Review สี่แพร่ง + Horton

posted on 29 Apr 2008 23:49 by mahado  in Movies

สวัสดีครับทุกๆคน ผมหายจากการอัพบลอกไปตั้งหลายวัน ที่จริงก็นึกว่าจะหายไปนานกว่านี้แล้วซะอีก แต่วันนี้มีเรื่องที่อยากจะเอามาอัพบล็อกมากๆ2เรื่องครับ


นั่นก็คือReviewหนัง 2 เรื่อง นั่นเอง เพราะถ้าไม่มาอัพจะยิ่งทำให้มีหนังค้างสต็อกเยอะขึ้น เพราะช่วงนี้มีหนังน่าดูเยอะมากๆ (ส่วนหมวดอื่นๆนอกจากReviewหนัง ช่วงนี้ผมอาจจะไม่ค่อยได้เขียนนะครับ เพราะหลายเรื่องไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วน และ ยิ่งดองให้มันตกตะกอนในหัวก็ยิ่งมีหลายมุมมองมากขึ้นครับ )


เริ่มต้นด้วยเรื่องแรกกันเลยดีกว่านะครับ Horton hears a who นั่นเอง

 

เรื่องนี้บอกตามตรงว่าไม่เคยคิดที่จะไปดูเลยแม้แต่นิดเดียวครับ แต่ว่าตอนที่ผมไปดูไอ้แมงปอแมน ผมใช้โปรโมชันของEGV(ซื้อGift Voucherอีก1ใบ จะจับฉลากหนังฟรีได้เรื่องนึง) ทำให้ผมได้เรื่องนี้มาดูแบบฟรีๆ(ตรงไหน??....เพราะผมต้องเสียเงินอีก50บาท << ภาษี20 + ส่วนต่าง เพราะไปดูโรงดิจิตอลที่พารากอน << ที่EGVเหลือแต่โรงFirst Class ท่าทางจะแพงจนปวดตับแน่ๆ << ยืมมุกพี่วิชัยหน่อยนะครับ :p)


โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้สอดแทรกข้อคิด และสิ่งสะท้อน"สังคมมนุษย์"ออกมาหลายอย่างครับ เรียกได้ว่า ไม่เหมือนการ์ตูนที่สร้างมาสำหรับเด็กอย่างเดียว แต่ถ้าถามว่าเป็นการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่มั้ย ก็คงต้องตอบว่าไม่ อีกเช่นกัน เพราะเนื้อหาหลายอย่างมันก็ยังดูเด็กๆอยู่ดี จะพูดว่าเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูก็คงจะดี คงจะได้ล่ะมั้งครับ


ในหนังมีหลายประเด็นที่เรียกได้ว่าจุดประกายให้มาเขียนเอนทรี่ได้สบายๆหลายเอนทรี่เลยล่ะครับ รู้สึกโชคดีมากๆที่จับฉลากได้เรื่องนี้เพราะปกติแล้ว หนังแบบนี้ผมคงไม่คิดจะดูแน่นอน(ปกติไม่ค่อยชอบดูหนังอนิเมชัน3D)


อาจจะโหดร้ายไปสักนิดหากนำภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องนี้ไปเทียบกับ Ratatouille เพราะผมยังคงชอบ Ratatouille มากกว่ามากๆ <<ผมพึ่งได้ดูRatatouilleเมื่อต้นปี ซึ่งเรียกได้ว่า.......เป็นหนังของปี2007ที่ผมชอบที่สุดแล้ว ชอบมากกว่าหนังทุกเรื่องที่ผมเคยสรุปไว้ว่าเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีที่แล้วเลยล่ะครับ(เสียดายที่ดูช้าไป เลยไม่ได้สรุปไว้รวมกัน)


แต่สำหรับHorton แม้ว่าผมจะชอบไม่เท่ากับRatatouille และมีข้อเสียอย่างตัวละครที่กระทำการบางอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่ภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องนี้ ก็สะท้อนแง่คิดเกี่ยวกับประเด็นแรงๆอย่าง "กฎเกณฑ์ของสังคม" ผ่านคำพูดตรงๆ ออกมาได้เป็นอย่างดี แม้จะเป็นเพียงสิ่งที่แทรกไว้ในจุดเล็กๆน้อยๆก็ตาม (ตอนพูดมานี่ ผมอึ้งไปเลย เพราะไม่คิดว่าจะมีประโยคแบบนี้พูดอยู่ในหนังอนิเมชัน ที่ให้เด็กดู <<แต่เด็กดูได้ ไม่มีปัญหานะครับ แค่บางประเด็นมันสะกิดโดนใจผู้ใหญ่เท่านั้นเอง)


