The Dark Knight อัศวินแห่งรัตติกาล
posted on 18 Jul 2008 01:15 by mahado in Movies
วันที่ 17 กรกฎาคม 2551 เป็น1ในวันที่ผมตั้งตารอมานาน เพราะเป็นวันที่ Batman : The Dark Knight จะเข้าโรงครับ
เมื่อวันนี้มาถึง ผมก็พร้อมที่จะชมภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่แล้ว เนื่องจากจองตั๋วล่วงหน้าเอาไว้ตั้งแต่วันจันทร์
ยังไม่เคยมีหนังเรื่องไหนทำให้ผมอยากดูถึงขนาดซื้อตั๋วหนังล่วงหน้าเป็นวันๆ นี่ก็เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ผมจองล่วงหน้า
นอกจากนี้นี่ก็เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ผมได้ดูแบบIMAXครับ (ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะดูIMAXเลย)
จากที่เกริ่นมาข้างต้น ผมยกเครดิตให้กับการโปรโมตของหนังเรื่องนี้ครับ เพราะมีการโปรโมตที่น่าสนใจมาตั้งแต่ต้น และช่วงโค้งสุดท้ายนั้น มีการเล่นกับโปสเตอร์เดิม แต่ทำให้เหมือนกับโจ๊กเกอร์มาวาดรูปเล่นซะ ซึ่งนั่นทำให้ความอยากดูของผมเพิ่มขึ้นแบบสุดๆ(โปรโมตได้โดนมากๆ)
และแล้วผมก็ได้ดูสมใจอยากในวันนี้ เนื่องจากว่าเป็นวันแรก รอบแรก(ของIMAX) ที่ฉายอย่างเป็นทางการ ทำให้มีบางอย่างติดขัดไปบ้าง นั่นก็คือหนังเริ่มฉายช้ากว่ากำหนดไปราวๆ15-20นาทีครับ
เมื่อหนังเริ่มฉายภาพโลโก้ของบริษัทที่เป็นผู้ผลิต...ผมก็งงนิดๆแล้วบ่นว่า
"อะไรกัน จอแค่นี้ ไหนบอกว่าเต็มจอ"
เพราะภาพมันอยู่แค่ตรงกลางๆเองครับ ถ้าจำไม่ผิดความกว้างมันสุดจอก็จริง แต่ความสูงนั้นไม่ได้สูงเท่าขนาดจอเลย
แต่ผมก็ต้องหยุดบ่นทันทีที่หนังเริ่มขึ้น
"โห....จอขนาดนี้เลยเหรอ
"
คือผมมองไม่เห็นขอบจอด้านล่างเลยน่ะครับ(มีภาพไปจนถึงสุดเขตที่ผมสามารถชะเง้อไปมองได้)
สุดยอดจริงๆ!!!
แต่ไม่ได้เต็มจอทุกฉากนะครับ บางฉากก็จะสูงตามอัตราส่วนปกติ(ผมคิดว่าภาพยังใหญ่กว่าโรงปกติ แต่อัตราส่วนไม่ต่างจากปกติน่ะ)
แต่พวกภาพวิว ตึก หรือฉากสำคัญๆบางฉากสวยมากเลยครับ เหมือนเราลอยอยู่บนท้องฟ้าเลยจริงๆ ภาพอลังการมาก!!!
เอาล่ะ โม้เรื่อง IMAXพอให้เห็นภาพน่ะครับ เผื่อมีคนเข้าใจผิดแบบผมก่อนหน้านี้ - -'' (ผมเคยเข้าใจว่ามันจะเต็มจอตลอดการฉาย)
มาถึงในส่วนของตัวหนังกันบ้างดีกว่าครับ.....
