Juno : ก็ป่องไปแล้วจะให้ทำยังไง?
posted on 06 Jun 2008 01:08 by mahado in Analysis, Movies, To-Think
ก่อนอื่น อยากให้กด CTRL+F5ครับ ผมขอเปลี่ยนกลับเป็นธีมเดิมชั่วคราว เพื่อความสะดวกต่อการอ่านเอนทรี่นี้ครับ(เพราะมันยาวพอสมควร)
Edit เพิ่มเติม : เฉลยคำตอบของเก่านะครับ(แต่ตอนนี้เอาภาพลงไปแล้ว
) ฟอนท์ตัวหนังสือภาษาไทย เป็นฟอนท์จากเรื่องสไปเดอร์แมน(ผมว่าคล้ายๆนะครับ เพราะเค้าทำออกมาให้มันคล้าย แต่เป็นภาษาไทย) ส่วนฟอนท์ตัวหนังสือภาษาอังกฤษ จากเรื่อง Batman Forever ครับ
หมายเหตุ :
1.ผมเชื่อว่าสามารถอ่านเอนทรี่นี้ได้สบายๆ โดยไม่เสียอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์เรื่องJunoนะครับ
2.สำหรับคนที่คาดว่ายังไงก็จะไม่ดูหนังเรื่องนี้แน่นอน ผมอยากให้ลองอ่านเอนทรี่นี้ดูครับ อาจจะได้แง่มุมอะไรที่ต่างจากเดิมออกไปบ้าง
3.หากไม่อยากอ่านส่วนของรีวิว สามารถข้ามไปอ่านเนื้อหาที่เป็นประเด็นด้านล่างของชาร์ตได้เลยนะครับ
ผมมาอัพเรื่องJunoตามที่บอกไว้ในเอนทรี่ก่อนครับ ที่ผมไม่อยากอัพรวมกับอินดี้4 เพราะหนังเรื่องนี้มีประเด็นที่ผมอยากพูดถึงอยู่เหมือนกัน ซึ่งมันอาจจะยิ่งทำให้เอนทรี่ยาวขึ้นไปอีกครับ
เรื่องย่อของหนังเรื่องนี้ที่ผมได้อ่านก่อนเข้าไปดูในโรง ซึ่งผมก็พบว่า.....มันเล่าหนังไปแล้วกว่า70%ของเนื้อหาทั้งหมด แต่ยังไงก็ตามสำหรับคนที่สนใจผมก็ยังแนะนำหนังเรื่องนี้นะครับว่าเป็นหนังที่ดี แม้ว่าหนังอาจจะไม่สนุกซักเท่าไหร่(หนังไม่ได้น่าเบื่อนะครับ แค่ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ)
แต่หนังสอดแทรกประเด็นต่างๆไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของครอบครัว หรือสังคม ในหนังมีหลายประโยคที่น่าจะโดนใจใครหลายๆคน และมีหลายประโยคที่ผมอยากให้พวกที่"อ้าง"ตนว่าเป็นผู้ใหญ่ที่หวังดีต่อเด็ก ต่อสังคม บางคนได้ยินจริงๆ
ที่จริงหนังเรื่องนี้ผมเล่าเนื้อหาทั้งหมดจบได้ภายในไม่กี่บรรทัดหรอกครับ แต่ว่าหนังมันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะในช่วงระยะเวลา9เดือนที่Junoต้องฟันฝ่าไป ได้มีกำลังใจ หรืออุปสรรคเข้ามาเป็นระยะๆ ทั้งจากคนในครอบครัว หรือคนที่อยู่รอบๆตัวก็ตาม
ที่จริงเรื่องนี้ผมเขียนรีวิวได้ค่อนข้างลำบาก เพราะหนังดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีจุดไคลแมกซ์ แต่หนังมีหลายประเด็นที่ถ้าชี้เฉพาะเจาะจงลงไปแล้วจะพูดได้เยอะเลยทีเดียว อย่างเช่น Sexในวัยเรียน , สายตาคนรอบข้างที่มองต่อเด็กที่ท้องก่อนวัยอันควร , การทำแท้ง , ความสัมพันธ์ระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง , ชีวิตครอบครัวที่เข้าใจและไม่เข้าใจกัน และอื่นๆอีกมากมาย