สำหรับประเด็นหลักใหญ่ใจความของเรื่องนี้ เท่าที่ผมสังเกตได้จะค่อนข้างจะเอียงไปทาง "อำนาจ" และ "คุณค่าของสิ่งมีชีวิต" ซะมากกว่า ซึ่ง2ประเด็นนี้ก็ร้อนแรงเหมือนกัน


แต่ถ้าอ่านด้านบนแล้วคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นการ์ตูนชวนเครียดล่ะก็ ไม่ใช่นะครับ เพราะตัวหนังจะออกไปทางการ์ตูนๆ ปนตลกบ้าง แล้วก็ไม่มีประเด็นให้ซีเรียสมากนัก(นอกจากจะเจาะๆทุกคำพูดของทุกตัวละคร)


และตอนจบของหนังเรื่องนี้ ในโรงภาพยนตร์ที่ผมดู มีคนปรบมือให้ตอนเครดิตขึ้นด้วยครับ (ผมก็อยากจะแจมอยู่ แต่....มีคนเดียวเอง  - -'')

 

ผมขอจบการรีวิวหนังอนิเมชันเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้แล้วกันครับ

 

เกือบลืม ....สำหรับคะแนน ผมให้ 86 คะแนนครับ ใครไม่รีบร้อน ก็รอดูแผ่นก็ได้นะครับ (เพราะหนังมันใกล้ออกจากโรงแล้ว)


----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

เอาล่ะครับ หลังจากรีวิวหนังต่างประเทศไปแล้ว คราวนี้ถึงคราวของหนังไทยบ้าง ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมอยากมาอัพอย่างที่สุด แม้จะไม่อัพยาวมากก็ตาม


หลายคนน่าจะพอเดาออกว่า มันคือ .................... สี่แพร่ง


ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลกลใด หลังจากคิดว่าอยากเขียนรีวิวนี้ ก็พึ่งสังเกตว่านี่เป็นหนังไทยเรื่องที่4 ที่ผมดูในโรง ในปีนี้ พอดิบพอดี ช่างสมกับชื่อเรื่องซะจริงๆ


ผมขอเริ่มด้วยการกล่าวถึงบริบทซักเล็กน้อยนะครับ หนังเรื่องนี้ผมคงจะไม่สนุกขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ดูรอบที่มีผู้เข้าร่วมชมหลากหลายถึงเพียงนี้ บอกตามตรงว่าหนังผีที่ผมยอมดูในโรง จนถึงบัดนี้มีแค่3เรื่องเท่านั้น คือ แฝด บอดี้ และ 4แพร่งนี่แหละครับ


ครั้งของแฝดนั่น ดูเพราะ ฆ่าเวลา  

ส่วนบอดี้ เพราะมีคนแนะนำกันท่วมท้น

และ4แพร่งก็เหมือนจะเป็นผู้สืบทอดยังไงไม่รู้ เพราะผมเคยดูมาหมดแล้ว ทั้งแฝด บอดี้ และชัตเตอร์(ดูแผ่น) นี่ก็นับเป็นเรื่องที่4 ของผู้กำกับกลุ่มนี้และหนังแนวๆนี้ได้เหมือนกันนะเนี่ย

 

แต่หนังเรื่องนี้เป็นหนังผีไทยเรื่องแรก ที่ผมเต็มใจเข้าไปดู และอยากดูมากๆก่อนหนังจะเข้าฉาย โดยไม่ได้สนใจคำเยินยออะไรทั้งสิ้น นอกจากคำโปรยที่ว่า จากผู้กำกับ บอดี้ ชัตเตอร์ และ แฝด กับ ตัวอย่างหนังที่เจ๋ง!! จนทำให้นี่เป็นหนังไทยที่ผมเฝ้ารอตั้งแต่ดูปิดเทอมใหญ่ฯจบเลยทีเดียว

 


เอาล่ะครับ ผมขอเริ่มรีวิวแบบแยกทีละเรื่องเลยนะครับ

 