หนังเรื่องนี้...ยาวมากๆ ประมาณ2ชั่วโมงครับ เพราะฉะนั้นใครจะไปดูควรทำธุระส่วนตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อน เกิดปวดปัสสาวะในโรงคงจะไม่สนุกแน่ๆ เพราะหนังเรื่องนี้ถ้าเริ่มดูแล้วคงไม่อยากจะลุกไปกลางคันเป็นแน่
ซึ่งด้วยความยาวของหนังเรื่องนี้ อาจจะเป็นข้อเสียได้ครับ สำหรับคนไม่ชอบดูหนังยาวๆ และหนังก็มีประเด็นค่อนข้างเยอะ เรียกได้ว่าดูรอบเดียวอาจจะเก็บไม่หมด(ผมเก็บได้ไม่หมด แต่จะมีใครเก็บได้ครบมั้ยก็แล้วแต่ความสามารถในการจดจำของแต่ละบุคคลล่ะครับ)
ในส่วนของการแสดงนั้น ฮีธ เลดเจอร์เล่นได้ดีมากๆครับ สวมบทบาทได้เป็นโจ๊กเกอร์เลยล่ะครับ ดูเป็นคนโรคจิตแบบสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นคาแรกเตอร์ที่ถือว่าเล่นได้ยากมากๆ นอกจากนี้ยังแฝงความน่ากลัวอยู่อีกด้วย
ผมเสียดายมากๆกับการจากไปของนักแสดงมากฝีมืออย่าง ฮีธ เลดเจอร์ แต่ผมเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้คงจะถูกกล่าวถึงไปอีกนานแน่ๆครับ
สำหรับผมหนังเรื่องนี้ถือว่าคุ้มค่ารอมากๆ ไม่ผิดหวังเลยแม้แต่นิดเดียวครับ นอกจากที่กล่าวไปด้านบนถึงความสวยงามของฉาก และการแสดงที่เจ๋งแล้ว....
บทของภาพยนตร์ก็เป็นอะไรที่ดีมากๆ มีการผูกปมปัญหาต่างๆไว้ และคลี่คลายออกตามเวลาที่เหมาะสม บางคนที่ไม่ชอบหนังดราม่าอาจจะเบื่อได้ในบางช่วง แต่บางคนถึงจะไม่ชอบดราม่า หนังก็ยังน่าดูอยู่นะครับ เพราะฉากแอคชันก็เป็นอะไรที่สุดยอดและคุ้มค่ารอมากๆครับ(แต่สำหรับผมค่อนข้างกำไร เพราะดูได้เรื่อยๆไม่เบื่อเลย ^^)
สำหรับผมแล้วเรื่องนี้เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ชอบที่สุดตั้งแต่เคยดูมาเลยก็ว่าได้ครับ เพราะบทดี และฉากแอคชันสนุกมาก (กรณีของมนุษย์เตารีดผมคิดว่าฉากแอคชันไม่เจ๋งเท่าที่ควรนะครับ) นอกจานี้หนังยังคงมีความเป็นจริงอยู่มากด้วย(ไม่ได้ดูเป็นหนังเกินจริงจนเกินไป) ก่อนหน้านี้ผมเคยให้สไปเดอร์แมนเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ผมชอบที่สุด แต่นาทีนี้ผมยกให้ The Dark Knight แล้วล่ะครับ
ด้วยความลงตัวของดราม่า แอคชัน และประเด็นที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ ทั้งความเห็นแก่ตัว ปัญหาสังคม ความไม่ยุติธรรมต่างๆ และอีกหลากหลายเรื่องราว ซึ่งถ้าผมบอกไปตอนนี้รับรองได้ว่าสปอยล์แหลกแน่ครับ เลยไม่บอกดีกว่า
หนังเรื่องนี้ผมแนะนำให้ดูโดยที่ไม่รู้อะไรไปก่อนเลยนะครับ เพราะมีหลายฉากที่ตื่นเต้น และควรจะลุ้นไปพร้อมๆกับหนังครับ
ข้อเสียอีกข้อนึงที่ผมพบจากหนังเรื่องนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของตัวอย่างหนังครับ เพราะจะทำให้ผมได้เห็นบางภาพ...ซึ่งไม่น่าจะเห็นก่อนเข้าไปดูหนังเลยจริงๆ แต่ผมก็ยังคิดว่าไม่ได้ทำให้หนังโดนสปอยล์ถึงขั้นที่ว่าเดาหนังได้ทั้งเรื่องครับ
