คำเตือน :

1. เอนทรี่นี้ยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่สามารถอ่านข้ามบางช่วงบางตอนได้นะครับ

2. เป็นเอนทรี่ที่ผมอัพรูปขึ้นค่อนข้างเยอะ(12รูป) เพราะฉะนั้นถ้าเนทช้าอาจจะโหลดโหดนะครับ(แต่เสียเวลาโหลดไม่นานเท่ากับเวลาอ่านหรอกครับ)

3. หนังสือหลายเล่ม ผมจำไม่ได้ว่าซื้อที่บูทเบอร์อะไรครับ เพราะฉะนั้นเอนทรี่นี้จึงอาจจะเหมาะสำหรับคนที่คิดว่าอาจจะสนใจหนังสือประเภทเดียวกันผม หรือ อยากรู้ว่าผมสนใจและซื้อหนังสือประเภทไหนบ้าง

 


ก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่า....งานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ เป็นครั้งที่ผมเสียเงินไปมากที่สุดตั้งแต่เคยไปมา และได้หนังสือกลับมาบ้านเยอะที่สุดตั้งแต่เคยไปซื้อมาเลยล่ะครับ(ผมไป2ครั้งคือ พฤหัสที่27กับเสาร์ที่29 หนังสือเต็มกระเป๋ากลับมาทั้ง2ครั้ง)

 

หมายเหตุ : เรียงหนังสือตามใจชอบนะครับ เพราะงั้นอาจจะดูมั่วๆไปบ้าง  

1. มีดที่13 เล่มที่26 

 

เล่มนี้ตอนแรกที่ไปวันที่27 เซ็งนิดหน่อยที่หมดครับ พอถามคนขายดันบอกว่าจะมาสัปดาห์หน้า แต่พอมาวันที่29ดันมีขาย ก็เลยสอยกลับบ้านมาครับ ตอนนี้อ่านจบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

2. ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น

3.กำแพงคนตาย

 

หนังสือ2เล่มนี้จากบูทSICครับ สำหรับปิดเทอมใหญ่นั้น ผมอ่านจบแล้วเรียบร้อยเช่นเดียวกับมีดที่13 ส่วนกำแพงคนตาย ที่ซื้อมาเพราะผมเคยซื้อ"กำแพงคนโง่"มาอ่านแล้วชอบครับ แม้ว่าจะยังอ่าน"กำแพงคนโง่"ไม่จบก็เถอะ

หนังสือกำแพงคนตายมีลูกเล่นที่หน้าปกนิดหน่อย คือ..."กำแพงคนโง่"ขายได้40,000,000เล่มทั่วโลก แต่"กำแพงคนตาย"ขายได้4,000,000เล่มทั่วโลก ดูเผินๆ เหมือนขายได้เท่ากันเลย 555 (ผมคิดว่าคงมีคนหลงคิดว่าเป็นเลขเดียวกันไปแล้วนะ) 

 

 

4.โลกของเรา

5.ที่นี่...มีชีวิต

6.Doggy Doggy2

7.Stoon-dent2

 

หนังสือ4เล่มนี้ผมอ่านจบไปแล้ว3เล่มครับ คือ 3เล่มแรก

ขอพูดถึงทีละเล่มเลยแล้วกันครับ

 

โลกของเรา : เป็นการ์ตูนไทยที่สุดยอดมากครับ ประเด็นที่นำเสนอและเสียดสีสังคมโดนใจผมมากๆ เป็นหนังสือที่เหมาะกับชื่อ"โลกของเรา"จริงๆ

 

ที่นี่...มีชีวิต : อ่านจบแล้วไม่แพ้โลกของเราเลยครับ(คนเขียนคนเดียวกันครับ) บอกตามตรงว่าเล่มนี้ผมซื้อตอนไปครั้งที2 เพราะตอนแรกคิดว่าจะซื้อ"โลกของเรา"ไปอ่านอย่างเดียว แต่...อ่านแล้วติดใจมากๆ เลยกลับมาซื้อเล่มนี้อีกเล่มครับ

 

Doggy Doggy2 : เป็นการ์ตูนทำมือที่อ่านได้อย่างเพลิดเพลิน อ่านไปยิ้มไปครับ คิดถูกที่รีบซื้อมา เพราะตอนนี้ล็อตแรก100เล่มได้หมดไปแล้ว จนต้องทำมาอีก100เล่มเลยทีเดียว(ยินดีด้วยครับ)