แพร่งที่ 1  :  เหงา


บอกตามตรงว่าเรื่องนี้ผมซูฮกกับผู้กำกับและคนเขียนบทมากๆครับ เพราะแทบจะไม่มีคำพูดอะไรมากมายเลย มีแต่การส่งSMS แต่ทำออกมาได้น่ากลัวมากๆ จริงๆเรื่องนี้บอกตามตรงว่าดูในโรงผมเฉยๆนะครับคือ หลอน แต่ไม่ได้กลัวอะไรมากมาย

 

แต่ หลังจากผมกลับมาถึงบ้าน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ติดอยู่ในหัวผมแบบฝังหัวที่สุด เพราะผมอยู่ในห้องคนเดียว แล้วภาพของหนังมันก็จะตามมาเลยล่ะครับ จนถึงวันนี้ ผมเปิดไฟดวงเล็กทิ้งไว้แล้วค่อยนอนมา2คืนแล้วล่ะครับ(แม้จะไม่ช่วยลดโลกร้อนไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าผมนอนไม่หลับ)

 

เพราะฉะนั้นการันตีความหลอน!! สำหรับคนที่มักจะอยู่ในห้องตอนกลางคืนคนเดียว !!

 


แพร่งที่ 2 : ยันต์สั่งตาย

แพร่งนี้ออกแนว Final Destination ไปหน่อย ที่จริงผมก็รู้นะครับว่า....เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีคนบ่นมากที่สุด ถึงขั้นที่ว่าจะให้ตัดเรื่องนี้ทิ้งไป จนเหลือ3แพร่งกันเลยทีเดียว

 

แต่สำหรับผม แพร่งนี้เป็นแพร่งนึงที่ทำให้หนังเรื่องนี้ครบทุกรสชาติครับ เพราะแพร่งนี้ได้เลือด และความสะใจกลับไป บอกตามตรงว่าเรื่องนี้ได้รสชาติของ "หนามยอก ต้องเอาหนามบ่ง" เลยทีเดียว เรียกว่า "กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง" อย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน

 

และ....คงจะขาดประโยคนี้ไปไม่ได้ "เวร ระงับด้วยการจองเวร" (ซ่อนข้อความนิดหน่อยกันสปอยล์เล็กๆ)> >> ผลมันก็เลยเป็นแบบที่เห็นในหนัง   - -'

 

สำหรับCGและมุมกล้อง ค่อนข้างโดดออกมาจากเรื่องอื่นมากๆ เทียบกับบอดี้ซึ่งเป็นผลงานจากผู้กำกับคนเดียวกันแล้ว ผมชอบบอดี้มากกว่าชนิดเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว เพราะเรื่องนี้ผมแค่เฉยๆ(ไม่ได้คิดว่าแย่ หรือ ดี)

 

ถึงยังไงก็เถอะ ผมเชื่อว่าถ้าตอนนี้ยาวกว่านี้ ไม่ได้เล่าแบบรวบรัดเหมือนในหนัง อาจจะดีกว่านี้ก็ได้ครับ

 

และPositionตอนจบ (อาจจะสปอยล์เล็กน้อย)>> ขอบอกเลยว่าทำออกมาได้ดี แต่น่าเสียดายที่ผมเดาออกแต่แรกแล้ว (แต่มีคนตะโกนลั่นเลยทีเดียว 5555)


หมายเหตุ : ผมยังไม่ได้อ่านฉบับการ์ตูนครับ แต่เชื่อว่าการ์ตูนคงหลอนกว่านี้

 

แพร่งที่ 3 : คนกลาง

 

แพร่งนี้ผมไม่พูดอะไรมาก ต้องไปดูเองเท่านั้น!!!!!!!

 

แพร่งนี้คือแพร่งที่สุดยอดที่สุดสำหรับผม เป็นแพร่งที่ผมกล้าพูดได้เลย ว่าสำหรับแพร่งนี้แพร่งเดียวเป็น 1ในหนังไทยที่ผมชอบที่สุดในตอนนี้ น่าเสียดายที่มันเป็นหนังสั้น(แต่จริงๆเพราะมันไม่ยาวเกินไปนั่นแหละ ถึงชอบครับ)

 

ถ้าให้ผมให้คะแนนแยกกันสี่แพร่ง ผมจะให้แพร่งนี้ 99.5/100 (เดี๋ยวคะแนนรวมค่อยว่ากันใหม่)