นี่เป็นหนังที่มีดีที่บทและมีหลายประเด็นที่น่าสนใจมากมาย อาจจะมีขัดๆตานิดหน่อยตรงที่ อะไรๆมันดูจะเข้าใจกัน และทุกอย่างลงตัวได้ขนาดนี้ รวมทั้งจูโน่ก็คิดหาทางออกให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดี(ซึ่งในวัยรุ่นที่อายุแค่นี้อาจจะหาได้ยาก)
สรุป Juno ผมให้ 83 คะแนนครับ อาจจะดูน้อยเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ ในช่วงที่ผมให้คะแนนเฟ้อๆแบบนี้ แต่ถ้าเทียบๆกันแล้วนี่เป็นหนังนอกกระแสที่ดีเรื่องนึงครับ(แม้ว่าอาจจะไม่สนุกและตลกเท่ากับหนังเรื่องอื่น แต่ก็ไม่น่าเบื่อ หนังให้แง่คิดได้ดี และสะท้อนปัญหาสังคมกับครอบครัวได้เยอะ)
หากใครสนใจจะไปดูในโรงหรือรอแผ่นก็แล้วแต่ครับ แต่วันนี้ผมจะทิ้งชาร์ตไว้แล้วจบการรีวิวไว้แต่เพียงเท่านี้ (เป็นรีวิวที่สั้นมากๆ
)
แต่ผมยังไม่จบเอนทรี่หรอกนะครับ
เพราะผมจะยกประเด็นที่ผมได้มาจากการดูหนังเรื่องนี้ครับ ซึ่งไม่ว่าหนังจะบอกหรือไม่ได้บอกประเด็นนี้ก็ตาม
แต่นี่เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมเห็น และคิดว่าควรจะนำมาเขียนถึงครับ
คำเตือน :
1. ผมขอเริ่มด้วยการบอกไว้ก่อนว่านี่เป็นเพียงความเห็นของผมในแง่มุมนึง และไม่ได้บอกว่ามันถูกหรือผิด และผมขอเจาะจงลงไปว่า ผมไม่ได้พูดถึงปัญหาSexในวัยเรียนนะครับ
2. เอนทรี่นี้ผมไม่ได้ฟันธงว่าคำตอบควรจะเป็นแบบไหนนะครับ แล้วแต่จะคิดกันก็แล้วกันนะครับ
ขอย้ำ!! ผมไม่ได้พูดปัญหาการมีSexในวัยเรียน หรือ Sexก่อนแต่ง (แม้ว่ามันอาจจะเป็นต้นเหตุก็ตาม แต่ผมไม่ได้พูดถึงตรงนั้น)
ประเด็นที่ผมจะยกมาพูดคือ
"ถ้ามีวัยรุ่นอายุ14-15คนหนึ่งท้อง เขาควรจะทำยังไงครับ??"
อันนี้ผมไม่อยากให้มองไปไกลถึงต่างประเทศหรอกครับ เพราะสังคมบ้านเขากับบ้านเรามันไม่เหมือนกัน ผมอยากให้มองแค่ใต้กรอบของสังคมที่เรากำลังอยู่
ถ้าไปทำแท้ง แน่นอนต้องมีเสียงด่าว่าตามมาเป็นกระบุง หาว่าเป็นแม่ไม่รักลูกมั่งล่ะ เด็กใจแตกพอท้องก็ทำแท้ง ไร้ศีลธรรม เด็กทุกคนต้องมีสิทธิ์ในการจะเกิดมาสิ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะพอนึกภาพออกอยู่แล้วว่าจะมีคำต่อว่าต่อขานแบบไหนบ้าง
ถ้าไม่ทำแท้ง ปล่อยให้ท้องป่องอยู่อย่างนั้น ตรงนี้ในหนังก็สะท้อนให้เห็นภาพที่จริงมากๆ นั่นคือ ทุกคนก็จะจับจ้อง"หลักฐาน"ของการมีSexในวัยเรียนของวัยรุ่นคนนั้น แล้วก็จะเอาไปซุบซิบนินทา หรือเอามาด่าว่ากันตรงๆ ยิ่งในประเทศแถวๆนี้ด้วยแล้ว เด็กคนนั้นอาจจะต้องถูกไล่ออกจากโรงเรียนด้วยซ้ำไป
(นอกจากนี้เรื่องอาจจะหลุดเลยไปถึงมีการพูดว่า "ถ้าคลอดออกมาลูกของเด็กคนนั้นก็กลายเป็นปัญหาสังคมอีก" เป็นต้น)
สุดท้ายบางคนอาจจะตัดสินใจฆ่าตัวตาย แล้วก็จะได้ลงข่าวหน้าหนึ่งว่า "วัยรุ่นใจแตก ท้องก่อนแต่ง คิดสั้น ดิ่งตึก10 ชั้นดับอนาถ"
แบบนี้หรือครับทางออกของเด็กคนนั้น?