 

8. ต.ตุ่นตุ๊ต๊ะผจญภัย เล่ม1

9. ต.ตุ่นตุ๊ต๊ะผจญภัย เล่ม2

 

จากบูทSE-EDครับ หนังสือ2เล่มนี้คือสาเหตุที่ทำให้ผมไปงานสัปดาห์หนังสือในวันเสาร์ เพราะพี่เล็ก ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ไปแจกลายเซ็นในวันนั้นครับ  พี่เล็กเป็นกันเองสุดๆ สำหรับใครที่อยากได้ลายเซ็นในหนังสือ+ของแถมสวยๆไปที่บูทSE-EDวันเสาร์ที่5เมษานี้นะครับ (ช่วยโปรโมต )

 

ที่สำคัญ...ตอนนี้ผมก็อ่านจบแล้วทั้ง2เล่มครับ ขอชมตรงๆเลยละกันว่าเป็นการ์ตูนไทยที่เจ๋งจริงๆ เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี ลายเส้น+สีของตัวการ์ตูนก็วาดสวยด้วย

 

นอกจากนี้...ในหนังสือ ยังมีประเด็นและข้อคิดที่สอดแทรกมาเป็นระยะๆครับ  ซึ่งหลายประเด็น...ผมอ่านแล้วก็สะดุดไปกับหลายๆคำพูดของตัวละครเลยครับ 

 

รวมทั้ง ผมยังยิ้มและขำไปกับคาแรกเตอร์บางตัวในหนังสือเล่มนี้ด้วยครับ --- ตอนเห็นคาแรกเตอร์หัวหน้าพรรคหัวขวานนั่น ผมขำจริงๆนะ 555 (ออกแบบมาได้...มีจุดเด่นคล้ายใครบางคนเหลือเกิน)

ได้ยินว่าปีหน้าจะมีเล่ม3ออกมา ผมไม่พลาดแน่ๆครับ

 

 

เอาล่ะครับ หลังจากนี้จะไม่มีรีวิวหนังสือแล้วนะครับ เพราะผมยังไม่ได้อ่าน หรืออ่านไม่จบ

 

10.X-ray คนไทย360องศา : พลิกอ่านดูแล้วชอบครับ เผื่อมีคนสนใจ ถ้าผมจำไม่ผิดจะอยู่โซนC ชั้นล่างนะครับ(ชั้นเดียวกับเนชัน)

11.โฉมหน้าศักดินาไทย : เคยอ่านเจอคนพูดถึงหนังสือเล่มนี้ แล้วสนใจครับ เลยซื้อมา

 

12.สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน

13.นิยายข้างจอ

หนังสือ2เล่มนี้ เล่มแรกนั่นผมเล็งมาหลายครั้งแล้วครับ แต่ปกติผมจะทยอยซื้อไป เลยยังไม่ได้ซื้อเล่มนี้ซะที งวดนี้สบโอกาสว่าเจอคุณวินทร์มาแจกลายเซ็นครับ เลยซื้อไป2เล่ม(ซื้อวันแรกที่ไป)

 

14. สนุกกับสำนวนจีน

15. วิทยาศาสตร์ โหด มัน ฮา

16. คณิตศาสตร์ โหด มัน ฮา

17. ประวัติศาสตร์โหดมันฮา

18. คำนี้มีที่มา

19. เรียนภาษาจีนให้สนุก

 

สำหรับหนังสือ6เล่มนี้ ถ้าผมไม่ได้อ่านรีวิวของคุณหมอโรคจิต ผมคงพลาดแล้วล่ะ เพราะคนแน่นมาก และปกติราคาของหนังสือของนานมีค่อนข้างแพง(ตามความคิดผมนะ) ผมเลยมองข้ามบูทนี้เป็นประจำ(ยกเว้นเมื่อหลายปีก่อน ที่อยากได้หนังสือฝึกวาดรูปของเด็ก) 

 

เนื่องจากลดราคาเหลือเล่มละ50บาท จึงถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณภาพ ผมจึงตัดสินใจซื้อและเข้าไปเบียดกับฝูงชนครับ ถ้าได้ไปงานหนังสืออีก ผมคิดว่าคงไปยืนเล็งตรงที่ลดราคาเหมือนเดิมครับ

 

