"กอด" ทำไมต้องHandle Me With Care

posted on 26 Feb 2008 01:15 by mahado  in Movies

***คำเตือน...ใครยังไม่ได้ดู อาจจะอ่านไม่ค่อยเข้าใจ และ อาจมีสปอยล์ในบางจุด แต่ถ้าอยากอ่านประกอบการตัดสินใจ ก็คงพออ่านได้ครับ ไม่ได้สปอยล์รุนแรง*** 

 

หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ผมตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะไม่ไปดูอย่างเด็ดขาด!! ตั้งแต่วันที่ได้อ่านเรื่องย่อครั้งแรกครับ เพราะในเรื่องย่อที่ผมได้อ่านมานั้น เป็นอะไรที่ตั้งอยู่บนความแปลกจนผมไม่คิดว่ามันจะเป็นหนังที่ดีได้เลย

 

ทำไมผมถึงบอกว่าแปลกน่ะเหรอครับ จากที่ผมอ่านเนื้อเรื่องย่อในตอนแรก "พระเอกไม่มีเสื้อใส่ เพราะคนตัดเสื้อให้กินถั่วติดคอตาย เลยจะไปผ่าแขนออก" ทำให้ผมคิดในใจว่า หนังอะไรวะเนี่ย!! ในมุมมองตอนแรกของผมคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ค่อนไปทางตลกด้วยซ้ำ หลังจากอ่านเรื่องย่อ เพราะพลอตมันดูไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

 

(หากใครใจร้อน ข้ามย่อหน้าสีเทาไปได้เลยนะครับ แค่เกริ่นเฉยๆว่าอะไรทำให้เปลี่ยนใจ) 

จากนั้นก็เริ่มด้วยกระแสในพันธ์ทิพย์ที่แนะนำว่ากอดเป็นหนังดี แต่ก็มีหลายคนบอกว่าไม่ดี(เป็นแบบนี้มาแทบทุกเรื่อง นอกจากหนังแย่มากจะเห็นชัดว่ากระแสไปในทางเดียวกันสุดๆ) ในที่สุด....ผู้ช่วยในการตัดสินใจของผมคนแรกก็มาถึง ..น้องnanoguy บอกผมว่าหนังเรื่องนี้ผมควรจะไปดู(ที่จริงใช้คำว่าบังคับ 555) หลังจากนั้นผมก็คิดว่า งั้นหนังอาจจะดีจริงก็ได้ ไว้ค่อยตัดสินใจอีกที เพราะการบ้านก็กองท่วมหัว

....จากนั้นก็ได้คุยกับเพื่อน ซึ่งดูมาแล้ว....เพื่อนผมบอกว่า "หนังไม่สนุกเลย!! อย่าไปดู เสียดายตังค์" ผมก็.....อะไรเนี่ย หนังเรื่องเดียวกันรึเปล่า แต่ก็พอเข้าใจว่าถ้าดูแบบไม่คิดอะไร อาจจะเป็นได้ว่าไม่เข้าใจว่าหนังมันสะท้อนสังคมหรือเสียดสีสังคมยังไง ก็เลยยังคิดว่าจะไปดู แต่ไว้รอการบ้านเสร็จก่อน

พอกลับถึงบ้าน ก็เห็น พี่ศิชน อัพบลอกพอดี เห็นชัดว่า84% .....แถมเป็นหนังแนวจิกกัดสังคม เมื่อรวมกับคำทิ้งท้ายที่ว่ามีหลายประเด็น ทำให้อัพได้อีกหลายเอ็นทรี่ อัพได้เป็นเดือน ผมก็คิดว่าน่าสนใจขึ้นมากทีเดียว ท่าทางเรื่องนี้จะมีอะไรให้คิดเยอะ ก็เลยตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไปดูวันอังคาร แต่ไปๆมาๆวันนี้ตื่นสายครับ เลยไม่ได้ทำโปรเจคที่มหาลัยซักเท่าไหร่ ก็เปลี่ยนใจไปดูหนังวันนี้แทน

(จบการเกริ่นละครับ)

