หมายเหตุ :

1. เอนทรี่นี้ผมใช้ "ทรงนักเรียน" เป็นหลัก แต่สามารถแทนได้ด้วยผมทุกทรงที่โรงเรียนบังคับ แน่นอนว่าชุดเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนนั้นๆก็เช่นกันครับ

2. และคำว่า"ทรงนักเรียน"ยังอาจจะแทนด้วยกรอบของสังคมอื่นๆได้ในบางกรณี

3. เนื้อหาในเอนทรี่นี้เป็นเพียงมุมมองมุมหนึ่งของผม ผมไม่ได้บอกว่าผมเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเนื้อความต่อไปนี้ ดังนั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และหากมีความคิดเห็นที่แตกต่างหรือเห็นด้วย สามารถพิมพ์คอมเมนท์ได้เต็มที่ครับ แต่กรุณาหลีกเลี่ยงคำหยาบคาย (ข้อนี้จะกลายเป็นประโยคประจำบลอกไปแล้วมั้งเนี่ย)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เคยโดนบังคับให้ตัดผมทรงนักเรียนมั้ยครับ??


ถ้าไม่เคย แสดงว่าโรงเรียนที่คุณเคยเรียนมาอาจจะไม่มีกฎระเบียบแบบนี้ ซึ่งนั่นก็ถือเป็นโชคดีที่สามารถไว้ผมทรงอะไรก็ได้ แต่ก็อาจจะทำให้ไม่เคยได้ยินประโยคที่ถูกยกมาใช้ค่อนข้างบ่อยประโยคนึงที่ผมกำลังจะหยิบยกขึ้นมาพูดในเอนทรี่นี้ครับ

 


"สิ่งที่อยู่บนหัว ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ในหัว"

 


มุมแดง : ครูและอาจารย์ที่เหล่านักเรียนทั้งหลายเคารพรัก โดยเฉพาะครูฝ่ายปกครอง


คำพูดนี้ถ้าออกจากปากของคุณครู คุณครูท่านนั้นๆมักจะบอกว่า


- ตัดๆไปเถอะ สิ่งที่อยู่บนหัวไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ในหัวหรอกนักเรียน จะไปคิดอะไรมาก ตัดไปเพื่อความเป็นระเบียบ ตัดไปเถอะเพราะนี่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของโรงเรียน (ไม่รู้ว่าเป็นเอกลักษณ์ด้านเกรียนรึเปล่า 555) เค้าตัดกันมาตั้งหลายปีแล้วยังไม่เห็นมีปัญหา ตัดไปก็ไม่เสียอะไรซักหน่อย(เสียค่าตัดผม กับ เส้นผม นะครับอาจารย์)


และอื่นๆอีกมากมายสุดแท้แต่อาจารย์ท่านนั้นๆจะยกมาอ้าง รวมไปถึงการขู่จะตัดคะแนนความประพฤติ การต่อว่าต่างๆนานา ครูบางคนก็ถึงกับมองว่าเด็กที่ไม่ตัดผมทรงนักเรียนเป็นเด็กดื้อ ไม่ยอมเชื่อฟังก็มี ซึ่งอาจจะนำไปสู่อคติต่อเด็กที่ไม่อยู่ใน"กรอบ"ของกฎระเบียบของโรงเรียน

 

 

มุมน้ำเงิน : นักเรียนที่น่ารักทั้งหลายของครูและอาจารย์


คำพูดนี้ถ้าออกจากปากของนักเรียน นักเรียนคนนั้นๆมักจะบอกว่า


- ตัดไปก็หล่อ ไม่เท่ สิ่งที่อยู่บนหัวไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ในหัวนะครับ ตัดทรงนักเรียนไปก็ไม่ได้ทำให้ผมเรียนเก่งขึ้น ฉลาดขึ้นซักหน่อย(แต่ใช่ว่าไปตัดทรงอื่นแล้วจะฉลาดกว่าเดิม ทำตัวเรียบร้อยกว่าเดิม) ระเบียบเก่าๆของโรงเรียนน่าจะเปลี่ยนไปได้แล้ว อะไรเก่าๆก็ควรจะปรับให้มันทันสมัยขึ้นบ้าง ผมจะไว้ผมทรงอะไรยังไงก็ไม่เกี่ยวกับนิสัยซะหน่อย ว่าจะดื้อหรือไม่ดื้อ


และอื่นๆอีกมากมายเช่นกันสุดแท้แต่นักเรียนคนนั้นๆจะยกมาอ้าง และแน่นอนว่าหลังจากพูดประโยคนี้ไปแล้ว ภาพพจน์ที่อาจารย์มองเด็กคนนี้อาจจะกลายเป็นเด็กดื้อขึ้นมาทันที เพราะกลายเป็นเถียงครู และไม่ประพฤติตัวอยู่ใน"กรอบ"ของกฎระเบียบของโรงเรียน แน่นอนว่าบางคนอาจจะโดนหาว่าเป็นเด็ก"นอกคอก"ด้วยซ้ำไป

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 


สำหรับการอ้างแบบนี้........ผมไม่ได้อยากจะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ใช้ข้ออ้างประโยคนี้ เพราะถ้าดูให้ดีๆมันก็ยกมาอ้างได้ทั้งสองฝ่ายนั่นล่ะ ขึ้นอยู่กับว่าใครพูดก่อน


ถ้าอาจารย์พูดก่อน ฝั่งนักเรียนก็ตอบโต้ได้ว่า "ถ้างั้นแล้วจะให้ตัดไปทำไม"

ถ้านักเรียนพูดก่อน ฝั่งอาจารย์ก็ตอบโต้ได้เช่นกัน "ถ้างั้นแล้วทำไมไม่ไปตัด"


ถ้าให้ผมพูดในจังหวะนี้ โดยเป็นคนกลาง ผมอาจจะพูดแทรกว่า "ถ้างั้นแล้วจะเถียงกันไปทำไม"

 