20. โจโฉ โจสิด โจผี : อันนี้เกี่ยวกับคำกลอนที่ทั้ง3คนแต่งไว้มั้งครับ(เท่าที่อ่านๆดู) แล้วก็มีเกี่ยวกับช่วงต่างๆของ สามก๊ก ด้วยนิดหน่อย เห็นว่าเล่มละ20บาทเลยซื้อมา

 

21.อยู่อย่างซามูไร : เล่มละ10บาท ถูก.....เลยซื้อ5555 พูดเล่นนะครับ ....ในหนังสือมีพูดถึงวิถีของซามูไรหลายอย่าง อ่านๆดูแล้วน่าสนใจดี เผื่อว่าผมกลับไปแต่งฟิค จะได้มีข้อมูลครับ

 

22.เวชกรรมตามใจฉัน : อ่านเนื้อหาในเล่มแล้วน่าสนใจครับ เลยซื้อ 10บาทเหมือนกัน

 

ทั้ง3เล่มอยู่ที่เดียวกับ6เล่มที่ราคา50บาทด้านบนครับ คือบูทของนานมี

 

23. เปิดหน้ากากขงเบ้ง ภาค1

24. เปิดหน้ากากขงเบ้ง ภาค2

25. เปิดหน้ากากขงเบ้ง ภาค3

26. ผ่าสมองโจโฉ

27. ชำแหละกึ๋นเล่าปี่

28. ขันที : สิ่งชำรุดทางมนุษยศาสตร์

29. คำพิพากษา

30. วาทะจิ้งจอกเฒ่า

 

8เล่มนี้ ซื้อจากสำนักพิมพ์เคล็ดไทย ซื้อเสร็จทำเอาผมมือเคล็ดเลยทีเดียว(ซื้อเยอะ เพราะมีที่อยู่กับพ่อผมอีก5-6เล่ม) หลังจากซื้อบูทนี้ วันพฤหัส เรียกได้ว่าต้องกลับบ้านเลยล่ะครับ(ใส่เป้ไม่ได้แล้ว)

 

6เล่มแรก ถือเป็น"เล่าชวนหัว เดอะ ซีรีย์"เลยนะนั่น ผู้แต่งคนเดียวเลยครับ โดยที่3เล่มแรกมีคนพูดถึงให้ผมได้ยินมาซักพักแล้วล่ะ เลยตัดสินใจซื้อ หลังจากอ่าน 5เล่มที่เป็นสามก๊กของเล่าชวนหัวจบ คงจะได้ฤกษ์กลับไปดูสามก๊กอีกรอบ(เคยดูรอบเดียว และยังไม่จบด้วย...)

ส่วนอีกเล่มนึงของเล่าชวนหัวนั้น ผมเคยเจอที่SE-EDสีลมคอมเพลกซ์ รู้สึกว่านำเสนอถึงมุมมองและที่มาของการเกิดขันทีครั้งแรกได้น่าสนใจ ผมเลยอยากได้มาซักพักละ แต่มันก็แพงเกินไป ถ้าซื้อตอนนั้นไม่คุ้มเท่าไหร่ แต่ในงานนี้ลดเยอะ+ผมซื้อหลายเล่ม เลยซื้อทีเดียวเลยครับ

 

สำหรับวาทะจิ้งจอกเฒ่า ผมพลิกอ่านดูแล้วก็น่าสนใจดีครับ เลยซื้อมา และ "คำพิพากษา" เรื่องนี้ผมยังไม่เคยอ่านเลยครับ แต่หลังจากที่เขียนเอนทรี่ คำพิพากษาจากกรอบความเชื่อและความคิด ไป ก็มีบางคอมเมนท์บอกว่าอยากกลับมาอ่านหนังสือเล่มนี้(ผมก็เลยหามาอ่านบ้าง 555 <<จริงๆสนใจตั้งแต่มีหนังเรื่อง"ไอ้ฟัก"แล้วล่ะ แต่ยังไม่ได้ดูเลย ตอนนี้กะว่าอ่านแทนดูหนังแล้วล่ะครับ)

 

31.คู่มือช่างซ่อมคอม 2007 : ลดเหลือ20บาท ถูกดี+เท่าที่ลองอ่านดูน่าจะได้ใช้ เลยซื้อมาครับ

32.PL/SQL & Oracle

33.Database Programming ด้วย Visual Basic

34.Flash 8 Visual Effect Workshops

 

