Review สี่แพร่ง + Horton
posted on 29 Apr 2008 23:49 by mahado in Moviesสวัสดีครับทุกๆคน ผมหายจากการอัพบลอกไปตั้งหลายวัน ที่จริงก็นึกว่าจะหายไปนานกว่านี้แล้วซะอีก แต่วันนี้มีเรื่องที่อยากจะเอามาอัพบล็อกมากๆ2เรื่องครับ
นั่นก็คือReviewหนัง 2 เรื่อง นั่นเอง เพราะถ้าไม่มาอัพจะยิ่งทำให้มีหนังค้างสต็อกเยอะขึ้น เพราะช่วงนี้มีหนังน่าดูเยอะมากๆ (ส่วนหมวดอื่นๆนอกจากReviewหนัง ช่วงนี้ผมอาจจะไม่ค่อยได้เขียนนะครับ เพราะหลายเรื่องไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วน และ ยิ่งดองให้มันตกตะกอนในหัวก็ยิ่งมีหลายมุมมองมากขึ้นครับ
)
เริ่มต้นด้วยเรื่องแรกกันเลยดีกว่านะครับ Horton hears a who นั่นเอง
เรื่องนี้บอกตามตรงว่าไม่เคยคิดที่จะไปดูเลยแม้แต่นิดเดียวครับ แต่ว่าตอนที่ผมไปดูไอ้แมงปอแมน ผมใช้โปรโมชันของEGV(ซื้อGift Voucherอีก1ใบ จะจับฉลากหนังฟรีได้เรื่องนึง) ทำให้ผมได้เรื่องนี้มาดูแบบฟรีๆ(ตรงไหน??....เพราะผมต้องเสียเงินอีก50บาท << ภาษี20 + ส่วนต่าง เพราะไปดูโรงดิจิตอลที่พารากอน << ที่EGVเหลือแต่โรงFirst Class ท่าทางจะแพงจนปวดตับแน่ๆ << ยืมมุกพี่วิชัยหน่อยนะครับ :p)
โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้สอดแทรกข้อคิด และสิ่งสะท้อน"สังคมมนุษย์"ออกมาหลายอย่างครับ เรียกได้ว่า ไม่เหมือนการ์ตูนที่สร้างมาสำหรับเด็กอย่างเดียว แต่ถ้าถามว่าเป็นการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่มั้ย ก็คงต้องตอบว่าไม่ อีกเช่นกัน เพราะเนื้อหาหลายอย่างมันก็ยังดูเด็กๆอยู่ดี จะพูดว่าเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูก็คงจะดี คงจะได้ล่ะมั้งครับ
ในหนังมีหลายประเด็นที่เรียกได้ว่าจุดประกายให้มาเขียนเอนทรี่ได้สบายๆหลายเอนทรี่เลยล่ะครับ รู้สึกโชคดีมากๆที่จับฉลากได้เรื่องนี้เพราะปกติแล้ว หนังแบบนี้ผมคงไม่คิดจะดูแน่นอน(ปกติไม่ค่อยชอบดูหนังอนิเมชัน3D)
อาจจะโหดร้ายไปสักนิดหากนำภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องนี้ไปเทียบกับ Ratatouille เพราะผมยังคงชอบ Ratatouille มากกว่ามากๆ <<ผมพึ่งได้ดูRatatouilleเมื่อต้นปี ซึ่งเรียกได้ว่า.......เป็นหนังของปี2007ที่ผมชอบที่สุดแล้ว ชอบมากกว่าหนังทุกเรื่องที่ผมเคยสรุปไว้ว่าเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีที่แล้วเลยล่ะครับ(เสียดายที่ดูช้าไป เลยไม่ได้สรุปไว้รวมกัน)
แต่สำหรับHorton แม้ว่าผมจะชอบไม่เท่ากับRatatouille และมีข้อเสียอย่างตัวละครที่กระทำการบางอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่ภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องนี้ ก็สะท้อนแง่คิดเกี่ยวกับประเด็นแรงๆอย่าง "กฎเกณฑ์ของสังคม" ผ่านคำพูดตรงๆ ออกมาได้เป็นอย่างดี แม้จะเป็นเพียงสิ่งที่แทรกไว้ในจุดเล็กๆน้อยๆก็ตาม (ตอนพูดมานี่ ผมอึ้งไปเลย เพราะไม่คิดว่าจะมีประโยคแบบนี้พูดอยู่ในหนังอนิเมชัน ที่ให้เด็กดู <<แต่เด็กดูได้ ไม่มีปัญหานะครับ แค่บางประเด็นมันสะกิดโดนใจผู้ใหญ่เท่านั้นเอง)