ในเมื่อทั้ง2ฝ่ายต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า "สิ่งที่อยู่บนหัว ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ในหัว" ไม่ใช่หรือ ถ้าให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ในหัวจริงๆ สิ่งที่อยู่บนหัวจะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญแล้วสิ (แต่ทั้งสองฝั่งก็ยังคงให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่บนหัวอยู่ดี ไม่งั้นคงไม่เถียงกันอยู่หรอก)


เพราะฉะนั้นก็คงจะเกิดคำถามต่อไปอีกว่า "ถ้างั้นควรจะทำตามระเบียบของโรงเรียน หรือ ตามใจเจ้าของหัวล่ะ" ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ว่าแต่ละคนจะมองมุมไหนล่ะนะครับ

 

และต่อจากบรรทัดนี้อาจจะเห็นว่าผมนำเสนอมุมมองที่เอนเอียงบ้างแล้ว เพราะด้านล่างนี้ไม่เกี่ยวกับการใช้ข้ออ้างอย่าง"สิ่งที่อยู่บนหัว ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ในหัว"แล้วนะครับ


ในแง่ของความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน(ของทรงผม)  :

 

ทรงผมทรงเดียวกันก็ดูเป็นเอกลักษณ์ดี(เป็นต้นว่า เกรียนเหมือนกันหมด<< อ้ะๆ ทรงผมนะครับ ไม่ใช่นิสัย) และในแง่ของผู้มีอำนาจมากกว่าก็ย่อมมองว่าผู้มีอำนาจน้อยกว่า"ยอมเชื่อฟัง"แต่โดยดี


ในแง่ของความเป็นอิสระเสรี :

 

ขนาดทรงผมยังไม่มีอิสระที่จะเลือกเอง คิดเองเลย แล้วจะปลูกฝังให้เด็กมีความคิดในการเคารพสิทธิของคนอื่น ให้เกียรติผู้อื่น(ในการคิดหรือทำอย่างอิสระ) ก็อาจจะยาก เพราะระบบนี้ยังไม่ให้สิทธิแก่เจ้าของหัวในการเลือกทรงผมเองเลย (คำว่าระบบนี้ หมายถึง ระบบ....ที่บังคับให้ตัดทรงผมนี้นะครับ)

 


"ขนาดของที่อยู่รอบๆหัวยังอยู่ในกรอบ แล้วจะให้สิ่งที่อยู่ข้างในหัวอยู่นอกกรอบได้ยังไง"


(ทรงผมยังอยู่"ในกรอบ"ของสังคม แต่หลายคนพยายามปลูกฝังให้ คนรุ่นใหม่"คิดนอกกรอบ"ให้มากขึ้น)


แม้ว่าดูเผินๆ มันอาจจะเป็นคนละกรอบกัน แต่การโดนบังคับให้เดินตามรอยที่คนมีอำนาจเหนือกว่า"สั่ง"มา ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะถูกทำโทษ แล้วคนส่วนใหญ่ในสังคมนั้นก็ปฏิบัติตาม"คำสั่ง"ของผู้มีอำนาจนั้นแต่โดยดี โดยที่อาจจะไม่ได้คิดก่อนทำตาม แต่ทำตามเพราะโดน"สั่ง"มา


คนกลุ่มน้อยซึ่งคิดต่างออกไปก็อาจจะไม่กล้าต่อสู้ดิ้นรนตามแนวความคิดของตนก็ต้องปฏิบัติตามกันต่อไป หรือ คนกลุ่มน้อยบางส่วนก็อาจจะพยายามดิ้นรนต่อสู้กันไปแม้ว่าอาจจะทำอะไรมากไม่ได้ ต้องทนอยู่ในกรอบต่อไป


แต่ก็อาจจะยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะหากคนกลุ่มน้อยนั้นไม่ลงมือต่อสู้ดิ้นรนเลย ก็คงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงภายใต้"กรอบ"นั้น

 


หมายเหตุ :

ผมเป็นคนๆหนึ่งที่เคยตัดผม"ทรงนักเรียน"มาอย่างน้อยก็11ปีกว่าๆเกือบ12ปี และได้ตัดผม"ทรงอื่นๆ"มา4ปี ผมไม่ได้มีอคติกับ"ทรงนักเรียน"แต่อย่างใด และผมก็เคยอยู่ใน"กรอบ"นี้มาตั้งนาน แต่ผมอยากจะนำเสนอแง่มุมหนึ่งของ"กรอบ"ที่ยังมีอยู่ และ "คำพูดที่ยกมาอ้างกันบ่อยๆ" เท่านั้น


หมายเหตุ 2 :

ผมไม่ได้เห็นด้วยกับข้อความข้างต้นที่ผมพิมพ์มาทั้งหมด ซึ่งหลายคนอาจจะบอกว่าผมแปลก เพราะพิมพ์มาตั้งเยอะจะไม่เห็นด้วยได้ยังไง แต่ผมยังยืนยันว่าผมแค่หยิบยกมุมมองมุมหนึ่งมาพูดเท่านั้น(ซึ่งผมอาจจะเห็นด้วยกับมุมมองนี้แค่ส่วนเดียว ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ)


หมายเหตุ 3 :

ถ้าอ่านมาถึงบรรทัดนี้ แล้วอยากแทนด้วยมุมมองในเรื่องอื่นๆที่หนักกว่านี้ ลองแทนด้วย "การว้าก" เปลี่ยนบริบทเล็กน้อย แล้วกลับไปอ่านอีกรอบก็ได้นะครับ  (ตอนแรกที่เขียนไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่เขียนๆไปแล้วรู้สึกว่าคล้ายๆแฮะ)

 

เพิ่มเติม :

อย่าลืมว่ามีสำนวนไทยที่ว่า "เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม" เมื่ออยู่ในสังคมใด เราก็ควรจะทำตามกฎระเบียบของสังคมนั้น(บ้างในบางครั้ง) เพื่อความปลอดภัย และป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมา

 