หนังสือ4เล่มนี้ ซื้อจากบูทIDCครับ(ในhall)

สำหรับ3เล่มสุดท้ายนั้น ผมเลือกจากที่ลด 50%ครับ และที่ซื้อ ลำดับที่32กับ33 ก็เพราะว่าผมสอบติดปริญญาโทครับ(ซื้อวันเสาร์ เพราะ พึ่งประกาศผลวันศุกร์)

 

เร็วๆนี้ผมต้องไปเรียนปรับพื้นฐานแล้ว และคิดว่าคงได้ใช้2เล่มนี้แน่ๆ ไม่มากก็น้อย (ตอนนี้คิดว่าจะลองอ่านก่อนไปเรียนปรับพื้นฐาน)

 

ส่วนหนังสือ Flash8นั้น ...ผมเห็นตัวอย่างด้านในแล้วสนใจครับ เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ผมยังทำไม่เป็น เลยอยากจะซื้อมาเพิ่มความสามารถในการใช้Flashครับ  (ตอนที่ทำโปรเจคจบป.ตรี ด้วยFlash(พึ่งผ่านไปหมาดๆ) ผมยังใช้ลูกเล่นได้ไม่เยอะครับ เลยหาหนังสือมาศึกษาเพิ่มเติม)

 

เอาล่ะครับ หมดแค่นี้...34เล่ม .........ซะเมื่อไหร่!?

 

ยังไม่หมดครับ ยังมีอีกเล่มนึงจากบูทของ "สำนักพิมพ์เคล็ดไทย" เป็นหนังสือเกี่ยวกับฮ่องเต้เด็ก ของเล่าชวนหัว(อีกแล้ว) ซึ่งเล่มนี้ผมกับพ่อผม สนใจตรงกัน เลยซื้อมา แต่ผมให้พ่อผมอ่านก่อน เพราะผมซื้อหนังสือมาเยอะครับ

 

รวมทั้งสิ้น 35 เล่ม คิดเป็นเงินราวๆ 3200  (ถ้าจำไม่ผิดจะยังไม่ได้รวมกับเล่มที่35นะครับ)

แทบจะหมดตัวเลยทีเดียว แต๊ะเอียที่ได้มาตอนตรุษจีน ก็มาใช้ไปกับงานแบบนี้ล่ะครับ แต่ผมถือว่าผมใช้เงินไปเพื่อแลกกับความรู้ แนวความคิด ข้อมูลต่างๆ และความบันเทิง น่ะครับ เลยเสียดายน้อยกว่าเอาเงินไปซื้ออย่างอื่น

 

ที่แน่ๆ ผมคงไม่ต้องซื้อหนังสือไปนานเลย หลังจากจบงานหนังสือคราวนี้

 

แต่ตอนนี้งานหนังสือยังไม่จบนะครับ และผมคิดว่าน่าจะได้ไปงานสัปดาห์หนังสืออีกรอบ พร้อมกับคุณป้าและน้องสาว(ลูกพี่ลูกน้อง อายุ 9ขวบ)

 

ซึ่งคราวนี้ ผมคิดว่าคงมีหนังสือที่ผมจะได้กลับมาอีกเช่นกัน เพราะผมยังไม่ได้ย่างเท้าเข้าไปเลือกหนังสือของ a-day เลยครับ ซึ่งเป็นบูทที่ผมตั้งใจว่าจะไปดูในปีนี้ หลังจากเห็นหนังสือที่คุณbickboon มาแปะไว้10เล่ม

 

และผมก็ยังไม่ได้ซื้อ"หัวแตงโม" เลยซักเล่มครับ ...เป็นหนังสือที่ผมคิดไว้เหมือนกันว่าจะไปซื้อ แต่ตอนนี้อาจจะเลื่อนไปโอกาสหน้า เพราะตอนนี้รายจ่ายทะลุเป้า ทำลายทุกสถิติที่เคยไปงานหนังสือทุกครั้งก่อนหน้านี้ครับ

 

และ(อีกครั้ง)ผมยังไม่ได้หนังสือเกี่ยวกับUNIXครับ ไม่รู้ว่าสำคัญมากมั้ยเหมือนกัน เพราะยังไม่ได้เรียนปรับพื้นฐานน่ะ แต่ถ้าเจอก็อาจจะซื้อเช่นกัน

 

