หมายเหตุ : กึ่งๆว่าจะต่อจากเอนทรี่ "ประสบความสำเร็จในชีวิต....คือ??" นะครับ(แต่ถึงจะยังไม่เคยอ่านเอนทรี่นั้น ก็สามารถอ่านเอนทรี่นี้ได้ครับ)

 

ถ้าเรานิยาม"ความสำเร็จ คือมีความสุข"  แล้วเราลดต้นทุนความสุขลงมา โอกาสที่เราจะสำเร็จ(ตามเป้าหมายที่ลดลง)ก็มากขึ้นตามไปด้วย

 

เพิ่มเติม : ที่ผมนิยามความสำเร็จไว้ก่อน เพราะผมเห็นด้วยกับคอมเมนท์ของคุณ mnop เมื่อเอนทรี่ที่แล้วครับ ว่าแต่ละคนอาจจะนิยามคำว่า"ความสำเร็จ"ไว้ต่างกัน


[ต่อจากนี้คำว่า "ความสำเร็จ" ผมขอใช้แทน "การไปถึงเป้าหมาย" ที่เราสร้างไว้ว่าเมื่อเราทำได้ตามนั้นแล้วเราจะมี"ความสุข"นะครับ]


การคาดหวังไว้สูงก็เหมือนกับการพยายามที่จะกระโดดให้ได้สูงๆเพื่อจะหยิบของสักชิ้นหนึ่งที่อยู่สูงๆ


ถ้าเรากระโดดสูงมากเท่าไหร่ ตอนที่เราตกลงมา เราก็จะเจ็บมากกว่าการที่เรากระโดดเตี้ยๆ


แต่...ถ้าเป้าหมายจริงๆของเราอยู่สูง กระโดดเตี้ยๆยังไงก็คงจะไปไม่ถึงเช่นกัน


ดังนั้นผมคิดว่าควรไปหยิบบันไดมาแล้วค่อยๆก้าวไปทีละขั้นอาจจะดีกว่า ซึ่งก็คงจะเหมือนกับเราค่อยๆกระโดดขึ้นไปทีละนิดๆ(แต่เป็นการก้าวเท้า ซึ่งมั่นคงกว่า) ซึ่งแต่ละขั้นของบันไดสำหรับผม ผมคิดว่าก็คือการประสบความสำเร็จเล็กๆ ไปกับความก้าวหน้าที่เราเข้าใกล้เป้าหมายเข้าไปเรื่อยๆครับ


แน่นอนว่าการขึ้นบันไดในขั้นแรกๆ ก็คงจะยังไปไม่ถึงสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งเราอาจจะยังไม่ได้รับความสุขที่ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ เพราะเดิมทีมันก็เป็นแค่จุดๆนึงที่เราต้องผ่านก่อนจะไปถึงจุดหมายปลายทางที่เราต้องการ


แต่ถ้าเราสามารถมีความสุขไปกับก้าวเล็กๆที่เราข้ามผ่านไปในแต่ละก้าวๆ ชีวิตเราก็จะมีความสุขกับสิ่งที่ผ่านไปในชีวิตอยู่บ่อยๆ ซึ่งตรงนี้ ผมคิดว่าเราสามารถมี"ความสุขเล็กๆ"จากก้าวเล็กๆได้ครับ สิ่งที่จะให้ความสุขเล็กๆกับเราได้แบบง่ายๆ อย่างนึงที่ผมคิดได้คือ "กำลังใจ"

 


"กำลังใจ" ในการจะไปให้ถึงเป้าหมายเป็นสิ่งหนึ่งที่ควรจะมีไว้ในการก้าวไปทีละขั้นๆ เพราะเราคงจะต้องผ่านอุปสรรคบ้าง ซึ่งเราสามารถให้"กำลังใจ" กับตัวเองแบบง่ายๆได้ครับ

 