ปล. จากคอมเมนท์ในเอนทรี่ที่แล้ว ตอนนี้ผมตัดสินใจได้แล้วว่า เรื่องที่ผมคิดจะเอามาลงบลอกแล้วบังเอิญคล้ายกับหนังไทยนั้น ผมคงจะเดินหน้าทำต่อไป และคิดว่าเร็วๆนี้อาจจะได้นำมาลงบลอก (แต่...ผมใกล้จะเปิดเรียนแล้ว ถ้าไม่ทันก็อาจจะอีกพักใหญ่ๆ เพราะที่คิดๆไว้มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างกินเวลากว่า การพิมพ์Textล้วนๆแบบเอนทรี่นี้ครับ ถ้าไม่มีเวลา คงเป็นเอนทรี่Textล้วนตามเดิม )

 

ปล2. ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคำติชม และทุกความคิดเห็นครับ

 

เพิ่มเติม2 :

 ผมได้พิมพ์สิ่งที่เกี่ยวกับเอนทรี่นี้ไว้ในอีกเอนทรี่นึงครับ [คลิก] ซึ่งจะมีความคิดเห็นจริงๆของผมต่อเรื่อง "ผมทรงนักเรียน"ด้วยครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

"ถ้างั้นควรจะทำตามระเบียบของโรงเรียน หรือ ตามใจเจ้าของหัวล่ะ"
-- ใจความสำคัญอยู่ที่นี่นี่เอง.. และคิดว่าน่าจะรู้คำตอบกันดี

แต่อยากยกตัวอย่างที่เคยได้ยินมาสักหน่อย เพราะในช่วงที่ผม "สกินเฮด" กำลังค่อนข้างฮิต นักเรียนก็แห่กันไปตัด (แน่นอน ก็ฮิตนี่)และจุดนี้เองที่แสดง "โรคกลัวของใหม่" อย่างเข้าไส้ของพวกอาจารย์อนุรักษ์นิยม ด้วยการห้ามนักเรียนตัดสกินเฮด เพราะนี่เป็นทรงผมแฟชั่น!!!

ตลกดีนะ เมื่อคำว่าแฟชั่นกับคำว่าถูกระเบียบถูกจับให้แยกออกจากกัน(ในบริบทของประเทศนี้) แต่เราก็เห็นๆกันอยู่ว่าสกินเฮดมันคือการฟิวชั่นสองอย่างนี้เข้าด้วยกันชัดๆ!!!

ของใหม่กับของเก่า ทำไมจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ล่ะเนี่ย เฮ้อออ

#1 By nanoguy on 2008-04-18 05:46

embarrassed รู้สึกเหมือนขาดประเด็นของเจ้าของบล็อกไปหน่อยแฮะ
น่าจะบอกไปเลยก็ได้ ว่าส่วนตัวแล้ว บลา บลา บลา

ที่แน่ๆ ถ้ามันตามใจตัวเองกันหมด
ทรงผมก็เป็นแบบเด็กมหาลัยกันเลยทีเดียว sad smile
มีมันทุกทรง (และใช้เวลากับทรงผมมากกว่าทรงเกรียนชัวร์)
ชอบน้องๆ หัวน่ารักๆแบบเกรียนๆ สกินเฮดมากกว่า
(แต่นิสัยเกรียนบ่เอาเน้อ)

#2 By --อาเย่-- on 2008-04-18 06:20

กะเรื่องทรงผมเนี่ย มันเถียงกันยาวยิ่งกว่าปัญหาโลกแตกซะอีก แต่ก็เห็นด้วยกะที่บอกว่า ถึงตัดผมสั้นไปก็ไม่ได้ทำให้เรียนดีขึ้นนะ มันก็จริงอ่ะ


ตามความเห็นส่วนตัวแอบคิดว่ามันน่าจะตัดทรงอะไรก็ได้ ที่ไม่แหวกแนวมากเกินเยียวยา ไม่ใช่ว่าปั่นเดรดร้อค ไม่ก็ไถข้างเดียว หวีเป๋ปัด แค่นั้นก็น่าจะพอละ ไม่ใช่ว่าต้องเอาไม้บรรทัดมาวัดดูว่าผมยาวเกิน2ซม.รึป่าวไรงี้ นั่นมันก็เกินไปอ่ะ

สรุปว่าเรื่องนี้ก็เป็นปัญหาโลกแตกต่อไป
มันเป็นไปตามความรู้สึกมากกว่า เพราะผมสั้นอย่างนักเรียนหรือทหารจะทำให้รู้สึกว่ามีวินัย เป็นระเบียบเรียบร้อย นศพ.ยังโดนเลยครับ...

ปล.ตอนนี้ผมของผมยาวมากมายแล้วครับ 555
การเรียนคือยัดตัวเองใส่กรอบและความเก็บกดด้านอารมณ์ของครู

จะให้ตัดทรงอะไรก็ช่างเหอะ ไม่สนใจ แต่ถ้าช่วยออกค่าตัดผมให้ด้วยทุกเดือนจะซึ้งมาก

เคยมีอาจารย์คนหนึ่งพูดหลอกเด็ก(ตอนม.1มั๊ง นานแระ) บอกว่าผมยาวทำให้โง่ลง เหอๆ งี้ผู้ใหญ่ก็โง่กันเกือบทั้งประเทศดิ

#5 By o.OSnookerMaNO.o on 2008-04-18 08:39

สมัยนักเรียนพ้มก็จะตัดหัวเกรียนจนถึงม.ต้น ช่วง ม.ปลายค่อยไว้รองทรง(สั้น) เรียกได้ว่าไม่เคยมีปัญหาเรื่องทรงผม
เพราะอยากใช้ชีวิตแบบ STEALTH
ไปซุ่มทำเรื่องอื่นๆที่อยากทำ
(แต่ก็ไม่คัดค้านหรือเห็นด้วยว่าต้องไว้ผมทรงไหน)
ถ้ามองในแง่งบประมาณ ทรงนักเรียนมันถูกสุดแล้ว
ถ้ามีเรื่องแฟชั่นมาเจือปนอาจเป็นภาระให้กับผู้ปกครองที่ไม่มีรายได้มากพอก็ได้ขันน้ำ ดอกมะลิ