แต่ก่อนจะเข้าถึงตัวหนัง ผมขอบ่นเรื่อง EGVนิดหน่อยละกันนะครับ โฆษณาตัวเบ้อเริ่ม ว่านักเรียนนักศึกษา วันธรรมดา80บาท พอเอาเข้าจริงก็อ้างว่าไม่รวมโรง1 กับ โรง2 แล้วทำไมในใบโฆษณาไม่คิดจะบอกล่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าผมไปพอดีเวลามากๆ+ไม่อยากเสียเที่ยว ผมจะไม่ดูแล้วนะเนี่ย เพราะไปไม่ทันหนังตัวอย่างแล้ว  แต่ที่เช็ครอบที่ SF ไว้แล้ว มันดึกไปนิด ผมเลยต้องเสียเงิน120บาท เพื่อเข้าไปดูในเวลาที่โปรโมชัน80บาท(ซึ่งเรื่องนี้ ไม่มีในโรงที่ EGV คิด80บาท) ....ยังดีนะที่ใบปลิวแลกป็อปคอร์นฟรียังแลกได้

...นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเปลี่ยนกลับมาดู EGV หลังจากดูSFตลอดปีเมื่อปีที่แล้ว เพราะเพื่อนแนะนำว่า EGV โรงดีมาหลายรอบแล้ว + ลิโด สยาม สกาลา ไม่มีเรื่อง"กอด"เข้าฉาย และพบว่า...โรงที่จ่ายแพงกว่าโรงอื่นนี้ ไม่ป้องกันเสียงรบกวนเลย ส่วนนึงเพราะพนักงานไม่ยอมปิดประตูโรง ผมซึ่งนั่ง A1(หลังสุด) ได้ยินเสียงเพลงกับเสียงจากโรงอื่นด้วย

"นี่มันอะไรกันครับ"

 

เอาล่ะ พูดเรื่องอื่นไปซะยาว ขอพูดถึงหนังซะที หนังเรื่องนี้มีความมืดมนของสังคมอยู่ตลอดทั้งเรื่องครับ ผมพูดตรงๆเลยว่า หนังเรื่องนี้มันต่างจากใบปิดและตัวโฆษณาที่ปล่อยออกมาเสียจริงๆ ถ้าให้เทียบแล้ว.....ผมว่าหนังตัวอย่างของเรื่องนี้โปรโมตได้คนละทางกับตัวหนังจริงๆ ผมคิดว่ามันพอๆกับ"รักแห่งสยาม"เลยนะ

แต่เรื่องนี้ไม่มีฉากผู้ชายจูบกันและไม่มีเกย์ในเรื่องเท่านั้นล่ะครับ แล้วก็ฉากที่พระเอกกอดนางเอกด้วยแขนทั้ง3 ซึ่งเราก็พบเห็นในโปสเตอร์ของหนังและตัวอย่างหนัง ฉากเหล่านี้ไม่มีในหนังเรื่องนี้นะครับ!!

 

หลังๆรู้สึกว่าตัวอย่างหนังเริ่มหลุดออกจากตัวหนังจริงๆไปเยอะเหมือนกัน แต่ผมไม่คิดอะไรมากหรอกนะครับ เพราะ วิธีการโปรโมตแบบนี้ก็มีข้อดีของมันเองเหมือนกัน คือทำให้คนดูได้เข้าไปรับรู้สาระของหนัง หลังจากที่ดูครับ ไม่ใช่ว่า....ดูหนังตัวอย่างก็รู้หนังทั้งเรื่อง หรือ90%ของเรื่องไปแล้ว แบบนั้นแล้วจะเสียเงินดูหนังไปทำไมกัน ดูแค่ตัวอย่างก็พอ

 

เอาล่ะกลับมาต่อดีกว่า ตอนจะพิมพ์เอนทรี่นี้ก็พึ่งสังเกตว่า คำว่า "สัตว์ประเสริฐ" ที่ผมเขียนในเอนทรี่ที่แล้ว เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเอนทรี่ของพี่ศิชนด้วยแฮะ ที่จริงตอนดูเรื่องนี้ในโรง....ผมก็คิดว่ามันคล้ายกับเรื่องที่ผมพึ่งพูดถึงในบลอกไปไม่นาน ในเรื่องการพิพากษาจากกรอบความคิด ซึ่งในเนื้อเรื่อง เห็นได้ชัดมากว่าขวานโดนตัดสินด้วยความคิดของคนหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็น ตัวซวย ตัวเชื้อโรค และอื่นๆอีกมากมาย