สำหรับประเด็นหลักใหญ่ใจความของเรื่องนี้ เท่าที่ผมสังเกตได้จะค่อนข้างจะเอียงไปทาง "อำนาจ" และ "คุณค่าของสิ่งมีชีวิต" ซะมากกว่า ซึ่ง2ประเด็นนี้ก็ร้อนแรงเหมือนกัน
แต่ถ้าอ่านด้านบนแล้วคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นการ์ตูนชวนเครียดล่ะก็ ไม่ใช่นะครับ เพราะตัวหนังจะออกไปทางการ์ตูนๆ ปนตลกบ้าง แล้วก็ไม่มีประเด็นให้ซีเรียสมากนัก(นอกจากจะเจาะๆทุกคำพูดของทุกตัวละคร)
และตอนจบของหนังเรื่องนี้ ในโรงภาพยนตร์ที่ผมดู มีคนปรบมือให้ตอนเครดิตขึ้นด้วยครับ (ผมก็อยากจะแจมอยู่ แต่....มีคนเดียวเอง - -'')
ผมขอจบการรีวิวหนังอนิเมชันเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้แล้วกันครับ
เกือบลืม ....สำหรับคะแนน ผมให้ 86 คะแนนครับ ใครไม่รีบร้อน ก็รอดูแผ่นก็ได้นะครับ (เพราะหนังมันใกล้ออกจากโรงแล้ว)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอาล่ะครับ หลังจากรีวิวหนังต่างประเทศไปแล้ว คราวนี้ถึงคราวของหนังไทยบ้าง ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมอยากมาอัพอย่างที่สุด แม้จะไม่อัพยาวมากก็ตาม
หลายคนน่าจะพอเดาออกว่า มันคือ .................... สี่แพร่ง
ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลกลใด หลังจากคิดว่าอยากเขียนรีวิวนี้ ก็พึ่งสังเกตว่านี่เป็นหนังไทยเรื่องที่4 ที่ผมดูในโรง ในปีนี้ พอดิบพอดี ช่างสมกับชื่อเรื่องซะจริงๆ
ผมขอเริ่มด้วยการกล่าวถึงบริบทซักเล็กน้อยนะครับ หนังเรื่องนี้ผมคงจะไม่สนุกขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ดูรอบที่มีผู้เข้าร่วมชมหลากหลายถึงเพียงนี้ บอกตามตรงว่าหนังผีที่ผมยอมดูในโรง จนถึงบัดนี้มีแค่3เรื่องเท่านั้น คือ แฝด บอดี้ และ 4แพร่งนี่แหละครับ
ครั้งของแฝดนั่น ดูเพราะ ฆ่าเวลา
ส่วนบอดี้ เพราะมีคนแนะนำกันท่วมท้น
และ4แพร่งก็เหมือนจะเป็นผู้สืบทอดยังไงไม่รู้ เพราะผมเคยดูมาหมดแล้ว ทั้งแฝด บอดี้ และชัตเตอร์(ดูแผ่น) นี่ก็นับเป็นเรื่องที่4 ของผู้กำกับกลุ่มนี้และหนังแนวๆนี้ได้เหมือนกันนะเนี่ย
แต่หนังเรื่องนี้เป็นหนังผีไทยเรื่องแรก ที่ผมเต็มใจเข้าไปดู และอยากดูมากๆก่อนหนังจะเข้าฉาย โดยไม่ได้สนใจคำเยินยออะไรทั้งสิ้น นอกจากคำโปรยที่ว่า จากผู้กำกับ บอดี้ ชัตเตอร์ และ แฝด กับ ตัวอย่างหนังที่เจ๋ง!! จนทำให้นี่เป็นหนังไทยที่ผมเฝ้ารอตั้งแต่ดูปิดเทอมใหญ่ฯจบเลยทีเดียว
เอาล่ะครับ ผมขอเริ่มรีวิวแบบแยกทีละเรื่องเลยนะครับ
แพร่งที่ 1 : เหงา
บอกตามตรงว่าเรื่องนี้ผมซูฮกกับผู้กำกับและคนเขียนบทมากๆครับ เพราะแทบจะไม่มีคำพูดอะไรมากมายเลย มีแต่การส่งSMS แต่ทำออกมาได้น่ากลัวมากๆ จริงๆเรื่องนี้บอกตามตรงว่าดูในโรงผมเฉยๆนะครับคือ หลอน แต่ไม่ได้กลัวอะไรมากมาย
แต่ หลังจากผมกลับมาถึงบ้าน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ติดอยู่ในหัวผมแบบฝังหัวที่สุด เพราะผมอยู่ในห้องคนเดียว แล้วภาพของหนังมันก็จะตามมาเลยล่ะครับ จนถึงวันนี้ ผมเปิดไฟดวงเล็กทิ้งไว้แล้วค่อยนอนมา2คืนแล้วล่ะครับ(แม้จะไม่ช่วยลดโลกร้อนไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าผมนอนไม่หลับ
)
เพราะฉะนั้นการันตีความหลอน!! สำหรับคนที่มักจะอยู่ในห้องตอนกลางคืนคนเดียว !!