เอาล่ะครับ ไปดูชาร์ตกันดีกว่า ที่จริงไม่อยากตัดจบรีวิวแบบนี้ มีเรื่องอยากเขียนเยอะแยะเลยนะครับ แต่ผมแนะนำให้ไปดูเองน่าจะดีที่สุด นี่คือสุดยอดภาพยนตร์ที่ผมRecommendแห่งปีนี้ครับ
โอ๊ะ...โจ๊กเกอร์บุกบล็อกผมซะแล้วสิ ทำยังไงดีล่ะครับ :p (นั่งทำชาร์ตของเรื่องนี้นานมาก T-T <<นานกว่าเรื่องอื่นเกือบ10เท่า เพราะปกติทำแค่15นาที แต่นี่..ทำไปหลายชั่วโมงเลยครับ ...ใครชอบกดดาวให้กับไอเดียนี้หน่อยละกันนะครับ
)
จะเห็นว่าส่วนของช่องซีเรียสผมให้ไม่เต็ม เพราะจริงๆน่าจะมีเรื่องอื่นที่เครียดมากกว่านี้ครับ(เช่น The Mist) และที่เอาซีเรียสมาใส่ เพื่อให้ใส่คำพูดของโจ๊กเกอร์ได้ง่ายๆเท่านั้นน่ะครับ แต่หนังเครียดจริงนะ เหอๆ โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้สำหรับผมสมบูรณ์ในแทบทุกๆด้านนะครับ
ส่วนสาเหตุนึงที่ทำให้ทำชาร์ตแบบนี้ เพราะคิดไว้ตั้งแต่เห็นรูปแบบการโปรโมตโปสเตอร์ชุดสุดท้ายแล้วน่ะครับ เลยเอามาทำเลียนแบบบ้าง
และยิ่งตอนที่ดูหนังจบ...ตอนนี้โจ๊กเกอร์ติดโผ 1ในสุดยอดวายร้ายที่ผมชอบคาแรกเตอร์เรียบร้อยแล้ว (เวอร์ชันเก่า ผมเคยดูตอนเด็กมากๆ จำไม่ค่อยได้แล้วล่ะครับ)
ข้อเสียข้อสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ที่ผมเจอคือ....ผมคิดว่ามันไม่เหมาะกับเด็กครับ เพราะค่อนข้างโหด ดิบ เถื่อน และโรคจิตหน่อยๆ จึงได้เรต PG-13 ซึ่งสำหรับคนที่เข้ามาอ่านบล็อกผมก็น่าจะเกิน13กันทุกคนแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็ยังแนะนำหนังเรื่องนี้อยู่ดีครับ ^^
อ้อ เกือบลืม สำหรับ IMAX ซับบริเวณขอบๆมันจางหายไปหลายจุดเหมือนกันครับ ทำให้เซ็งนิดหน่อย - -'' แต่โดยรวมก็ยังถือว่าโอเคนะครับ
เอาล่ะ สรุปคะแนนสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ดีกว่าครับ สำหรับคนที่รอดูคะแนน....
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก และ เรื่องเดียว(ในตอนนี้) ที่ผมให้คะแนนเท่านี้ครับ
100 คะแนน!!!!
....ไม่ได้พิมพ์ผิดครับ ที่ให้100เต็ม เป็นความชอบส่วนตัวล้วนๆ ด้วยความอยากดูตั้งแต่แรก หนังไม่ทำให้ผิดหวัง และเป็นการไปดู IMAX ครั้งแรกด้วย อาจจะมีบางจุดที่ไม่ตรงกับใจของคนอื่นนะครับ เพราะหนังก็อาจจะมีจุดที่บางคนไม่ชอบก็ได้ ^^ แต่สำหรับผมตอนนี้ โอเคเลย
เรื่องนี้ผมดูซ้ำแน่นอนตอนออกแผ่นครับ
ปล.สัปดาห์หน้าผมสอบครับ อาจจะหายหน้าหายตาไปนะครับ และหนังเรื่องนี้ก็ถือเป็นการทิ้งทวนดูหนังก่อนสอบครับ(ยอมอดดู HellBoy2 กับ Red Cliff)
ปล2.ไปดู Hancockมาตั้งหลายวันแล้วครับ แต่อาจจะไม่ได้เขียนถึงอีกตามเคยครับ = =''
ปล3.ไม่แน่ว่า เรื่องนี้...จะมีเขียนถึงอีกทีแบบเจาะลึกในบางประเด็นรึเปล่านะครับ เพราะมีประเด็นที่ผมชอบมากๆอยู่ซะด้วยสิ
Edit เพิ่มเติม : ลืมบอกไปครับ รอบที่ผมดูตอนหนังจบ มีคนปรบมือให้ด้วยล่ะ

รอมานานแย้สส
#1 By วิชัย... on 2008-07-18 02:00