัยก่อนเช่นกันนะครับ
ดังนั้นแม้แต่ประเทศพวกเราเองเมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต พิธีกรรมหลายอย่างในสมัยก่อนก็ดูโหดร้ายและไม่เป็นธรรม แต่....มันก็เป็นกรอบในสังคมในตอนนั้นครับ เช่นเดียวกัน...สิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่และคิดว่าถูกต้อง คิดว่าดีในตอนนี้ แน่ใจหรือว่าต่อไปในอนาคต ความเชื่อเหล่านี้ยังจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีต่อไป
เพราะฉะนั้นการนำตัวของเราเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินผู้อื่นว่า ใครถูก ใครผิด ก็เหมือนกับเป็นเรื่องตลกอย่างนึง เพราะเราทุกคนก็อยู่บนคนละกรอบอยู่แล้ว เพราะถูกเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกันครับ และโตในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันครับ การจะตัดสินว่าใครดีใครชั่วด้วยตัวของเรานั้น มันคงเป็นอะไรที่พูดไม่ได้ทั้ง100%หรอกครับ
แต่ถ้าให้ผมจำกัดความของคำว่า"ผิด" ผมคงจะบอกว่า เป็นการกระทำที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน โดยไม่มีเหตุผลที่รองรับอันสมควรครับ เช่น "การไล่ฆ่าผู้คนอย่างไร้เหตุผล" หรือ "การทำร้ายผู้อื่น/แย่งชิงของจากผู้อื่น เพื่อปรนเปรอความสุขของตน"(เช่น ปล้น ชิงทรัพย์ เพื่อนำเงินไปเที่ยว)
ยังไงก็ตาม ผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน ก็มักจะตัดสินผู้อื่นจากมุมมองของตัวเองเช่นกัน แต่ก่อนหน้านั้น ผมขอเสนอว่า อยากจะให้ลองพยายามมองในจุดยืนของคนผู้นั้นก่อน แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ตรงจุดนั้นได้ 100% แต่ถ้าคิดว่าเราเป็นเขา แล้วมีเหตุให้ทำเช่นนั้นได้ ก็คงจะไม่ไปต่อว่าอะไรมากหรอกครับ(นอกจากว่าจุดยืนของตัวเราเองมีเหตุให้ต้องทำแบบนั้น เช่น เป็นตำรวจ ก็ต้องจับคนที่ทำผิดกฎหมาย)
คนเราทุกคนมีเหตุผลในการกระทำใดๆแตกต่างกัน ถ้าสมมติว่าคุณและคนในครอบครัวไม่มีเงิน และไม่ได้กินข้าวมา3วัน นอกจากนี้ยังไม่สามารถขอความช่วยเหลือ หรือขอเงิน/อาหารจากใครได้เลย คุณจะไม่นำตัวเองเสี่ยงมาขโมยของในห้างเพื่อประทังความหิวให้คนในครอบครัวของคุณหรือ?
**แถม**สำหรับผม..............การเซ็น"เซ่อ"เป็นอีกกรณีหนึ่งที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังพิพากษาคนจำนวนมากด้วยกรอบความคิดของตัวเอง ว่าสิ่งใดควรเห็น ไม่ควรเห็น ซึ่งมันเป็นอะไรที่ตลกสิ้นดี(แต่ผมไม่ขำนะ)
คุณล่ะ คิดว่ามันตลกมั้ย??
ปล. เชื่อมั้ยครับว่าวันนี้ผมอัพEntryนี้โดยไม่ได้คิดว่าจะมาโยงกับเรื่องเซ็น"เซ่อ"เลย แต่พอพิมพ์จนถึงย่อหน้าสุดท้าย ก็ได้ย่อหน้าปิดท้ายเป็นเรื่องของการเซ็น"เซ่อ"ซะงั้น
ปล2. ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นล่วงหน้านะครับ
)
...

เรื่องการใช้อัตวิสัยมาตัดสินการกระทำผู้อื่น ผมก็เห็นด้วยกับคุณครับว่าเป็นเรื่องปรกติ ธรรมดมามากๆ
แต่ในสังคมที่ mature ผู้คนสามารถละ "อัตวิสัย" ของตนเพื่อ respect กฎที่มีลักษณะรวมหมู่ได้
แสดงความเห็นเท่านี้ก่อนนะครับ อาจจะไม่ค่อย clear ต้องขออภัย
#1 By Art VS. Ying on 2008-02-19 00:34