 

และเพราะแพร่งนี้แหละ ทำให้ผมอยากมาอัพเอนทรี่นี้

 

หมายเหตุ : แพร่งนี้......อาจจะไม่เหมาะกับคนบางกลุ่ม ซึ่งผมไม่ขอเจาะจง(เพราะถ้าพูดไป ผมคงเป็นคนสปอยล์ตัวหนังซะเอง)

 

แพร่งที่ 4 : เที่ยวบิน 224


แพร่งนี้เป็นแพร่งที่น่ากลัวที่สุดในหนังเรื่องนี้ และเพราะการจัดเรียงอย่างลงตัวของหนัง ไล่จากเงียบ > มันส์ > ...(ไม่บอก) > น่ากลัวที่สุด


ทำให้ยิ่งส่งเสริมความพีคของอารมณ์ แม้ว่าตัวบทจะไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่ แต่เรียกได้ว่าสะกดคนดูอยู่หมัดได้เหมือนกัน เรื่องนี้พลอยเล่นได้ดีมากๆครับ เรียกว่าน่ากลัวสุดๆ และอีกคนที่เล่นได้ดีไม่แพ้กันคือคนที่เล่นเป็นเจ้าหญิง เรียกได้ว่า...ความน่ากลัวพอฟัดพอเหวี่ยงกับดารารายเลยทีเดียว(สำหรับผมนะ)

 

ถ้าให้ผมให้คะแนนสำหรับแพร่งนี้แพร่งเดียวล่ะก็ 95/100ครับ


หมายเหตุ : เรื่องนี้ยังดีไม่มีปัญหาตามมาเหมือน "สงครามนางฟ้า"

 

 


สรุป : เรื่องสี่แพร่งถ้าให้เรียงความชอบล่ะก็.........

ตอนออกจากโรง :  คนกลาง > เที่ยวบิน224 > เหงา = ยันต์สั่งตาย  (เพราะ2เรื่องแรกผมชิวกับความน่ากลัว พอๆกัน)

ตอนนี้ : คนกลาง > เที่ยวบิน224 = เหงา > ยันต์สั่งตาย (เพราะเหงามันกลับมาหลอนต่อ)

 

หมายเหตุ :

ก่อนเข้าโรง(ความคาดหวัง) : ยันต์สั่งตาย > เหงา = เที่ยวบิน 224 > คนกลาง [อยากจะบอกว่าสลับกับปัจจุบันหมดเลย - -'' ]

 


และคะแนนสำหรับสี่แพร่งที่ผมให้ 93คะแนนครับ เพราะ2ตอนสุดท้ายตราตรึงผมมากๆ และ ตอนแรกสุด ก็กลับมาหลอนต่อที่บ้านได้อีก ส่วนภาพรวมของหนัง บอกตามตรงว่าเรียงเนื้อหาของแต่ละตอนตามนี้ ถือว่าลงตัวมากๆแล้ว(สำหรับผมนะ) เพราะเป็นการดึงความกลัวของคนดูให้ลงต่ำสุด และพุ่งขึ้นสูงสุดอีกครั้ง เรียกได้ว่าวางแผนการจัดเรียงมาเป็นอย่างดีครับ

 

 

ปล. สี่แพร่งทำให้ผมสนใจหนังผีขึ้นมามากกว่าแต่ก่อนเลย (ปกติไม่ชอบดูหนังผี)


ปล2.ตอนนี้ผมดองTagsไว้ 3Tagsแล้ว (ของคุณเจี๋ย,คุณArtกับYing,คุณเสี่ยวป้อ) ยังไงก็ขอติดไปสักระยะก่อนนะครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างจริงๆ เอนทรี่นี้แวะมาอัพ เพราะถ้าปล่อยต่อไป คงจะมี Iron Man กับเรื่องอื่นๆตามมาสมทบ แล้วจะรีวิวไม่ทัน(ซึ่งจะนำไปสู่การอดรีวิวในที่สุด)


ปล3.ผมต้องขอโทษหลายๆคนด้วยนะครับที่ไม่ได้แวะไปคอมเมนท์หรือ คอมเมนท์แค่สั้นๆ และบางบลอกผมไม่ได้เข้าไปอ่านหรือติดตามเหมือนแต่ก่อน เพราะช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่างจริงๆ บางทีคอมเมนท์ที่เห็นอาจจะแปลกๆไปบ้าง

