หมายเหตุ...เอนทรี่นี้เขียนตั้งแต่วันที่ 2กันยา ครับ แต่บังเอิญเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นทางหน้าจอโทรทัศน์ ทำให้อารมณ์ที่ผมจะเขียนต่อจนจบมันสะดุดลง ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าภาษาที่ใช้ในเอนทรี่นี้ดูไม่เข้าเป็นเนื้อเดียวกันก็อาจจะมาจากการที่ผมเขียนคนละวันนะครับ (แต่ผมลองปรับไป1รอบแล้วล่ะครับ ^^')


เอนทรี่นี้เป็นการลัดคิว Reviewหนังเรื่อง "โลงต่อตาย" ครับ แต่ผมเห็นว่าเอนทรี่นี้ผมควรจะเขียนก่อน เพราะตรงจังหวะกับที่ พี่บองเต่า อัพเอนทรี่ มาทำบัญชีกันเถอะ! พอดีครับ เลยถือโอกาสเขียนซะเลย เพราะเห็นในคอมเมนท์เอนทรี่นั้น มีคนสนใจจะทำหลายคน ไฟล์ที่ผมทำไว้เลยน่าจะมีประโยชน์ครับ


อีกส่วนนึงที่ทำให้รีบมาอัพเพราะเอนทรี่นี้โดนผมผัดวันประกันพรุ่งมาหลายทีแล้วครับ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมดองมาหลายครั้ง ทำให้ตัดสินใจรีวิวหนังก่อนจะเขียนเรื่องนี้ ไม่งั้นหนังมันจะออกจากโรงก่อนได้รีวิว(แต่"โลงต่อตาย" ถึงผมไม่เขียนก็คงไม่รู้สึกผิดเท่าไหร่ครับ - -')

 

ที่เป็นประเด็นหลักๆของเอนทรี่นี้ผมจะพูดถึงสิ่งต่างๆที่ผมได้จากการทำบัญชี ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้คิดไว้ก่อนจะเริ่มทำบัญชีรายจ่ายครับ (แน่นอนว่าการรับรู้รายจ่ายตลอดเดือนมันเป็นสิ่งที่ผมคิดไว้แล้ว ผมจึงจะไม่เน้นนะครับ)

 

ผมก็หวังว่าเอนทรี่นี้จะทำให้หลายๆคน อยากทำบัญชีรายจ่ายมากขึ้นครับ


ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเห็นประโยชน์ของการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเลยครับ เพราะผมจะใช้วิธีเอาเงินเดือนหารด้วย30 แล้วก็คิดว่าแต่ละวันจะใช้เงินไม่เกินเท่านั้น จนกระทั่งเทอมสุดท้ายของการเรียนในปริญญาตรี วิชา Personal Finance(การเงินส่วนบุคคล) ที่คณะบัญชี อาจารย์ที่สอนได้พูดถึงข้อดีต่างๆของการทำบัญชี แต่ในช่วงแรกผมก็ยังไม่คิดจะทำครับ


ประโยคเด็ดของอาจารย์ก็คือ

 

"บัญชีของเรา เราเขียนผิดก็ไม่มีใครว่าอะไรสักหน่อย

แต่มันจะทำให้เราสามารถตรวจสอบหลายๆอย่างได้"


แต่ในตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้สึกว่าควรที่จะเริ่มลงมือทำครับ


แต่เมื่อเทียบกับตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่าประโยคนี้เป็นประโยคที่จริงมากๆเลยครับ เพราะบัญชีรายจ่ายของเราเขียนเกินนิดขาดหน่อย ไม่มีใครมาว่าอะไรเราได้ เขียนผิดก็แก้ เท่านั้นเองครับ เมื่อเทียบกับข้อดีของบัญชีรายจ่าย ที่มันทำให้เราได้รู้ว่าในแต่ละเดือนเราใช้จ่ายไปเท่าไหร่ รวมไปถึงทราบว่าเราใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแค่ไหนมันคุ้มเกินคุ้มครับ


เหตุผลที่ทำให้ผมเริ่มทำบัญชีของตัวเองก็เพราะ ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองใช้เงินเกินตัว จึงต้องหามาตรการมาควบคุมครับ ซึ่งการเรียนวิชาของคณะบัญชี ทำให้ผมเริ่มตระหนักถึงการใช้จ่ายของผมว่าอะไรที่มันฟุ่มเฟือย ทำให้ผมละเอียดกับการใช้จ่ายมากขึ้น จนในที่สุดผมก็รู้สึกว่าผมควรทำบัญชีรายจ่ายส่วนตัวของผมซะที


หมายเหตุ : สาเหตุที่ผมไม่ทำบัญชีรายรับ เพราะในแต่ละเดือนรายรับจะอยู่แค่ช่วงต้นๆของเดือนอยู่แล้วครับ ไม่ได้กระจายไปทั่วทั้งเดือน นอกจากนี้ผมไม่ต้องการให้คนที่มาเปิดคอมของผมรู้ว่าผมมีรายรับเท่าไหร่ และรายจ่ายของผมจะถูกกำหนดไว้ก่อนว่าในเดือนหนึ่งๆจะใช้ไม่เกินเท่าไหร่ และเงินที่เหลือก็จะเป็นเงินเก็บไปโดยปริยายครับ >> ซึ่งควรจะเว้นช่องว่างระหว่าง เงินที่ได้รับแน่นอน(เงินเดือน) กับ เงินที่ตั้งไว้เป็นขอบเขตของรายจ่าย ให้ต่างกันมากหน่อย จะได้มีเงินเก็บครับ)