แพร่งที่ 2 : ยันต์สั่งตาย
แพร่งนี้ออกแนว Final Destination ไปหน่อย ที่จริงผมก็รู้นะครับว่า....เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีคนบ่นมากที่สุด ถึงขั้นที่ว่าจะให้ตัดเรื่องนี้ทิ้งไป จนเหลือ3แพร่งกันเลยทีเดียว
แต่สำหรับผม แพร่งนี้เป็นแพร่งนึงที่ทำให้หนังเรื่องนี้ครบทุกรสชาติครับ เพราะแพร่งนี้ได้เลือด และความสะใจกลับไป บอกตามตรงว่าเรื่องนี้ได้รสชาติของ "หนามยอก ต้องเอาหนามบ่ง" เลยทีเดียว เรียกว่า "กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง" อย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน
และ....คงจะขาดประโยคนี้ไปไม่ได้ "เวร ระงับด้วยการจองเวร" (ซ่อนข้อความนิดหน่อยกันสปอยล์เล็กๆ)> >> ผลมันก็เลยเป็นแบบที่เห็นในหนัง - -'
สำหรับCGและมุมกล้อง ค่อนข้างโดดออกมาจากเรื่องอื่นมากๆ เทียบกับบอดี้ซึ่งเป็นผลงานจากผู้กำกับคนเดียวกันแล้ว ผมชอบบอดี้มากกว่าชนิดเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว เพราะเรื่องนี้ผมแค่เฉยๆ(ไม่ได้คิดว่าแย่ หรือ ดี)
ถึงยังไงก็เถอะ ผมเชื่อว่าถ้าตอนนี้ยาวกว่านี้ ไม่ได้เล่าแบบรวบรัดเหมือนในหนัง อาจจะดีกว่านี้ก็ได้ครับ
และPositionตอนจบ (อาจจะสปอยล์เล็กน้อย)>> ขอบอกเลยว่าทำออกมาได้ดี แต่น่าเสียดายที่ผมเดาออกแต่แรกแล้ว (แต่มีคนตะโกนลั่นเลยทีเดียว 5555)
หมายเหตุ : ผมยังไม่ได้อ่านฉบับการ์ตูนครับ แต่เชื่อว่าการ์ตูนคงหลอนกว่านี้
แพร่งที่ 3 : คนกลาง
แพร่งนี้ผมไม่พูดอะไรมาก ต้องไปดูเองเท่านั้น!!!!!!!
แพร่งนี้คือแพร่งที่สุดยอดที่สุดสำหรับผม เป็นแพร่งที่ผมกล้าพูดได้เลย ว่าสำหรับแพร่งนี้แพร่งเดียวเป็น 1ในหนังไทยที่ผมชอบที่สุดในตอนนี้ น่าเสียดายที่มันเป็นหนังสั้น(แต่จริงๆเพราะมันไม่ยาวเกินไปนั่นแหละ ถึงชอบครับ)
ถ้าให้ผมให้คะแนนแยกกันสี่แพร่ง ผมจะให้แพร่งนี้ 99.5/100 (เดี๋ยวคะแนนรวมค่อยว่ากันใหม่)
และเพราะแพร่งนี้แหละ ทำให้ผมอยากมาอัพเอนทรี่นี้
หมายเหตุ : แพร่งนี้......อาจจะไม่เหมาะกับคนบางกลุ่ม ซึ่งผมไม่ขอเจาะจง(เพราะถ้าพูดไป ผมคงเป็นคนสปอยล์ตัวหนังซะเอง)
แพร่งที่ 4 : เที่ยวบิน 224
แพร่งนี้เป็นแพร่งที่น่ากลัวที่สุดในหนังเรื่องนี้ และเพราะการจัดเรียงอย่างลงตัวของหนัง ไล่จากเงียบ > มันส์ > ...(ไม่บอก) > น่ากลัวที่สุด
ทำให้ยิ่งส่งเสริมความพีคของอารมณ์ แม้ว่าตัวบทจะไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่ แต่เรียกได้ว่าสะกดคนดูอยู่หมัดได้เหมือนกัน เรื่องนี้พลอยเล่นได้ดีมากๆครับ เรียกว่าน่ากลัวสุดๆ และอีกคนที่เล่นได้ดีไม่แพ้กันคือคนที่เล่นเป็นเจ้าหญิง เรียกได้ว่า...ความน่ากลัวพอฟัดพอเหวี่ยงกับดารารายเลยทีเดียว(สำหรับผมนะ)
ถ้าให้ผมให้คะแนนสำหรับแพร่งนี้แพร่งเดียวล่ะก็ 95/100ครับ
หมายเหตุ : เรื่องนี้ยังดีไม่มีปัญหาตามมาเหมือน "สงครามนางฟ้า"
สรุป : เรื่องสี่แพร่งถ้าให้เรียงความชอบล่ะก็.........