ผมอยากถามว่าถ้าเป็นเช่นนี้แล้วทางออกของคนที่ "ท้องไปแล้ว" จะให้ทำอย่างไร ??
หรือเขาสมควรโดนประณามแล้ว?? ไม่ต้องกลับตัวกลับใจหรอก ปล่อยให้ตายไปแบบนั้นแหละ?? สังคมไม่ต้องให้โอกาส??
ผมคงหาคำตอบให้ไม่ได้ เพราะบางคนในสังคมยังยึดติดกับค่านิยมเดิมๆ และไม่ได้ให้โอกาสกลับตัวกลับใจกับคนที่พลาดพลั้งไปแล้วเลย ทั้งๆที่ตนเองก็อาจจะเคยพลาดพลั้งมาเช่นกัน(ในเรื่องนี้หรือเรื่องอื่นๆก็แล้วแต่)
กรณีแบบนี้ผมขอยกกรณีเทียบเคียงกับข่าวของ อาโออิ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ได้มีผู้ใหญ่คนนึงได้ออกมาพูดประมาณว่า ทำแบบนี้ไปแล้วก็เหมือนกับตีตราตนเองไปชั่วชีวิตแล้ว
ที่จริงผมไม่อยากจะยกข่าวนี้มาพูดถึงในบล็อกของผมหรอก เพราะไม่อยากจะพาดพิงใครทั้งสิ้น(ก่อนหน้านี้เคยคิดจะพูดในหัวข้อที่ว่าวัฒนธรรมของประเทศเรากับเขาไม่เหมือนกัน)
แต่ว่า ถ้าทุกคนคิดแบบผู้ใหญ่คนนั้น คนที่เคยเป็นดาราAV หรืออยู่ในแวดวงต่างๆประมาณนี้ซึ่งมักจะโดนหยิบยกมาต่อว่าเนี่ย
ไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้วใช่มั้ยครับ ไม่ต้องกลับตัวกลับใจแล้ว ปล่อยให้ทำแบบนั้น ซึ่งอาจจะเกิดเป็นปัญหาสังคมต่อไป ก็ไม่ต้องไปสนใจ??
ทำตัวให้ชั่วๆไปเลยก็ได้ใช่มั้ย?? ในเมื่อคุณไม่เหลือที่ให้เขายืนในสังคมเหมือนคนอื่นแล้วนี่
บางคนอาจจะบอกว่านั่นเป็นผลจากการกระทำของคนๆนั้นเอง
ซึ่งผมก็เข้าใจนะว่าคิดแบบนี้ก็ได้ แต่ผมไม่ได้พูดถึงปัญหาของต้นเหตุ เพราะเหตุมันได้เกิดขึ้นมาแล้ว ผลก็ตามมาแล้ว
แต่จะให้คนที่พลาดไปแล้วแก้ไขหรือเยียวยาอย่างไรน่ะครับ
(การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก แต่เรื่องที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว มันก็ย้อนกลับไปแก้อดีตไม่ได้แล้ว << โดยเฉพาะในกรณีแบบนี้ ถ้าจะบอกให้ทำแท้งมันก็คงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเช่นกัน)
สำหรับกรณีของหนังเรื่องJunoนั้น จูโน่ยังมีคนในครอบครัวยืนอยู่เคียงข้าง
แต่กรณีของรายอื่นๆที่ไม่ใช่จูโน่ล่ะ??
นั่นคือ
จูโน่ ไม่ใช่หนังที่เกี่ยวกับวัยรุ่นไทย (ฮ่าๆๆๆ)
แต่ประเด็นที่ผม touch กับจูโน่ กลับเป็นเรื่องของวัยรุ่นคนหนึ่งมากกว่า
#1 By nanoguy on 2008-06-06 01:37