เรื่องจริง...จากงานสัปดาห์หนังสือ[เก็บตก]
posted on 16 Apr 2008 21:52 by mahado in MyLifeงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่36 ที่พึ่งผ่านไปหมาดๆ ผมได้ไปมาทั้งหมด4ครั้ง ซึ่งการไปงานสัปดาห์หนังสือปีนี้มีอะไรหลายๆอย่างแตกต่างจากปีที่ผ่านๆมา ส่วนนึงคงเป็นเพราะว่า ผมสนใจหนังสือหลายเล่ม และ หลายบูท
วันนี้ผมมีเรื่องจะมาเล่าครับ
ที่จริงตอนแรกก็ลืมๆไปแล้วล่ะครับ แต่พอดีเมื่อวานคุยMSNกับน้องnanoguy แล้วนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ พอเล่าๆไปก็คิดว่าเอามาลงบลอก อาจจะมีคนถูกใจก็ได้ เลยเอามาลงครับ
เรื่องนี้เริ่มต้นที่การไปงานสัปดาห์หนังสือ2ครั้งแรกของผม จำไม่ได้ว่าครั้งที่1หรือ2 ผมไปซื้อหนังสือการ์ตูนเรื่อง"ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น"ของ Siam Inter Comics มา
ซึ่งระหว่างที่ผมซื้อผมก็สังเกตเห็นการ์ตูนไทยอีกเล่มนึงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหนังไทยเช่นเดียวกัน ก็คือ"สายลับจับบ้านเล็ก"ในตอนนั้นผมยังไม่คิดจะซื้อหรอกครับ เพราะไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ ตั้งใจว่ามาซื้อแค่เล่มเดียว
หลังจากที่กลับมาอ่านก็รู้สึกว่าเป็นการ์ตูนไทยที่ทำออกมาได้ค่อนข้างโอเค เลยคิดว่าจะไปตามเก็บการ์ตูนที่มาจากหนังไทยเรื่องอื่นๆ โดยเล็งที่"สายลับจับบ้านเล็ก"เป็นอันดับแรก เนื่องจากเห็นหน้าปกแล้วลายเส้นก็คล้ายๆกัน(พอจำได้)
เมื่อมีโอกาสได้ไปงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่3ผมจึงตัดสินใจไปลองหาดู แล้วพบว่าไม่มีวางขาย แต่ผมก็ยังไม่ย่อท้อ ครั้งที่4ผมลองไปตามหาการ์ตูนเล่มนี้อีกครั้ง และที่ผมจะมาเล่าวันนี้เรื่องมันก็เกิดจากครั้งที่4นี่ล่ะครับ
ผมเดินเข้าบูทไป หาหนังสือการ์ตูนอยู่สักพัก ก็ได้ "เกมร้อยวิญญาณ"มาเล่มนึงในมือ และกำลังมองหาหนังสือการ์ตูนฉบับเป้าหมายต่อไป
เดินวนไป3-4รอบ หาไม่เจอ พี่ที่เฝ้าบูทก็เข้ามาถามผม และนี่คือบทสนทนาระหว่างผมกับพี่ที่เฝ้าบูทครับ
คนขาย : หาเรื่องอะไร อยู่ครับน้อง
ผม : สายลับจับบ้านเล็กครับ
มาถึงตรงนี้บทสนทนาพึ่งเริ่มไปแค่คนละประโยคเดียวเท่านั้นครับ แต่ผมอยากให้ทุกๆคนลองทายถึงคำตอบที่น่าจะทำให้ผม อึ้ง ไปได้มากที่สุดจากปากของพี่คนขายครับ
.
.
.
.
.
.