 

บอกตามตรงว่าหนังเรื่องนี้....โดนใจผมมากๆ เป็นหนังGTHที่ผมดูแล้ว ไม่ Feel Goodเลยซักนิด ผมFeel Badมากๆ แต่ไม่ใช่ว่าหนังไม่ดีนะครับ หนังดีมากๆ ตอนนี้หนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกของปีนี้ที่ผมได้ดูในโรงก็จริง แต่ผมก็คิดว่า....หนังเรื่องนี้คงอยู่เป็นตัวเปรียบเทียบกับหนังดีเรื่องอื่นๆในปีนี้อีกนานแน่ๆครับ

 

ระหว่างที่ดู ผมนั่งดูไป ก็มีหลายฉากน้ำตาซึมๆเลยทีเดียว ไม่ใช่ซึมเพราะซึ้งนะครับ แต่ผมเศร้ามากกว่า ว่าสังคมในปัจจุบันเป็นถึงขนาดนี้แล้วหรือ?

 

และที่จริงแล้วประโยคตะกี้ก็ไม่ใช่คำถามหรอกนะครับ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เห็นอยู่แล้วในสังคมนั่นล่ะ เพียงแต่พอมันอยู่ในหนัง มันก็แทงจึ้กๆ ทำเอาผมสลดใจจริงๆ กับการที่มีคนหัวเราะไปกับมุกตลกแบบนั้นได้ ....เชื่อมั้ยว่ามุกตลกที่ในหนังหัวเราะกันทั้งตลาด ผมไม่ขำเลยซักนิด ผมเครียดนะนั่น...ทำไมสังคมมนุษย์มันเลวร้ายแบบนี้ สิ่งที่เขามีไม่เหมือนคนอื่น มันตลกงั้นหรือ? (ผมไม่อยากใช้คำว่าปมด้อยนะครับ เพราะในเรื่องขวานใช้แขนทั้ง3ข้างได้คล่องมากๆ ออกจะเป็นปมเด่นด้วยซ้ำ แต่ปมนี้แตกต่างจากคนอื่นในสังคม)

 

จากประเด็นที่"ขวาน" ตัดสินใจที่จะไปผ่าแขนทิ้งเพราะไม่มีเสื้อจะใส่ ที่ตอนแรกผมว่ามันเป็นพลอตที่ไม่สมเหตุสมผลสุดๆ แค่หาช่างคนใหม่เรื่องก็น่าจะจบได้ แต่เมื่อมาถึงท้ายเรื่อง ผมกลับคิดว่ามันสมเหตุสมผลดีแล้วที่เป็นแบบนั้น และหนังเรื่องนี้ยังทำออกมาได้ลงตัว ในหลายๆด้าน โดยเฉพาะคำพูด(หรือสิ่งที่คิดได้)ของขวานตอนไปงานศพของลุงร้านตัดเสื้อ

 

ประโยคนั้น เป็นประโยคที่.....ทำให้ผมเศร้ามากๆ ผมไม่ได้เศร้าเรื่องแขนของขวานหรอกนะ ผมเศร้าเพราะคำที่เป็นท่อนต่อจากนั้น มันเป็นสิ่งที่สังคมเราขาดไปจริงๆ ถ้ามีก็ถือได้ว่ายังมีอยู่น้อยมากๆ

 

ในส่วนของอารมณ์รวมๆในหนังนั้น แม้ว่าจะมีฉากที่สดใสบ้าง แต่ผมกลับรู้สึกว่าแต่ละคำพูดของนักแสดงในเรื่อง สะท้อนให้เห็นอคติของคนในสังคมมากมาย ตั้งแต่การไม่กินปลาซึ่งเป็นอาหารจานโปรดของคนบนโต๊ะ การมองว่าเป็นตัวซวย เป็นตัวจังไร(จงใจพิมพ์ผิดนะครับ) และยังมีประเด็นอื่นๆอีกมากมาย