และ(อีกสักครั้ง)วันก่อนได้เข้าไปในบลอกของ พี่เล็ก (วาด "ต.ตุ่นตุ๊ต๊ะ ผจญภัย") และ คุณเส่ง(วาด"โลกของเรา"กับ"ที่นี่...มีชีวิต") ได้พูดถึง Path of Fujiko F. Fujio เล่ม1 และผมก็....เกิดกิเลสขึ้นมาทันใด - -'' ก็ต้องดูกันต่อไปครับ ว่าจะมีโอกาสไปซื้อในงานหนังสือคราวนี้หรือคราวหน้า

 

 

คำตอบของคำถามที่คิดว่าอาจจะมีคนสงสัย :

 

1. ทำไม ผมไปงานสัปดาห์หนังสือหลายรอบ

 

- เพราะบ้านผมใกล้รถไฟฟ้าครับ และสถานีตรงบ้านผม ก็ไม่ห่างจากสถานีอโศกเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นจากบ้านถึงตัวงาน ใช้ค่าเดินทางไม่มากครับ 

 

- ที่บ้านผมมีคนสนใจงานนี้หลายคน แต่ว่างไม่ตรงกัน และไม่ค่อยชอบที่จะไปคนเดียว ผมเลยไปเป็นเพื่อนครับ  โดยเฉพาะน้อง เพราะว่ายัง9ขวบ เลยไปเดินเองคนเดียวไม่ได้ ซึ่งงานนี้ผมสนับสนุนให้น้องไปเต็มที่ น้องจะได้รักการอ่าน แม้ว่าจะเริ่มจากการอ่านการ์ตูนก็ตาม << ผมเริ่มการอ่านหนังสือหลายประเภท จากการอ่านการ์ตูนครับ (พวกที่ชอบบอกว่าการ์ตูนไร้สาระ จะได้เข้ามาอ่านมั้ยนะ ว่า"ผมรักการอ่าน เพราะเริ่มจากการอ่านการ์ตูน"

 

- สำหรับผม งานสัปดาห์หนังสือ เป็นเหมือน....ร้านขายหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพครับ

 

2. ทำไมผมซื้อหนังสือเยอะ

 

- เพราะผมชอบอ่านหนังสือหลายประเภทครับ และผมมีประเภทเพิ่มขึ้นแทบทุกครั้งของการไปงานสัปดาห์หนังสือ

 

- หนังสือแนวปรัชญา คำคม สังคม รวมไปถึงหนังสือที่ให้แนวคิด แง่คิด การมองต่างมุม เป็นหนังสือที่ผมซื้อค่อนข้างเยอะ เพราะหนังสือแนวนี้ผมชอบอ่านครับ(โดยเฉพาะที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ในแง่มุมต่างๆ)

 

- หนังสือคณิตศาสตร์ผมก็ซื้อนะ ถ้าไม่เชื่อลองกลับไปดูตรงที่หนังสือลดราคาของนานมีสิ

 

- เช่นเดียวกับหนังสือภาษาจีน เพราะผมก็กำลังเรียนภาษาจีนอยู่เหมือนกัน

 

- หนังสือที่เกี่ยวกับPhotoshop และ Flash ผมก็สนใจเช่นกัน เพราะเป็นงานอดิเรก

 

- หนังสือคอมพวกเขียนโปรแกรม ฐานข้อมูล ผมเริ่มจะต้องใส่ใจมากขึ้น เพราะคงต้องใช้ในการเรียนต่อไป

 

3. ผมจะอ่านหมดมั้ย?

 

-ตอนนี้ผมอ่านจบไป 7เล่มแล้วครับ(การ์ตูนล้วนๆ 5555) คาดว่าที่เหลือจะทยอยอ่านตามไป เล่มที่จบช้าหน่อย อาจจะเป็นหนังสือคอม(เพราะซื้อมาเป็นคู่มืออ่านประกอบ)

 

-ผมจะพยายามอ่านให้หมดแน่นอน ไม่งั้นเสียดายตังค์แย่ แต่คิดว่าเกิน70%ของที่ซื้อมา ได้อ่านก่อนถึงงานสัปดาห์หนังสือคราวหน้าแน่ๆครับ

 

อื่นๆที่เกี่ยวข้อง : ผมเคยทำTagเกี่ยวกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติไว้ เมื่องานหนังสือครั้งก่อน เผื่อใครสนใจอ่านก็คลิกครับ >> ที่นี่