#6 By wesong on 2008-04-18 08:56

ทุกสรรพสิ่ง
มักมี 2 ด้านเสมอ
สำหรับผมได้ทั้งคู่
คับ

ตอนเด็กๆผมขอแค่เขียนการ์ตูนใส่หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ก็พอคับsad smile
ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า สิ่งที่เขาวางกฎเกณฑ์มา มันย่อมมีเหตุและผลของมัน แต่เมื่อถึงเวลาที่โลกเปลี่ยนเป็นเร็วเช่นยุคสมัยปัจจุบัน เราก็ควรจะหยิบบางสิ่งที่มันอยู่กับที่ ให้มีการพัฒนาบ้าง เรื่องของทรงผมก็อยู่ในข่ายนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นทรงลานบินหรือทรงเกรียนเท่านั้นเสมอไป

ทรงผมไม่เกี่ยวกับการเรียนแต่อย่างใด ไม่มีผลวิจัยชิ้นไหน บอกว่ามันเกี่ยว แต่มันเกี่ยวกับเรื่องของความเหมาะสม ลองนึกภาพตามนะครับ หากเราปล่อยให้นักเรียนไว้ทรงผมตามใจเจ้าของหัว บางคนอาจจะไปทำทรงเดฟร็อก โมฮ็อก ทำสีก็ได้ แล้วไง เวลาไปโรงเรียน ก็ใส่ชุดนักเรียน โคตะระเหมาะเลย ดูดี ภูมิฐานจัง sad smile

ข้างบนแค่สมมตินะครับ จริงๆเรื่องนี้มันเป็นปัญหาโลกแตก ผมว่า วิธีการแก้ก็คงต้องยอมๆกันทั้งสองฝ่าย คือนักเรียนต้องยอมรับว่ายังไงสังคมมันก็ต้องมีกฎระเบียบ ส่วนโรงเรียน ครู ก็เปิดทางเลือกที่เหมาะสมให้เด็กมากขึ้น ให้นักเรียนได้เลือกบ้าง แต่อยู่ในกรอบของความเหมาะสม ให้นักเรียนรู้เหตุและผลที่แท้จริงของการที่ต้องทำเ่ช่นนี้ ไม่ใช่ข้ออ้างหลอกเด็ก

ยุคสมัยที่ไม้เรียวใช้ไม่ได้ ผู้ปกครองให้ท้ายเด็ก คงทำได้แค่นั้น angry smile

#8 By บอมเบย์ on 2008-04-18 10:53

โดยส่วนตัวรู้สึกว่า เราเรียกร้องอิสระเสรี จนปฏิบัติตามกฎระเบียบไม่ค่อยได้แล้วล่ะครับ

#9 By Chubby Chocobo on 2008-04-18 11:35

เรื่องเดียวกันแต่มองกันคนละมุมเนอะ

แต่..
ยังไงแล้วเราก็ต้องทำตาม เพราะมันเป็นกฏsad smile
กฎระเบียบของโรงเรียน
บางเรื่องก็อดคิดว่ามันงี่เง่าไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ฉันก็ทำตามกฎ เพราะนั่นเป็นที่ที่เราอยากไปอยู่เอง เราไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนั้นเองด้วยความสัมครใจ ฉันจึงคิดว่าเราควรทำตามกฎของสังคมนั้นๆ

โดยทั่วไปฉันคิดว่ากฎในโรงเรียนจะเข้มแค่ไหนมันก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรง เลือดตาแทบกระเด็นอะไรขนนาดนั้น
ฉันว่ามันเป็นการฝึกเตรียมตัวสำหรับการทำงานด้วย
ชีวิตนี้อย่างน้อยๆคงมีบางกฎที่เราต้องปฏิบัติตาม


Hot! Hot! Hot!
ต้องเป็นหัวข้อเด่นประเด็นฮ้อนแน่ๆเลย

#11 By flawas on 2008-04-18 12:27

เห็นด้วยกับ#1นะครับ เพื่อนผมคนหนึ่งก็ตัดสกินเฮดสมัยตอนเรียนมัธยมbig smile
สิ่งที่อาจารย์อ้าง ดูไงๆก็ไม่สมเหตุสมผล
สำนวนไทยมันก็ต้องดูตามกาละเทศะน่ะครับ
เหมือน
"ข้า​เมืองตาหลิ่ว​ ​ต้อง​หลิ่วตาตาม" ก็มีอีกสำนวนเหมือนกันคือ
"เห็นช้างขี้ อย่าขี้ตามช้าง" :P

เอาแบบความคิดเห็นของผมเลยนะครับ.. คือตอนเป็นเด็กนักเรียกผมก็ไม่เห็นด้วยกับกฎแบบนี้ พอผมโตเป็นผู้ใหญ่ได้เรียนรู้อะไรมามากมายพอที่จะใช้เหตุผลตัดสินใจได้ว่าอะไร เหมาะสม หรืออะไรที่ไม่เหมาะสม.. ผมก็ยังไม่เห็นด้วยกับกฎเหล่านี้อยู่ดี..

ผมยังจำภาพที่ครูฝ่ายปกครองถือไม้บรรทัดเดินตรวจแถวนักเรียนชาย ทรงผมต้องไถให้ขาวเห็นหนังหัว ข้างหน้าห้ามยาวเกิน 2 เซ็น ใครยาวเกินนี้ถูกกร้อน ผมมีคำถามในใจมากมายถึงเหตุผลการตั้งกฎนี้ขึ้นมา แต่ไม่สนใจอยากรู้คำตอบแล้วครับ..

ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน.. ถ้าคำพูดนี้ยังคงเป็นจริง.. "ทำไมไม่เห็นคุณครูหัวเกรียนเลยซักคน?"