แทนการบรรยายลักษณะของวิธีการ(ซึ่งอาจจะลำบาก) ผมขอใช้ตัวอย่างวิธีที่ผมมักจะทำเป็นประจำละกันนะครับ


ผมเป็นคนชอบดูหนัง หรือ ชอบหาของกินอร่อยๆ  นี่เป็นความสุขของผม ซึ่งผมจะทำเมื่อไหร่ก็ได้(ถ้ายังมีเงินอยู่ในกระเป๋าพอ)


แต่โดยปกติผมคงไม่สามารถมีเงินพอจะกินของอร่อยๆที่แพงๆได้ทุกมื้อ และ ผมก็ไม่มีเวลาและกำลังทรัพย์มากพอจะดูหนังได้ทุกวัน/ทุกเรื่อง หรอกครับ


ผมจึงมักจะใช้โอกาสที่ก้าวผ่านอุปสรรคบางอย่างไป หรือ ทำอะไรสักอย่างสำเร็จ (เป็นข้ออ้าง)สำหรับการฉลองครับ เช่น ผมสอบเสร็จแล้ว ประกาศผลสอบแล้วได้คะแนนดี เป็นต้น


วิธีการในลักษณะนี้ผมได้มาจากตอนเรียนวิชา Psy Life Work


ซึ่งพอผมนำมาลองใช้ดูก็รู้สึกว่า ทำให้มีกำลังใจจะทำอะไรหลายๆอย่างต่อไป บางครั้งอาจจะใช้กับเป้าหมายเล็กๆที่อยู่ตรงหน้าเรา เช่น


เมื่อไม่นานมานี้ ผมตั้งเป้าหมายไว้ว่า ถ้าทำซีเนียร์โปรเจคเสร็จจะไปกินOISHI (ตอนตั้งเป้าก็พูดว่าOISHIไว้ก่อน แต่ทรัพย์จางเลยไม่ได้ไปกินซักที แต่ก็หาของกินอย่างอื่นที่ราคาถูกกว่ามาทดแทนไปพลางๆ << OISHI มีไว้เพื่อให้อยากทำให้เสร็จเฉยๆ แต่จริงๆแล้วไม่ได้ไป 555)

 

หรือ... ถ้าสอบเสร็จ หรือ เรียนปรับพื้นฐานจบ จะไปดูหนัง แต่ตอนนี้ต้องตั้งใจอ่านหนังสือหรือตั้งใจเรียนไปก่อน เป็นต้น

 


วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้ผมมีกำลังใจ และสามารถหาความสุขเล็กๆไปกับการเรียน และฝ่าฟันอุปสรรคบางอย่างได้เรื่อยๆ ซึ่งความสุขเล็กๆแบบนี้ก็อยู่ที่ตัวเรานี่ล่ะครับ  ซึ่งผมคิดว่าวิธีนี้มันก็เหมือนกับ เราให้รางวัลกับตัวเราเอง


นอกจากนี้ หากเราก้าวเท้าพลาด ร่วงจากบันได เราก็อาจจะหากำลังใจ มาปลอบใจเราได้เช่นกันนะครับ เพื่อไม่ให้เศร้าจนเกินไป แล้วจากนั้นเราก็จะได้มีแรงที่จะไปสู้และฝ่าฟันกับอุปสรรคข้างหน้าต่อไป

 

 

แต่วิธีแบบนี้ก็มีข้อเสียเหมือนกันครับ.....


1. ถ้าเราทำอะไรสำเร็จ หรือ ฝ่าฟันอุปสรรคได้บ่อยๆ ก็เปลืองครับ และอาจจะทำให้เราติดนิสัยเสีย...ถ้าทำอะไรสำเร็จ"ต้องฉลอง" เพราะฉะนั้นควรจะเลือกใช้ให้เหมาะสมครับ (ซึ่งตรงนี้บางทีผมยังปรับไม่ค่อยได้ เลยเป็นโรคทรัพย์จางอยู่หน่อยๆ 555 << วิธีแก้ของผมคือทำบัญชีรายจ่ายครับ ถ้ามีโอกาสอาจจะพูดถึงอีกที)