เพราะหลายเอนทรี่ผมอ่านตอนกลางวัน(ช่วงที่ใช้คอมมหาลัย) แล้วค่อยกลับมาคอมเมนท์ที่บ้านครับ(ประมาณว่าอยากคอมเมนท์ แต่นึกออกไม่เท่าตอนอ่านแล้ว) หลังจากช่วงนี้ไปผมอาจจะ...- -'' ไม่ได้กลับมาคอมเมนท์ที่บ้านด้วย เพราะรู้สึกว่านอนไม่ค่อยพอครับ

 

ไปล่ะครับ ไว้ว่างๆจะกลับมาอัพเอนทรี่ต่อๆไปอีก รวมทั้งทำTagsที่ดองๆไว้ด้วย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แหงมๆ ผลของการดูหนังผีก็เป็นอย่างงี้ละคับ
ไม่ไรคับคุณน้อง แค่หลอนไม่กี่เดือนเองเดี๋ยวก็ชินconfused smile

#1 By seaugpor on 2008-04-30 00:33

เจี๋ยเพิ่งได้ดูแฝดไปเมื่อเร็วๆนี้ค่ะ หักมุมดีนะ ชอบ
ชัตเตอร์ก็ดูแล้ว(นานมากแล้ว) เป็นหนังผีอันดับหนึ่งในดวงใจเลย หลอนตลอดเรื่อง
แต่บอดี้ไม่ได้ดู และไม่คิดจะดู ไม่ชอบคนเล่น

เรื่องนี้เลยน่าดูสำหรับเจี๋ยนะคะ แต่คงไม่ได้ดูในโรงเป็นแน่แท้ด้วยฐาแนะ และความน่ากลัวในโรงกับแผ่นผิดกับลิบลับ (เจี๋ยเคยไปดูคนเห็นผี2ในโรง น่ากลัวมาก แต่พอมาดูแผ่นก็จิ๊บๆ)

จริงๆเป็นคนไม่ชอบดูหนังผีนะคะเพราะกลัวมาก แต่เรื่องนี้อยากดูจริงๆ เป็นหนังไทยที่อยากดูจากใจเหมือนกับช็อคโกแลต

แต่ว่าตัวอย่างไม่ค่อยจะน่ากลัวสักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะเรื่องเหงา หลอนไหมหลอนจริง แต่เจี๋ยจินตนาการไปว่า ถ้าหากให้ส่งSMS มาเยอะๆ แล้วรูปเป็นว่าผู้ชายอยู่ห่างๆ ก่อนจะค่อยๆใกล้เข้ามา มันคงจะน่ากลัวกว่านี้เยอะโคตรๆ(แหม ช่างคิด)

อย่างไรก็ตามเจี๋ยก็ยังไม่ได้ดู คงรอแผ่นตามเคยsad smile

ปล.ช่วงนี้เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย พี่โด้รักษาสุขภาพด้วยนะคะbig smile
บ๊อกซ์ออฟฟิศในเมืองไทย ฮอร์ตันแพ้แมงปอแมน ครับ หึ...
4 แพร่งนี่ก็เสียดายตังค์เล็กน้อย เพราะปิดตาดูหลายนาที ^^'

#3 By อั้นโนะ on 2008-04-30 01:14

horton ดูแล้ว...อยากจะร้องไห้ออกมาด้วยความกดดัน
ยิ่งตอนที่ช้างโดนล้อมกรอบ...แม่งชีวิตจริงชัดๆ

สี่แพร่ง...ทำให้เข้าใจว่า..

หนังผีที่ดีและสยอง= ที่มือ+มองไม่เห็น+ที่แคบ+การเล่นกับสมาธิคนดู

รวมๆแล้วน่ากลัวชิป


ผมชอบเรื่องที่สามเช่นกันครับ เพราะกลมกล่อมมาก

#4 By doggiestyle on 2008-04-30 09:23

แก้หน่อย

ที่มืดครับ ไม่ใช่ ที่มือ

#5 By doggiestyle on 2008-04-30 09:23

ตอนยืนดูตย.หน้าโรงรู้สึกไม่ค่อยหลอนเลยครับ ไม่ทราบว่าทำไม อาจจะเพราะนิสัยไม่กลัวผีติดตัวรึเปล่าก็ไม่รู้sad smile ถึงคุณมาฮาโด้จะบอกว่าหลอนน่าดูมากๆ แต่ผมก็ยังกลัวเช่ามาดูแล้วตัวเองจะผิดหวังอยุ่ดี