#14 By :: KinG MoJi :: on 2008-04-18 12:35


ลืม Hot!

big smile

#15 By :: KinG MoJi :: on 2008-04-18 12:37

ผมว่าตัดตามที่ครูบอกก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ซักครั้งในชีวิต แต่อย่างว่าแหละ มันเป็นกฎ

ผมมีครั้งหนึ่ง ผู้ชายทั้งห้องแห่กันไปตัดสกินเฮด เพราะว่าเราได้พนันกันภายในห้องว่าใครต่ำกว่ามีน หรือตกซักวิชามันต้องไปตัด สรุปตัดทั้งฟห้อง

พอวันต่อมาเข้าแถวเคารพธงชาติ ห้องข้างๆเลยแห่มาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ผมว่ามันก็แปลกดี สนุกดี จนเกิดเป็นเทรนใหม่เลยหละ ทั้ง รร แห่กันตัดเกรียน ฮ่าๆ ไม่ตัดได้ไงขนาดรุ่นพี่ ม.6 ยังตัดเลย sad smile

#16 By Under Constuctive Man on 2008-04-18 13:25

เป็นมุมมองที่น่าสนใจครับ
แต่
มันอาจจะเลยวัยสำหรับผมไปนานพอสมควรแล้ว
ผมก็เลยนึกภาพผลกระทบ หรือ ความแตกต่างไม่ออก

สำหรับผล การทำตามกฎคือสิ่งที่ดี
แต่กฎทุกข้อก็มีไว้ให้แหก เสมอ
Hot! Hot! angry smile

#17 By on 2008-04-18 13:41

ถ้าครูบอกเมืองไทยเมืองร้อนเลยต้องตัดเกรียนได้สบายหัว ว่าไปอย่างนะ open-mounthed smile
ชอบคอมเมนท์หนึ่งครับ จริงๆตอนนั้นสกินเฮดกำลังมาเลย แล้วก็สั้นได้ใจด้วย อ.ดันไม่ชอบแฮะเออ ผมเป็นเด็กอยู่ในกรอบครับ เลยไม่ค่อยอินเท่าไรbig smile
เมื่อก่อนผมก็ชอบตัดทรงนักเรียนนะครับ มันสบายดี confused smile พอต้นเดือนทีไร ไม่ตัดไม่ได้

แต่ก็มีเพื่อนๆหลายคนครับ ไม่ชอบตัด ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน sad smile

ตอนนี้อยากกลับไปไว้ทรงนักเรียน แต่มีหวังโดนตบเกรียนทุกวันแน่เลย sad smile

#20 By NOT_KUNG on 2008-04-18 21:00

แหม เมืองไทยเค้าก็เป็นอย่างงี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่คับsad smile
เอาน่าเรื่องภายนอก
สิ่งที่สำคัญที่สุดยังไงมันก็อยู่ในหัวอยู่ดีใช่มะคับquestion

#21 By seaugpor on 2008-04-18 22:34

ขอสนับสนุน #8 ครับ (แทบไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเลย)

ก่อนอื่น ผมขอบอกว่า เป็นประเด็นที่ดีครับ น่าสนใจ แต่หลังจากนี้จะขออนุญาตรุนแรงนิดหน่อยนะ

อย่างแรกสุด ผมไม่เห็นด้วยกับความคิดส่วนตัวของโด้นะครับ และถ้าในความคิดของผม ผมว่ามันไม่ถูกต้องเลยล่ะ (ปรกติผมจะยอมรับในแง่ของความคิดเห็นใช่ไหม แต่งานนี้ตูข้าขออนุญาตฟันธงเลยว่า มันไม่ถูกต้องเฟร้ย)

ผมเคารพเรื่องการคิดนอกกรอบครับ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมการคิดนอกกรอบจึงต้องเป็นเรื่องที่ส่งผลให้ความเป็นระเบียบมันเสียด้วย? ถ้าอยากคิดนอกกรอบทำไมไม่ลองคิดเรื่องอื่นที่มันสร้างสรรค์และก่อให้เกิดผลดีต่อตนเองหรือสังคมมากกว่านี้ ถ้าหมายจะมีอิสระเสรีเพียงแค่ขอเปลี่ยนทรงผม ผมว่ามันเป็นการ"ตอบสนองความต้องการส่วนตัว" มากกว่าการคิดเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆที่ดีขึ้นมานะครับ ไม่ได้จงใจพูดกับโด้นะ แต่ให้ลองจินตนาการว่าตนเองเป็นนร.คนหนึ่งที่วันหนึ่งอยากจะเปลี่ยนทรงผมเป็นอะไรก็ได้ตามใจฉันขึ้นมา ลองคิดดูให้ดี แล้วลองตอบใจตนเองสิว่า ที่คิดเช่นนั้นเพราะ "ฉันอยาก" หรือ "เพื่อก่อเกิดสิ่งที่ดี"จริงๆกันแน่

ขอพูดซ้ำกับคุณ #8 หากการคิดนอกกรอบที่ว่านี้ ก่อให้เกิดทรงผมตามใจฉันมากมายในโรงเรียน คำถามคือมันน่าดูหรือ? มันสมควรกับความเป็นนักเรียนหรือ กับภาพที่เป็นเช่นนั้น? มันสร้างสรรค์อะไรให้งอกเงยบ้าง? ตอบคำถามตรงนี้ดูดีๆ ก่อนจะคิดนอกกรอบ ไม่อย่างนั้นมันก็มีค่าแค่ลมปากที่อ้างคำว่าคิดนอกกรอบเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อสนองตัณหาตนเองเท่านั้นแหละ

คนกลุ่มน้อยอยากเปลี่ยนแปลงกรอบ ก็ต้องหัดดูก่อนว่ากรอบที่อยากเปลี่ยนน่ะมันแย่แล้วหรือ ถึงจะไปเปลี่ยนมัน ไม่ใช่เอะอะก็จะเปลี่ยน เอาอารมณ์หรือใจตัวเองเป็นที่ตั้ง แบบนั้นสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นมาใหม่ มันก็แค่ผลพวงจากการสนองตัณหาของ"ใจ"เท่านั้น

ปล.ย้ำ ไม่ได้เจตนาว่าโด้ แต่ผมคิดว่าตัวเองกำลังพูดกับเด็กพวกนั้นอยู่น่ะครับ

#22 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-04-18 23:24

เพิ่มเติม

ตอนมัธยมผมเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในกรอบสุดๆนะ อารมณ์แบบ..เพื่อนบอกว่า "ถ้าไอ้กนกโดนหนีบผม กูยอมเลี้ยงพิซซ่ามันเลย"