 

ปล.ขอบคุณสำหรับคนที่อ่านจนจบนะครับ เอนทรี่นี้ถ้าอ่านจนจบช่วยคอมเมนท์ไว้หน่อยนะครับ(อยากรู้ว่า มีคนอ่านจบกี่คนน่ะครับ แหะๆ)

 

ปล2.ตอนนี้เหมือนมีประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับ Hot Posts เลยแฮะ  ผมเป็น1ในชนวนเหตุรึเปล่าเนี่ย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เห็นด้วยกะต.ตุ่น ดูรูปแล้ว ใช่เลย cry

ปล.ถ้าเราเลิกพูดถึงมันมันก็จะหายไปเอง sad smile
ไม่ต้องไปคิดไรแล้ว ปล่อยๆไปเหอะ sad smile

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-31 23:19

มาลงชื่อว่าอ่านจบ

ความเสียหายโดนไปพอๆกัน แต่ของผมมีรอบสองแน่นอน(รอบแรกนี่สปอนเซอร์น้อง)


อ้อ หนีความรับผิดชอบเรื่อง ดราก้อนบอลไม่พ้นหรอกครับopen-mounthed smile

#2 By house on 2008-03-31 23:57

โห หนังสือเยอะมาก อยากมีเงินซื้อได้ขนาดนี้จังเลย sad smile

อยากอ่าน Stoon-dent2 อ่ะ cry น่าสนใจ

#3 By NOT_KUNG on 2008-03-31 23:58

55555 ปีนี้อย่างที่บอกแหละครับ คงขอบาย ไปเคลียร์ของเก่าให้มันหมดสิ้นเวรกรรมกันเสียก่อน โลภมากเกินเหตุ หุหุหุหุ

#4 By nanoguy on 2008-04-01 00:14

ขอบคุณที่ชอบงานของผมนะครับ
อ่านแล้วอยากทำงานๆconfused smile

#5 By wesong on 2008-04-01 00:22

ชอให้สนุกสนานกับการอ่านโฉมหน้าศักดินาไทย

#6 By บุญเปรื่อง on 2008-04-01 00:51


โห..จะใช้เวลาแค่ไหนครับน่ะกว่าจะอ่านจบ.. แต่จะว่าไปแล้วคงสามารถทำได้แหละครับ เพราะผมเองก็อ่านหนังสืออาทิตย์ละเล่ม (BOOM sad smile) ตั้งแต่เปลี่ยนมาออกวันอังคารนี่รู้สึกว่ามันเร็วดีเหลือเกิน..

ประเด็น Hot Post นี่ผมว่าคุณ SkyKid'S กะคุณ Eddy เป็นคนทำให้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ทีเดียวครับ ตอนนี้ขยับเร็วขึ้นเยอะเลย..big smile

#7 By :: KinG MoJi :: on 2008-04-01 07:56

คุณ SkyKiD เป็นนักอ่านตัวยงเลยครับ
ถ้าเป็นผมคงใช้เวลาเป็นปี แน่ๆ

ดีใจจังเลยครับมีคนอ่าน ต.ตุ่นแล้ว!
หัวใจผมพองฟูเลยครับ
ขอบคุณๆและขอบคุณครับ

confused smile
cry ขอบคุณๆๆ ที่ชอบนะ
ซื้อเยอะเหมือนกัน open-mounthed smile
อ่านจบคร้าบบ
กำลังสนใจต.ตุ่นอยู่เหมือนกัน (แต่เมื่อวานที่ไปหาไม่เจอ -*- )

ผมไปรอบเดียวยังรู้สึกเหมือนดูไม่ทั่วเลยครับ อยากไปอีกรอบ

พลาดบางบูทไปเยอะ เพราะมั่งไปเก็บตามลิสก่อน
และบูทที่ลิสต์ได้ส่วนใหญ่มักจะเป็นบูทดังๆอะครับ เพราะเค้ามีตัวอย่างให้อ่านในเวบก่อนsad smile

#10 By [ Sai ];charot on 2008-04-01 17:14

เข้ามารายงานตัวว่าอ่านจบแล้วค่า

แอบเข้ามาดูน่ะค่ะว่าซื้อหนังสืออะไรไปบ้าง

#11 By จุ๋งจิ๋ง (202.91.19.204) on 2008-04-05 13:59