2. สิ่งที่เคยสำเร็จไปอาจจะกลายเป็นล้มเหลวได้ 

มีตัวอย่างคือ >> ช่วงที่ผ่านมาผมผอมลงจนมีคนทักเยอะมาก เพราะเรียนทั้งวัน (ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมก็อยากลดน้ำหนักแต่มันไม่ลง) ........ผมเรียนแล้วรู้สึกว่าเครียด เลยเริ่มหาความสุขมาลบความเครียดออกไป ด้วยการ"กิน"ช็อคโกแลต และ ของหวาน

....ผลลัพธ์น่ะเหรอครับ ตอนนี้กลับมาบวมเท่าเดิม(แม้จะไม่ถือว่าบวมมากก็ตาม) แต่แทนที่ผมจะน้ำหนักลดแบบไม่ต้องจัดคอร์สลดน้ำหนักให้ตัวเอง ผมกลับต้องมาบวมเท่าเดิม น่าเสียดายจริงๆ  


ซึ่งกรณีนี้ ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครที่พยายามลดน้ำหนักมาหลายสัปดาห์ แต่พอลดได้ตามเป้า ก็จัดการไปกินบุฟเฟต์ฉลอง3วัน3คืนนะครับ (กรณีของผม ยังแค่สูญเสียผลพลอยได้ที่ได้จากการเรียนไป(น้ำหนักลด) เพื่อการลดความเครียด)

 

ที่จริงผมเชื่อว่ายังมีข้อเสียอื่นๆอีก แต่วิธีนี้ผมชอบข้อดี คือ ทำให้มี"กำลังใจ" และ "แรง" ในการก้าวข้ามอุปสรรคข้างหน้าต่อไป นอกจากนี้...บางครั้งการให้รางวัลกับตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเองได้อยู่เหมือนกันครับ

 

หมายเหตุ : วิธีการให้รางวัลกับตัวเราเองนั้น บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เงินนะครับ ซึ่งแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน เช่น บางคนอาจจะแทนด้วยการเล่น Game หรือ เล่นNet ก็ได้ (แต่ผมเชื่อว่าบางคนทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ ทั้งสองอย่างนี้เป็นปกติ จนไม่อาจเป็นรางวัลได้แล้วล่ะครับ  << โดยเฉพาะผมเอง )

 


ปล. เห็นคอมเมนท์ในเอนทรี่ที่แล้ว คุณเส่ง กับ คุณOrdinary Man บอกว่าอยากอ่านReviewหนัง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหรือเปลี่ยนแปลง ผมจะจัดให้เป็นเอนทรี่ถัดไปเลยครับ (ผมอยากเขียนอยู่แล้ว แต่นึกว่ามีคนสนใจReviewหนังในบล็อกผมน้อยนะครับเนี่ย เลยคิดว่าจะอัพเรื่องที่ดองๆไว้ก่อน พอเห็นแบบนี้ แอบดีใจ จะได้อัพReviewหนังที่ดองๆไว้ต่อเลย )

 

แถมท้ายเอนทรี่ ด้วยคำพูดที่ได้ยินกันบ่อยๆครับ

 

"สุขหรือทุกข์ อยู่ที่ใจของเรา"

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ความพยายาม + รางวัลล่อใจ = ความสำเร็จconfused smile

#1 By seaugpor on 2008-05-23 01:11

เดินไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก แต่ยังมองจุดมุ่งหมายdouble wink

#2 By wesong on 2008-05-23 01:22

เหมือนหนังสือเรื่อง ฝันเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก (ถ้าจำไม่ผิด) การตั้งเป้าหมายไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าสำเร็จก็ตั้งเป้าหมายใหม่ ถ้าไม่สำเร็จก็ตั้งเป้าหมายอื่น หรือ เป้าหมายที่เล็กลงมา เท่านี้ก็อาจจะทำให้มีความสุขได้