แต่พอมหาลัย ทรงผมของผมนี่น้องๆ Jeff Hardy เลยนะ บอกไว้ก่อน ซ้ายแดง ขวาเหลือง เอากะผมสิ ;p

#23 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-04-18 23:27

เคยสงสัยไหมครับว่า ตอนเด็กๆโรงเรียนส่วนใหญ่ เด็กผู้ชายต้องใส่ขาสั้นไปเรียน โดยให้เหตุผลว่า เด็กผู้ชายกำลังซน ต้องใส่ขาสั้นถึงจะคล่องตัว ... ถ้าเด็กคนไหนอุตริ ใส่ขายาวไปเรียน ก็คงจะถูกมองว่า เป็นแกะดำ และถูกมองว่าเป็นเด็กไม่เรียบร้อย (ทั้งๆที่ความจริง การใส่ขาสั้น เพื่อให้มันคล่องตัว ไม่ใช่ให้มันเรียบร้อย)

...
..
.

แต่พอโต ขึ้นมา ถ้ามีเด็กมหาลัยคนไหนใส่ขาสั้นไปเรียน หรือมีหนุ่มคนไหนใส่ขาสั้นไปทำงาน ก็จะถูกมองว่า แต่งตัวไม่เรียบร้อย (ต่อให้รีดจนจีบคมแค่ไหนก็เหอะ) .... ทั้งๆที่ คนๆนั้น ก็เคยเรียบร้อยในฐานะ เด็กใส่ขาสั้นมาตลอด 10 กว่าปี

... ผิดกาล ผิดสถานที่ ผิดกรอบ ผิดกระแสสังคม ... ถึงจะเป็นสิ่งเดียวกันก็ผิดได้

บางครั้ง คนเราก็ขัดแย้งกับกฎที่ตัวเองสร้างขึ้น มันก็ยัง งง งง กันอยู่ surprised smile

#24 By Eddy on 2008-04-19 02:11

เราใช้ค่านิยมกันอย่างไม่มีเหตุผล มันก็เท่ากับไม่ใช้เหตุผล

ในสังคมที่กฏระเบียบไม่มีเหตุผล
มีแต่ผู้ใหญ่เที่ใช้ "อะไรที่กรูอยากให้ทำ" มากกว่าเหตุผล
เด็กก็คงเคยชินกันจนเรียกร้องอิสระเสรี ด้วย "อะไรที่กรูอยากทำ" มากกว่าเหตุผล

ถึงจะบอกว่า สิ่งสำคัญอยู่ในหัว ไม่ใช่บนหัว
แต่ไอ้บนหัว ก็ไม่ใช่ว่าไม่สำคัญ
จะควบคุมกันไปจนถึงความคิดเลยรึไงว่า"มรึงต้องคิดเหมือนกรูว่า ไอ้นี่สำคัญ และไอ้นั่นไม่สำคัญ"

ค่านิยมคือสิ่งที่ไร้เหตุผล และเป็นความเอาแต่ใจของสิ่งมีชีวิตลวงโลกจำพวกหนึ่ง
เพราะถ้ามันมีเหตุผลที่ถูกต้อง เถียงไม่ได้ มันก็จะเป็นวัฒนธรรม ไม่ใช่ค่านิยม

การที่เป็นได้แค่ค่านิยม เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรนอกจาก "ก็มันทำตามๆกันมา" เป็นแค่อะไรที่ว่า "กรูชินแล้ว"

โดยที่คนใช้ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำ
ไม่ต่างกับลิงที่โดนบังคับให้ห้ามแตะบันได

ใช่ การใช้ค่านิยมของมนุษย์
คือการถอยกลับไปสู่ระเบียบสังคมแบบลิง
ไม่ใช่แบบคน
ทำไมต้องเข้าแถว ทำไมต้องตัีดผม

. . . . .

คำถามที่ถามซ้ำ ทุกๆครั้งที่หยิบมาสนทนา
ผมว่า น่าจะหาที่สนทนา ให้เรื่องนี้จบๆไปเสียที

แม้ปีนี้จะไม่ต้องตัดทรงนักเรียนอีกแล้ว
แต่ผมก็ยังสงสัย ว่าทำไมต้องตัดน้า .. ~ big smile

#26 By iMase on 2008-04-19 05:33

อ่าน 22# แล้วไม่เห็นด้วย

มันมีสิ่งที่เรียกว่า "ความพอดี"

หากเราไม่มีโอกาสเลือกที่จะอยู่ตรงไหน ของพื้นที่กว้างๆ ที่มีอยู่

เราจะไม่มีวันเรียนรู้ถึง "ความพอดี" ที่จะเกิดขึ้นในชีวิตเราได้เลย เมื่อเราพ้นโรงเรียน และกฏระเบียบของโรงเรียนไป

ไม่ใช่ว่าไม่ห้ามแล้ว จะมีคนไม่ตัด
เพราะห้ามต่างหาก ถึงมีคนไม่ตัด

big smile

#27 By iMase on 2008-04-19 05:38

คนเราก็ควรอยู่ในกรอบกันบ้าง

คงไม่สามารถจะทะลุกรอบได้ทุกเรื่อง

แต่เราว่า เรื่องตัดทรงนักเรียนเนี่ย เป็นเรื่องเล็กน้อยน่า
ถ้าพูดถึงจริงๆ ทรงนักเรียน(หญิง)ก็ควรมีการปรับให้ดูดีกว่านี้
บางคนผมหยักศกเชียว ตัดเท่าติ่งหูมันก็ฟูฟ่องเป็นอะไรดี
ส่วนทรงนักเรียนชาย เราว่าก็เกรียนเกินไปหน่อย สงสารหนังหัวอยู่เหมือนกัน เด็กนะไม่ใช่ทหาร sad smile