 

ซึ่งถ้าดูแบบผ่านๆไม่คิดอะไรเลย....ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ คงเป็นหนังที่ไม่คุ้มค่าตั๋วเหมือนที่เพื่อนผมบอกนั่นแหละครับ แต่ถ้ารู้ว่าตรงไหนกำลังจิกกัดสังคมอยู่เรื่อยๆ ก็จะพบว่านี่เป็นหนังที่สะท้อนออกมาได้โดนใจมากๆ ตัวอย่างของสิ่งที่ผมชอบ เช่น รถหาเสียงที่....เป็นตัวแทนของสส.(ในความคิดผมนะ) ตำรวจในเรื่อง โดยเฉพาะคนแรกก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่า ตำรวจนั้น......ซะจริงๆ

 

นอกจากนี้แล้ว.....เรื่องนี้ยังสะท้อนประเด็นใหญ่ๆ2ประเด็นสำหรับผมเลยครับ(จริงๆมีมากกว่า2นะ แต่เอาอันที่ทิ่มตาเลย)

1.คนเราจำนวนไม่น้อยตัดสินคนจากภายนอกจริงๆ ถ้าเราต่างจากคนทั่วไป(เช่น มี3แขน ก็จะถูกหาว่า เป็นตัวประหลาด ตัวเชื้อโรค หรือ กรณีหน้าอกใหญ่ ก็จะมองกันตรงหน้าอก แล้วคิดแต่เรื่องอย่างว่า .....คิดเรื่องอื่นกันน้อย)

2.และคนอีกจำนวนหนึ่งซึ่งน่าจะมากกว่าข้างบน(ส่วนมากพวกกลุ่มข้างบนจะมีอาการของกลุ่มนี้ด้วย) นั่นคือ มีอคติกับภาพพจน์ในอดีต ตรงนี้ผมไม่ขอพูดถึงในหนังแล้วกัน เดี๋ยวจะกลายเป็นสปอยล์รุนแรง แต่....คนในกลุ่มนี้ก็จะมองแค่ว่า คนนี้เคยติดคุก เคยติดยา หรือแม้แต่ การมองว่า การ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระเหมาะสำหรับเด็กเท่านั้น ซึ่งมักจะเป็นทัศนคติที่มีติดตัวมานานแล้ว กลุ่มนี้ถือว่าเป็นปัญหาอย่างนึงที่แก้ยาก

 

ซึ่งถ้ายกกรณีที่เกี่ยวกับกระแสในวงการภาพยนตร์ก็ โซระ อาโออิ กับ ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นนั่นแหละ .....ทั้งๆที่จริงๆแล้ว สิ่งที่โซระทำ มันไม่ผิดวัฒนธรรมในบ้านเขา แต่บ้านเราก็ยังพยายามที่จะเอากรอบกติกาของสังคมและวัฒนธรรมในบ้านเราไปตัดสินเค้าอีก (ใครเคยอ่านบลอกผมในเอนทรี่เรื่องคำพิพากษา นี่ก็เหมือนกรณีลูกกตัญญูที่เอาแม่ไปทิ้งในทุ่งน้ำแข็งแหละครับ) <<ผมไม่ได้เข้าข้างGTHหรือโซระในเรื่องนี้นะ ผมเป็นกลาง และผมไม่ได้จะพูดถึงผลกระทบการให้โซระมาเล่นด้วย แต่การที่พูดถึงโซระแบบที่โซระเป็นคนผิด โดยการเอาการเล่นหนังAVของโซระมาเป็นตัวตัดสินโซระ ถึงจะเป็นกรณีที่ผมพูดครับ

 

ที่จริงเรื่องนี้ผมเขียนรีวิวด้วยความลำบากใจส่วนหนึ่งนะครับ ถ้าพิมพ์มากไปก็กลัวจะสปอยล์ จนไม่มีอะไรน่าค้นหาอีกแล้วในหนัง หรือถ้าน้อยไป คนที่ยังไม่ได้ดูก็อาจจะไม่เข้าใจ ซึ่งผมเองก็ไม่คิดว่าผมหาสิ่งที่ผู้กำกับสอดแทรกไว้ตลอดทั้งเรื่องได้ครบจนหมดหรอกครับ แต่การอ่านๆบลอกในระแวกนี้ ก็ช่วยให้ผมพบแง่มุมหลายๆแง่มุมที่ซ่อนไว้ในหนังเรื่องนี้มากเลยทีเดียวครับ