ส่วนเรื่องรางวัล...ให้ตามใจอยากครับdouble wink
การรักษาสุขภาพตัวเอง ก็เป็นการให้รางวัลชีวิต อย่างนึงเช่นกันนะครับ ^^

#4 By AluKarZ on 2008-05-23 05:37

ของผมใช้วิธีการมองโลกในแง่ + ครับ
เพราะไม่ว่าเจอเรื่องร้ายหรือดี เราก็ปรับมาเป็น
พลังใจได้เสมอ

คนดูถูก = จะพิสูจน์ให้ดู

คนชื่นชม = หัวใจอิ่มเอม มีแรงทำงาน

อะไรทำนองนี้ครับ เพราะชีวิตจริงผมเจอทั้ง 2 ด้าน

โดยเฉพาะด้านมืด มีมาตลอด...

แต่ชีวิตจริงมักมี 2 ด้านเสมอ เป็นเรื่งอธรรมดา

#5 By lekprapan on 2008-05-23 11:14

เจี๋ยเห็นด้วยกับความคิดพี่โด้ในตอนต้นค่ะ
แต่ขอเพิ่มเติมตอนท้ายนิดหนึ่ง

เจี๋ยเป็นคนหนึ่งที่ชอบให้ความสุขเล็กๆน้อยๆกับตัวเอง แต่บางครั้งก็กลายเป็นอย่างที่พี่พูดทำให้เราติดนิสัย ทำอะไรต้องฉลอง จนบางครั้งบางคราว "เร่งรีบ" ทำบางอย่างจนเกินไปเพื่อ "หาความสุขใส่ตัวเอง" มากจนเกินไป ทำให้ผลงานออกมาแย่...และต้องแก้ไข

พูดก็คือ บางที เราอาจจะให้ "น้ำหนัก" กับการให้ความสุขตัวเองมากกว่า "การจะฝ่าฝนไปถึงความสำเร็จ"

กลายเป็นว่า ทะเยอทะยาน อยากได้อยากเป็นอยากมี ต้องทำให้ได้ ต้องมีให้ได้ เหมือนที่พี่พูด การไต่บันไดไปทีละขั้น สู่ของที่สูงขึ้น นั่นเท่ากับว่ามันยิ่งใกล้เป้าหมายสูงสุดเข้าไปทุกที....และยิ่งใกล้ก็ยิ่งอยากได้มากขึ้นเป็นเงาตามตัว

เป็นผลเสียต่อตัวเองไป

ความคิดของเจี๋ยคือเน้นไปที่ "ความพอดีในความสำเร็จ" มากกว่าค่ะ (เพราะทุกวันนี้ขี้เกียจเหลือเกิน)

ปล.นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว
ปล.2 พี่โด้บวม(5555555)
บ่อยๆ เปลืองจริงๆ ครับ ฮ่าๆ ยิ่งช่วงก่อน ถึงเป้าหมายบ่อย ยิ่งเปลืองมากๆเลย open-mounthed smile

#7 By หมีขั้วโลก™ on 2008-05-23 20:28

เอ เหมือนเคยเรียนในวิชาจิตวิทยา ว่าการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จมีวิธี การให้รางวัลกับการลงโทษ ผมก็จำไม่ค่อยได้แล้วแต่ก็คล้ายกันกับวิธีที่คุณskykidใช้นะครับ การให้รางวัลนั่นเอง แต่ก็มีข้อเสียนิดหน่อยเนอะconfused smile

big smile big smile

#8 By redtear on 2008-05-23 20:38

สุข หรือทุกข์ อยู่ที่ใจของเรา.. แต่ไม่ตลอดไป
ถ้าคนอื่นไม่มีส่วยร่วม
ไอสุข กับ ทุกข์ มันก้อไม่เกิดหรอก
จริงมั๊ย..

#9 By :: insideun :: on 2008-05-24 16:08