#28 By PoY on 2008-04-19 08:33

ผมขอเข้าข้าง นักเรียนนะครับ เพราะคิดตามตรรกะ(แบบเข้าข้างตัวเอง) มันก็อย่างที่คุณ SkyKiD ว่า นอกหัวมันเกี่ยวไรกะในหัว ถ้าครูจะบอกว่า กลัวเด็กเสีย มันจะเสียอะไรกะทรงผมฟะ ถ้าครูจะบอกว่า กลัวเด็กมัวแต่ดูทรงผม เสียการเรียน ทำไมครูไม่ตัดเกรียนมั่งล่ะ เดี๋ยวเสียการสอน

ต่อให้คุณบอกว่าผมสั้นสบายกว่า ทำไมคุณถึงจ้องเล่นงานพวกทำตามแฟชั่น เพื่อนผมแค่สกินเฮด ยังโดนไถให้ตัดทรง นร เลย ถ้าจะไม่ให้ร้อน ให้ไว้รองทรงสูงยังพอว่า

ปัญหาที่ผมเจอคือ ครูเองยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักเรียน ให้สมเหตุผลไม่ได้เลย แล้วคุณคิดจะให้เด็กทำตามที่คุณพูด ปาวๆๆ เหรอ มันไม่ใช่นะ วันงดสูบบุหรี่โลกผมยังเห็นครูสูบเลย

ขอโทษนะครับถ้าแรงเกินไป พอดีอินมากไปหน่อยsad smile

#29 By คนธรรมดา on 2008-04-19 11:30

5555
ความจริงแล้วเรื่องผมมันไม่เกี่ยวหรอกเนอะ หนูยังคิดเลย ที่เกี่ยวมันเกี่ยวกะข้างในผมตะหาก
คือว่า หนูว่านะ ถ้าครูเค้าเอาเวลามาจุกจิกกับเรื่องผมพวกเนี๊ย หนูว่าเอาเวลาไปจุกจิกกับเด็กเกเรที่ชอบทำตัวอันธพาลดีกว่า หรือไม่ก้ไปปราบปรามเด็กที่เป็นแฟนกันดีกหว่า
อันนี้คือความคิดของหนูนะคะ หนูคิดว่าเรื่องเด็กนักเรียนคบกันเป็นแฟนมันดูหนักกว่าเรื่องผมอีก แต่ถ้าคบกันเป็นแฟนแล้วไม่ทำเรื่องเสียหายก็ดี แต่ครุที่รร.หนูไม่ค่อยสนใจเรื่องนักเรียนคบกันอ่ะค่ะ
แล้วแบบว่า หนูว่าเรื่องผมนะ ถ้าทรงผมไม่มีดีแต่การเรียนดีมันก็ดีไม่ใช่หรอกคะ
คือ.. ยังไงล่ะ
เอาเป็นว่าเรื่องนี้หนูไม่ค่อนยเข้าใจเท่าไหร่เลยค่าcry
เราลองมานึกถึงสมัย มต้นจริงๆนะครับ


ก็แค่อยากแหกกฏครับ....

ต่อให้ออกกฏว่าไว้รองทรงต่ำได้
มันก็จะไว้ยาวกว่า

ต่อให้ออกกฏว่า ทรงอะไรก็ได้ห้ามทำสี
มันก็จะมีคนทำสี


ถ้าไม่มีกฏเลย ทำทรงอะไรก็ได้... เละครับ

#31 By garun on 2008-04-19 12:42

"ถ้าทำตัวมีระเบียบวินัยในโรงเรียนไม่ได้ แล้วจะมีระเบียบวินัยในสังคมได้ไง" เป็นประโยคที่ครูชอบพูดกรอกหูประจำเลยค่ะsad smile

เป็นปัญหาที่แก้ไม่ออกจริงๆนะangry smile

#32 By saya chan on 2008-04-19 12:54

เคยคุยกับอาจารย์ท่านหนึ่ง
เหตุผลนี้ดีมากๆ
เหตุผลของเรื่องนี้คือ หากเด็กไปอยู่ในสถานที่ไม่เหมาะสม ก็จะรู้ทันทีว่าเป็นเด็กค่ะ

จริงอยู่ว่านั่นอาจเป็นสิทธิของเด็ก
แต่คำว่าสิทธิมันมากแค่ไหนกันนะquestion

#33 By มิว on 2008-04-19 14:21

สิ่งที่อยู่บนหัวนักเรียน จริงๆ ก็เป็นเรื่องของนักเรียน ต้องรับผิดชอบ

ถ้ามองในทางกลับกันสิ่งที่อยู่บนหัวอาจารย์กับสิ่งที่อยู่ในหัวอาจารย์ สำคัญแค่ไหนด้วยนะครับว่าไป (แต่ถ้าอาจารย์ไม่มีผมก็คงเป็นอีกเรื่องนึง sad smile

#34 By mnop on 2008-04-19 15:19

ผมเพิ่งหลุดพ้นจาก ระบบทรงนักเรียน มาครับ

โรงเรียนของผมมัธยมปลาย เค้าไม่ค่อยเข้มงวดเท่าไหร่หรอกครับเรื่องทรงผม

ขอแค่ ไม่ยาวจนเกินไป ก็พอ


แต่ไอ่ผมนี่ เรียน นศท. ครับ

มันเลยยกเว้นไม่ได้


sad smile

#35 By D û D e ` z on 2008-04-19 19:06

เอ่อ
จิงด้วยแฮะ

big smile

#36 By devil on 2008-04-19 20:16

จริงๆแล้วมันเหมือนเป็นการ"ฝึกระเบียบวินัย"ล่ะค่ะ
ให้เด็กปฏิบัติตามคำสั่ง และเชื่อฟังคำสอนของ"ผู้ใหญ่"

ลองมองกันแบบนี้ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำตามตนเอง

ฝ่ายครูชนะ
นักเรียนทุกคนตัดผมนักเรียน ผลอาจเป็นว่าแต่ละคนขาดซึ่งความเสรีและความคิดนอกกรอบ แน่นอนเมื่อโตขึ้นประเทศเราพัฒนาไปไม่ได้แน่นอน เมื่ออะไรมันก็เดิมๆย่ำอยู่กับที่

กลับกันฝ่ายนักเรียนชนะ
อยากทำอะไรตามใจตัวเอง มีความสุขกับการไว้ผมทรงต่างๆนานา ทว่าความเป็นเสรีทำให้แต่ละคนคิดไม่เหมือนกันเลย ขาดซึ่งระเบียบและรูปแบบ แบบนี้มันดีแล้วหรือ?