พูดๆไปแล้วไปรีวิว Three Kingdoms ดีไหมเนี่ย เพิ่งดูมา ประทับใจมากมาย

#6 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-04-30 09:50

อยากดูค่ะ

แต่เห็นคนอื่นเค้าหลอนกลับมาแล้วไม่กล้าดู sad smile

#7 By || Candy St♥re || on 2008-04-30 10:07

เหอะๆ ดูจากคะแนนแล้ว

ถือว่าน่าดูครับ

แต่ยังไม่มีโอกาสเลย sad smile

งานเยอะจริงๆ

#8 By Under Constuctive Man on 2008-04-30 11:38

สี่แพร่งชอบ2ตอนหลัง (คนกลาง เที่ยวบิน224)confused smile

#9 By wesong on 2008-04-30 12:16

ยันต์สั่งตายทำไม่ถึงครับ
ที่เหลือแจ๋วนากลัวได้ใจมักๆconfused smile
ไม่ชอบหนังผีอ่ะครับ
ดูแล้วน่ากลัว บรื๋อbig smile
เห็นพูดแล้วอยากไปดูจัง แต่ไม่ชอบดูหนังผีนี่สิ sad smile

#12 By NOT_KUNG on 2008-04-30 18:09

สี่แพร่ง ชอบสุดคือตอน "เหงา" ครับ ได้อารมณ์หลอนๆ และกดดันๆ อย่างสุดๆ...ถ้าให้เลือกว่า "ไม่อยาก" อยู่ในสถานการณ์แบบไหนที่สุด ยกให้เรื่องนี้เลย sad smile

นักแสดงเล่นเจ๋งมั่กๆ ทั้งเรื่องไม่มี dialogue เลย เน้นแอคติ้งล้วนๆ...โดนครับ โดน

เรื่องยันต์สั่งตาย ของการ์ตูนทำได้ดีมากนะครับ ผมไปดูหนัง เพราะอยากดูเรื่องนี้แหล่ะ (งานของคุณเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์) แต่ปรากฎว่า...เป็นเรื่องที่ผมชอบน้อยที่สุด...ทำเป็นหนังแล้วไม่เวิร์คแฮะ ทั้งๆที่ตอนทำเรื่องบอดี ศพ19 ยังเข้าท่ากว่านี้ อันนี้ CG มันหลอกลวงมั่กๆ ดูแล้วออกแนว fake ไปนิดนึง sad smile....ผีกอลลั่ม

คนกลาง รับประกันความฮาเช่นกัน ^^ ดูแล้ว บรรยากาศในโรงเปลี่ยนไปเลย สนุกดีครับ

เรื่องสุดท้าย last fright ก็ชอบนะ แม้มุขจะเก่าไปหน่อย แต่ก็เล่นกับความกลัวได้หลายแบบดี และที่สำคัญ...พลอยน่ารักมาก

#13 By Zieghart on 2008-04-30 19:51

ชอบ สี่เเพร่งในเเง่ความสนุก คือทำออกมาได้ลงตัวดี
ยกเว้นตอน ยันต์ อะไรไม่รู้ ในหนังสือการ์ตูนขลังกว่าเยอะเลย

ตอนเเรก ชอบตรงมันกดดันคนดูดีครับ

ส่วนตัวชอบตอนที่ 3 ที่สุด ฮามากๆ ชอบไอ้เผือก 555+
เล่นมุกทีฮากร๊าก เป็นการผสมผสานความหลอน + ตลกอย่างลงตัว ชอบๆ

ตอนที่ 4 น่ากลัวดี เเต่ง่ายไปนิดสำหรับผมตอนจบ น่าจะหักมุม จะสุดยอดมากๆ

เเนะนำหนังไม่รู้คุณ skykid เคยดูหนังตระกูลซอร์ทั้ง 4 ตอนหรือเปล่า ผมว่าคุณ skykid น่าจะชอบนะครับ
มันน่ากลัว หลอน เเบบมีเเง่คิด มีสาระ มีชั้นเชิง สุดยอดๆผมชอบ ซอร์มากๆopen-mounthed smile

#14 By SHIKAK on 2008-05-03 00:26