ตอนออกจากโรง : คนกลาง > เที่ยวบิน224 > เหงา = ยันต์สั่งตาย (เพราะ2เรื่องแรกผมชิวกับความน่ากลัว พอๆกัน)
ตอนนี้ : คนกลาง > เที่ยวบิน224 = เหงา > ยันต์สั่งตาย (เพราะเหงามันกลับมาหลอนต่อ)
หมายเหตุ :
ก่อนเข้าโรง(ความคาดหวัง) : ยันต์สั่งตาย > เหงา = เที่ยวบิน 224 > คนกลาง [อยากจะบอกว่าสลับกับปัจจุบันหมดเลย - -'' ]
และคะแนนสำหรับสี่แพร่งที่ผมให้ 93คะแนนครับ เพราะ2ตอนสุดท้ายตราตรึงผมมากๆ และ ตอนแรกสุด ก็กลับมาหลอนต่อที่บ้านได้อีก ส่วนภาพรวมของหนัง บอกตามตรงว่าเรียงเนื้อหาของแต่ละตอนตามนี้ ถือว่าลงตัวมากๆแล้ว(สำหรับผมนะ) เพราะเป็นการดึงความกลัวของคนดูให้ลงต่ำสุด และพุ่งขึ้นสูงสุดอีกครั้ง เรียกได้ว่าวางแผนการจัดเรียงมาเป็นอย่างดีครับ
ปล. สี่แพร่งทำให้ผมสนใจหนังผีขึ้นมามากกว่าแต่ก่อนเลย (ปกติไม่ชอบดูหนังผี)
ปล2.ตอนนี้ผมดองTagsไว้ 3Tagsแล้ว (ของคุณเจี๋ย,คุณArtกับYing,คุณเสี่ยวป้อ) ยังไงก็ขอติดไปสักระยะก่อนนะครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างจริงๆ เอนทรี่นี้แวะมาอัพ เพราะถ้าปล่อยต่อไป คงจะมี Iron Man กับเรื่องอื่นๆตามมาสมทบ แล้วจะรีวิวไม่ทัน(ซึ่งจะนำไปสู่การอดรีวิวในที่สุด)
ปล3.ผมต้องขอโทษหลายๆคนด้วยนะครับที่ไม่ได้แวะไปคอมเมนท์หรือ คอมเมนท์แค่สั้นๆ และบางบลอกผมไม่ได้เข้าไปอ่านหรือติดตามเหมือนแต่ก่อน เพราะช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่างจริงๆ บางทีคอมเมนท์ที่เห็นอาจจะแปลกๆไปบ้าง
เพราะหลายเอนทรี่ผมอ่านตอนกลางวัน(ช่วงที่ใช้คอมมหาลัย) แล้วค่อยกลับมาคอมเมนท์ที่บ้านครับ(ประมาณว่าอยากคอมเมนท์ แต่นึกออกไม่เท่าตอนอ่านแล้ว) หลังจากช่วงนี้ไปผมอาจจะ...- -'' ไม่ได้กลับมาคอมเมนท์ที่บ้านด้วย เพราะรู้สึกว่านอนไม่ค่อยพอครับ
ไปล่ะครับ ไว้ว่างๆจะกลับมาอัพเอนทรี่ต่อๆไปอีก รวมทั้งทำTagsที่ดองๆไว้ด้วย
ไม่ไรคับคุณน้อง แค่หลอนไม่กี่เดือนเองเดี๋ยวก็ชิน
#1 By seaugpor on 2008-04-30 00:33