หากเทียบกับปัญหาในปัจจุบัน เจี๋ยคิดว่าเราควรจะคบกันครึ่งทางเพราะสมัยนี้เด็กโตไวและมีความคิดเป็นของตนเองเร็ว อาจจะให้ไว้ผมนักเรียนถึงแค่ม.ต้น เพื่อฝึกใช้รูปแบบและระเบียบ และให้ไว้ผมอิสระตอนม.ปลาย เพื่อให้มีความคิดของตนเอง ปรับใช้กับระเบียบเพื่อพัฒนาต่อไป

หยินและหยางถ้าผสานกันลงตัวก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าฝ่ายใดมากไปมันจะล่ม

ปล.นี่เป็นความเห็นส่วนตัวเท่านั้น
ปล.2 เอนทรี่นี้เป็นแรงบันดาลใจอะไรบางอย่าง ขอแปะดาวให้ค่ะHot!
เวลาที่ครูจะตรวจผมนร. เพื่อนก็บ่นพึมพำกันว่าทรงผมไม่ใช่ตัววัดนี่ว่านร.คนไหนเรียนดีหรือไม่ดี แต่เรากลับไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ มันจริงอยู่ที่ไม่ได้วัดกันเรื่องนั้น แต่มันก็ดูไม่มีระเบียบกฏเกณฑ์อยู่ดี
จนถึงตอนนี้ได้อ่านบล็อกที่คุณเขียนแล้ว เราก็เลยขอคิดกลับกับที่เราเคยคิดบ้าง ถ้าผู้ใหญ่เขาเปิดกว้างและยอมให้นร.ตัดทรงผมอิสระบ้าง โดยไม่มีอคติมาปิดกั้น มันก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีปัญหาอะไร เพราะต่อไปนี้จะได้ไม่มีการตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ตัดสินเรื่องในหัวสมองกันจริงๆ แต่ก็นะ...
พอมองถึงภาพนักเรียนแต่ละคนตัดผมตามใจตัวเอง ใส่ชุดนร.แล้วทรงผมประหลาดพิลึก มีย้อมสีผม มันก็ดูเละเทะอ่ะ ยิ่งนร.หญิงบางคนเจาะหูหลายๆรู แล้วใส่ต่างหูเรียงๆกันเป็นแถบบนใบหูก็ยิ่งไม่น่ามองเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ไหวอ่ะค่ะ

#38 By [EniledA]-’๐ on 2008-04-20 10:16


(สำหรับเรา)...เอ่อ มันไร้สาระนะ เรื่อง กำหนดทรงหัวน่ะ

แต่ไม่รู้สิ ถ้าทำตามกฎโรงเรียน มันเหมือนเป็นเรื่องฝืนใจแต่ต้องทำ ก็เหมือนกฏหมาย ที่เราต้องปฏิบัติ ถึงมันจะดูไร้สาระ ให้ตัดตามทรงที่กำหนด แต่... ถ้าแค่เรื่องๆไร้สาระนี่ เรายังบังคับตัวเองให้ทำตามไม่ได้ แล้วเรื่องใหญ่ๆ ที่อยู่ในหัวเรา เป็นเรื่องที่จำเป็น เราจะบังคับตัวเองให้ทำได้หรือเปล่า ? งั้นล่ะมั้ง ..

ไม่รู้สิ แต่พอมองหน้าพวกผู้ใหญ่ ก็หมั่นไส้ เหมือนกันนะ
พวกเค้าชอบลืมว่า "สิ่งที่อยู่บนหัว ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ในหัว"

Hot! big smile

#39 By a.while on 2008-04-20 13:57

คอมเมนท์ที่ 31 เป็นสภาพความเป็นจริงที่อธิบายปรากฏการณ์นี้เพิ่มเติมได้ดีครับ ในประเด็นเรื่องการต่อต้านผมทรงนักเรียนนี่ คงมองเป็น rebelism มากกว่า liberalism

ส่วนเจ้าของบล็อกมองประเด็นคำกล่าวนี้ได้เฉียบมากครับ ถูกใจ ขอแอด

#40 By PastelSalad on 2008-04-20 14:06

แต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลของตัวเอง คงไม่มีใครถูกใครผิดหรอ
แต่ถ้ายึดถือตามวัฒนธรรมของไทยก็คือ เด็กต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่
(แต่ตอนสมัยเรียนเราก็ไม่ด่อยเชื่อฟังเท่าไหร่หรอก เหอๆ)

#41 By miiself on 2008-04-21 16:44

ไม่รู้นะ ผมกลับคิดไม่เหมือชาวบ้านก็คือ ผมไม่ชอบไว้ผมยาวเลยครับ

ไว้แล้วเกะกะ ร้อนก็ร้อน ผมก็แห้งช้า เวลาลมพัดลมเป่าก็แทงตาแทงปาก

#42 By KennyHass on 2008-04-21 17:16

ทำงายอ่ะ แม่ด่าทุกวันว่าในหัวมีแต่ขี้

#43 By fangkhaow on 2008-04-24 22:53

ผมว่ามันก็แมนดีนะอยากจะเลียนแบบบ้าง แต่ผมก็เป็งแบบคุณเหมือนกัน เข้ามาดูผมได้ที่เว็บhttp://www.dekyim.orgแต่ที่ดีที่สุดควรจะทำตามกฎระเบียบของโรงเรียนจะดีกว่า(เพราะผมก็ยังเป็งนักเรียนอยู่)confused smile surprised smile embarrassed

#44 By dekyim_koi (118.172.73.17) on 2008-04-25 11:02