คนขาย ทำหน้าเอือมๆผมเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมาในทันทีว่า
" ไม่มีนะน้อง มันของบุรพัฒน์ "
<< ด้วยสีหน้าประมาณนี้
(คิดในใจ : ....ตอบแบบนี้ ชนะไปเลยดีกว่า ไม่ซื้อก็ได้ฟระ เพราะพี่ท่านไม่มีท่าทีว่าจะหันไปถามคนอื่นที่อยู่ในบูทเลย)
ผม : งั้นจ่ายตังค์เลยพี่
...จากนั้นบทสนทนาทั้งสิ้น4ประโยคก็จบลง ผมจ่ายเงินแล้วเดินจากบูทของSICมาอย่างเงียบๆครับ
จนเมื่อวานนี้ผมไปร้านหนังสือมา ก็ได้เห็นการ์ตูนเรื่อง "สายลับจับบ้านเล็ก"อีกครั้งนึง ผมจึงดูที่หน้าปก และพบว่า มันเป็นของสยามอินเตอร์คอมมิกชัดๆครับ
แต่ผมไม่ซื้อแล้วล่ะ เก็บเงินไว้ไปซื้อเรื่องอื่นก่อน ไว้อยากอ่านแล้วค่อยมาตามหาอีกที
ถ้าพี่คนนั้นบอกผมว่าไม่ได้เอามาขาย หรือ หมด ผมจะเฉยๆมาก แต่นี่บอกให้ผมไปบุรพัฒน์ กร๊าซซซ
ผมจึงนำเรื่องนี้มาเล่าให้ทุกๆคนได้อ่านกันครับ ไม่รู้จะเป็นตลกฝืดรึเปล่า แต่ก็พิมพ์จนเสร็จละ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "อย่าเชื่อคนขาย"
(ผมไม่ได้เชื่อหรอกนะครับ เพราะก่อนหน้าวันนั้น มันก็ทิ่มตาผมอยู่แล้วว่าของบูทนี้)
ปล.ใส่emoticon เผื่อจะทำให้สนุกมากขึ้น ไม่รู้ช่วยได้รึเปล่า
ปล2.มีเรื่องอยากถามความคิดเห็นคนที่เข้ามาอ่านซักเล็กน้อยครับ(คำถามค่อนข้างยาว)
....ถ้าผมคิดเรื่องที่จะเขียนได้แล้ว แต่ระหว่างที่ผมเรียบเรียงความคิดนั่นเอง ผมก็พบว่า มัน"บังเอิญ"ไปเหมือนกับหนังไทยเรื่องนึงที่ผมเคยดูมากๆ ซึ่งผมก็เคยเอ่ยปากชมหนังเรื่องนั้นแล้วว่ามันเป็นหนังที่ดีมากๆแล้วผมก็ชอบแนวความคิดในเรื่องนั้นด้วย(เมื่อไม่นานมานี้)
แต่เนื้อหาที่ผมคิดจะเขียนนั้นมันทับซ้อนกับหนังไทยเรื่องนั้นได้ราวกับว่าเป็นเรื่องเดียวกัน(แค่เปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างเพียงเล็กน้อย) ผมควรจะเขียนเรื่องนั้นต่อแล้วเอามาลงในบลอกมั้ยครับ แบบนี้จะถือว่าเอาไอเดียคนอื่นมาใช้รึเปล่า??
ที่ผมใช้คำว่า"บังเอิญ" เพราะผมไม่ได้นึกถึงหนังไทยเรื่องนี้ หรือ พลอตของหนังไทยเรื่องนี้เลย ตลอดการคิดเนื้อเรื่องที่ผมจะเขียน แต่หลังจากดัดแปลงสิ่งที่จะเอามาเขียนอยู่หลายครั้ง จนหัวข้อมันเปลี่ยนไปจากเดิม(เพราะผมคิดว่ามีประเด็นที่ดีกว่าเดิม) แล้วกลับมาอ่าน ถึงรู้สึกว่า"คุ้นๆ"แล้วพอนึกออกก็รู้สึกว่ามันเหมือนกันเกิน80% (ลองถามคนที่เคยดูเรื่องนี้แล้ว ก็บอกว่า "เหมือนเลย")
ที่สำคัญอีกอย่างนึงคือ....ถ้าผมจะเขียนเรื่องนี้จริงๆ แล้วบอกว่ามาจากหนังไทยเรื่องไหน มันจะเป็นการสปอยล์หนังไทยเรื่องนั้นได้เลยทั้งเรื่องน่ะสิครับ(เพราะมันเหมือนหนังไทยเรื่องนั้นมากๆ)
ผมควรจะทำยังไงดีครับ??
1. ตัดหัวข้อนั้นทิ้งไป (ผมเสียดายก็จริง แต่ทำใจไว้ในระดับนึงแล้ว)
2. เอามาใช้ แต่บอกแค่ว่าเหมือนกับพลอตจากหนังไทยเรื่องนึง (ข้อนี้ก็เสี่ยงอยู่ เพราะอาจจะมีคนบอกว่าผมเอาพลอตจากหนังมาใช้ แล้วไม่ยอมให้เครดิตอีก)
3. เอามาใช้ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ?? เพราะยังไงก็มีวิธีนำเสนอไม่เหมือนกันอยู่แล้ว (ซึ่งข้อนี้ผมคิดว่าไม่ดีแน่ๆ เพราะอย่างน้อยมันก็เหมือนกับผมลอกอยู่ดี เพราะผมดูหนังเรื่องนั้นก่อนแล้ว)
4. เอามาใช้ บอกหมดเลยว่าเหมือนหนังเรื่องนี้พอสมควร (แต่แบบนี้มันก็เป็นการสปอยล์ขั้นรุนแรงเลยทีเดียวครับ)
ขอบคุณทุกๆคนที่อ่านจนจบนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกๆคอมเมนท์ และคำตอบของคำถามข้างต้น
)
"หมดแล้วน้อง" "ไม่มี" "บลาๆ"
ส่วนเรื่องสอง ถ้าจะเอามาลงในบล็อก ทำเถอะครับ
ถึงแม้ไม่ได้ลงในบล็อก ถ้ามั่นใจว่าเราเรียบเรียงใหม่แน่ๆ
ก็ทำเลยครับ ผมก็ไม่เคยเห็นเรื่องที่ไม่เหมือนใครเลยซักนิดเหมือนกัน
คนดูที่เขาไม่อคติเขาดูออกครับ ว่าเจตนาลอกรึเปล่า
#1 By garun on 2008-04-16 23:05