 

เอาล่ะ มาถึงตรงนี้ผมขอพูดถึงหัวข้อในวันนี้ละกันนะครับ

ทำไมต้อง Handle Me With Care? ทำไมไม่ใช้ Hug

ผมคิดว่ามันแล้วแต่การตีความของแต่ละคนนะครับ แต่...ในมุมมองของผม Hug ก็แปลว่ากอด แต่มันให้ความหมายได้ไม่ตรงกับเนื้อเรื่องซักเท่าไหร่หรอกครับ แต่ Handle Me With Care สามารถเป็นตัวแทนของหนังเรื่องนี้ได้ครับ เพราะอาจจะแปลได้ประมาณว่า "จับต้องฉันด้วยความระมัดระวัง/หรือเอาใจใส่" (ผมก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมากนักหรอกนะครับ) แต่ Hug แปลว่า กอดรัด เท่านั้นเองครับ

 

ซึ่งในที่นี้ผมคิดว่าคำว่า Care หรือ แคร์น่ะ คือแคร์ความรู้สึกครับ เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง ตัวละครทั้งเรื่องนี้ยกเว้นนางเอก พูดจาไม่ระวังปากกันเลยสักคน ไม่มีใครสังเกตสีหน้าของ"ขวาน"เลยว่าขวานรู้สึกยังไงเวลาพูดถึงเรื่อง3แขน(หรือสังเกตแล้วแต่ไม่สนใจก็ไม่รู้) ซึ่งมีเพียง"นา" คนเดียวเท่านั้นที่พูดกับขวานอย่างดี ไม่ได้ซ้ำเติมขวานแบบคนอื่นๆ

 

สรุป เรื่องนี้ผมให้ 85++ เต็ม100ครับ  มี++ของผมคือ มากกว่า85 หลังจากที่ได้อ่านความคิดเห็นของคนอื่นแล้วเข้าใจในหนังมากขึ้นไปอีกนะครับ ส่วน85นี่ ตอนก้าวเท้าออกจากโรงเลย แต่หากไม่ชอบหนังแนวเสียดสีสังคม และ รับไม่ได้กับหนังประเภทนี้เลย ไม่ต้องไปดูหรอกครับ เพราะบทหนังมันจะไม่มีอะไรที่แปลกกว่าหนังธรรมดาๆเลย

 

ปล.เรื่องนี้ผมดูแล้วเครียดเกือบตลอดเรื่อง ซึ่งส่วนมากจะมาจากน้ำตาตกในเพราะสลดกับสภาพสังคมอันสุดแสนจะ......(เติมกันเองละกันนะครับ)

ปล2.รู้สึกว่ายาวเหมือนกันแฮะ Entryนี้ แต่ประเด็นที่มีในหนังยังหยิบมาพูดไม่หมดเลย เรื่องนี้ดูแล้วจุกจริงๆ โดนไปหลายดอกเลย

ปล3.ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับกระแสตอบรับที่มากมายในเอนทรี่ที่แล้วด้วยครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราต้อง Handle คนอื่นรอบตัวเราด้วย Care ครับ
เพราะมนุษย์โลกส่วนใหญ่ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ fragile ในตัวมันเอง
โดยเฉพาะคนที่มีอะไร "ผิดแปลก" ไปจากคนอื่น ก็ยิ่งบอบบางมากกว่าคนอื่น

แต่สังคมปัจจุบัน บางครั้งไม่ใช่แค่ Handle without care แต่ยังเขวี้ยงทิ้งลงพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างจงใจ

แล้วจิตใจของคนเหล่านั้นจะไม่แตกร้าวได้อย่างไร?

#1 By nanoguy on 2008-02-26 03:55

หนังเรื่องต่อไปที่ "น้องอ้อย" แสดงนั้น มองเห็นประเด็นของขาประจำลอยมาแต่ไกลเลยล่ะครับ
เทียบกับ กอด ก็เหมือน community ที่เอาแต่มองหน้าอก แล้ววิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา
คนทั้งคน มองเห็นแต่หน้าอก มันก็สะท้อนคุณภาพของ community นั้นชัดเจนแล้วล่ะครับ

ปล.
3 ปีที่ผ่านมา ผมดูหนังไทย โดยไม่ติดตามข่าวจากสถานที่พวกนี้
ปรากฏว่า ผมดูหนังไทยสนุกกว่าที่คิดเอาไว้หลายเรื่องเลยล่ะครับ

#2 By chubby on 2008-02-26 04:31

ไม่อ่านเนื้อหานะครับ
แต่อยากดูเรื่องนี้

เพราะเป็นแฟนวง สี่เต่าเธอ ครับ

#3 By วิชัย... on 2008-02-26 05:45

ครับผม

ผมชอบประโยคหนึ่งในหนังครับที่นาต้องการให้ขวานโทรหา

แล้วขวานบอกประมาณว่า ปัญญาอ่อนอ่ะครับ

แล้วนาก็พูดมาว่า ก็ฉันไม่มีคนโทรหามาเป็นปีแล้ว

ผมโคตรชอบประโยคนี้อ่ะครับ มันกระทบใจสุด ๆ อ่ะครับ
ผมว่าคนทำหนังคงภูมิใจแล้วล่ะครับที่มีคนเห็นคุณค่าของสิ่งที่เค้าแฝงเอาไว้ตรงจุดนี้

#5 By ::poompuien:: on 2008-02-26 17:17

ถึงตัวผมจะไม่ได้ไปดู แต่ในทรรศนะคนเรียนภาษาอังกฤษ(แน่ล่ะ ออกตัวจริงใจว่าไม่เก่งเชี่ยไรเลย) ก็รู้สึกว่าคำว่า Handle มันแปลกๆ - -

Handle มันแปลคล้ายๆ Manage อ่ะ จงจัดการด้วยความรักและห่วงใยรึ? แปลกๆทีเดียว - - แต่นั่นแหละ ผมไม่มีอะไรจะติงมาก เพราะไม่ได้ใส่ใจหนังเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็ตาม (เพราะยังไม่คิดจะไปดู+ไม่สนใจดูหนังไทยเท่าที่ควร รู้ๆกัน)

ปล. SF ตอนเรนซ์ไปดูเคยเจอแมลงสาบบินผ่านด้วย = = และตอนนั้นพวกผมก็นั่งดูกับเรนซืด้วย หลังจากนั้นมาเรนซ์ไม่ไปดู SF อีกเลย
ปล.2 ผมชอบโรงหนังพารากอนมากที่สุด ถ้าไม่ติดว่ามันแพงบอรม

#6 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-02-26 17:19

แค่คน 2 คนก็มีมุมมองต่างกันแล้ว ทางที่ดี ตัดสินเองดีกว่าคับ

#7 By Silver_Moony on 2008-02-26 18:41

ส่วนตัวแล้วกลับมองว่า handle me with care สื่อถึง ขอให้ปฎิสัมพันธ์กับฉันด้วยความใจดีและจริงใจ ไปซะนู่นอะค่ะ ประมาณว่า ผิดปรกตินะ ทำอะไรนึกถึงใจด้วยนะ ขนาดนั้น

แต่ยังไม่ได้ดูหนังเลยค่ะ=[]= คิดเหมือนจขบ.ว่าสาเหตุของการเดินทางมันช่างประหลาด
อ่านแล้วเหมือนว่า จะเป็นอารมณ์หนังcultหนังทดลองแต่โปรโมตแบบหนังจริงจัง จะเวิร์คเหรอเนี่ย? คิดอย่างนี้น่ะค่ะ
จะขอดูกระแสอีกซักพักแล้วจะตัดสินใจว่าจะดูดีมั้ยค่ะ

#8 By songsage on 2008-02-26 18:59

ไว้เข้า Tsutaya ละกันครับ cry

#9 By Penz on 2008-02-26 23:21