 

คำเตือน : อย่าคิดว่าเหลือเท่าไหร่เก็บเท่านั้น เพราะอาจจะทำให้ใช้เพลิน ไม่ค่อยเหลือเงินเก็บเต็มเม็ดเต็มหน่วย

 


ต่อจากนี้คือสิ่งที่ผมได้จากการทำบัญชีรายจ่าย นอกเหนือจากการรู้ว่าแต่ละเดือนใช้จ่ายไปเท่าไหร่ครับ


1.ผมรู้ว่า บัตรรถไฟฟ้า30เที่ยว ผมใช้ระยะเวลาประมาณกี่วันจึงจะหมด แม้จะไม่ตรงเป๊ะ แต่ผมก็พอจะกะประมาณได้ (และทำให้ผมสังเกตได้ว่าบางเดือนผมต้องซื้อบัตรรถไฟฟ้าถึง2หน...และจะทำให้รายจ่ายเดือนนั้นมากกว่าเดือนถัดไป) << เอ๊ะ มันเป็นประโยชน์รึเปล่านะ


2.ผมรู้ว่า แต่ละครั้งที่ผมไปกินข้าว คำว่า "ฉลอง" กับ "นานๆครั้ง" มันใช่นานๆครั้งจริงรึเปล่า ผมฟุ่มเฟือยเกินไปรึเปล่า ผมใช้เงินเกินตัวไปมั้ย สำหรับการกิน!!


3.ผมรู้ว่า ในเดือนนั้นๆ ผมไปดูหนังในโรงกี่เรื่อง แน่นอนว่า...จากในบล็อกผมก็มีบันทึกไว้ว่าผมดูอะไรไปแล้วบ้าง แต่มันก็อาจจะไม่ตรงเดือนนัก และไม่ทราบถึงรายจ่ายที่แท้จริงครับ (หลายครั้งที่ผมดูหนังโดยใช้Gift Voucher)


4.ผมรู้ว่าผมตัดผมครั้งที่แล้ว วันไหน >> จริงๆหลายคนอาจจะคิดว่ามันอาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่ว่าผมสามารถรู้ว่า โดยเฉลี่ยแล้วกี่เดือนผมจึงจะไปตัดผมสักครั้งนึง

(ยิ่งตัดสั้นก็ยิ่งประหยัด 555 <<แต่ผมไม่ได้ประหยัด(งก) ถึงขนาดคิดถึงขั้นนี้หรอกนะครับ  แค่เอาไว้ประมาณระยะเวลาเคร่าๆว่า...เดือนครึ่ง1ครั้ง , 2เดือนครั้ง ถ้าครั้งไหนโดนตัดสั้นมากๆก็2เดือนครึ่งครั้งนึงครับ)


5.ผมรู้ว่ารายจ่ายใดที่ผิดปกติสำหรับผม ทำให้ผมต้องไปปรับตัวให้รายจ่ายนั้นๆลดลง เช่น ซื้อDVD ซื้อหนังสือการ์ตูน ซึ่งบางอย่างอาจจะฟุ่มเฟือย... มีระยะห่างกันมากแค่ไหน >> ก่อนหน้านี้ เฉลี่ยราวๆ5-6เดือน ผมจะซื้อแผ่นดีวีดีเปล่า1หลอด แต่2หลอดล่าสุด ระยะเวลาห่างกันแค่ 1เดือนครับ นี่จัดเป็นรายจ่ายที่ผิดปกติสำหรับผม

(ตอนซื้อผมรู้สึกว่ามันเร็วกว่าปกติมากๆ เพราะพึ่งซื้อแล้วมันหมด แต่ผมไม่สามารถเจาะจงได้ว่า1เดือน ถ้าผมไม่ได้บันทึกไว้)


6.เมื่อถึงกลางเดือนผมสามารถทราบได้ว่า ขณะนี้ในเดือนนี้ผมควรจะเริ่มประหยัดได้แล้ว หรือ สามารถไปฉลองได้สักมื้อนึงหลังจากประหยัดมาหลายวัน ที่จริงไม่ได้สนับสนุนแบบหลังเท่าไหร่หรอกครับ เพียงแต่...ประเด็นหลักๆคือ อย่างแรกมากกว่าครับ


ซึ่งวิธีคิดมีดังนี้ครับ....


เมื่อถึงวันที่10 หรือ 11 (เวลาผ่านไปราวๆ1ใน3ของเดือน) ผมจะลองนำรายจ่ายที่ผมจ่ายไปแล้วของเดือนนั้นๆ มาดูว่ามันเกิน1ใน3ของขอบเขตการใช้เงินที่ผมกำหนดไว้รึเปล่า ถ้ามันเกินผมจะเริ่มประหยัดมากกว่าเดิมครับ


และเมื่อถึงวันที่ 20 ผมจะทำเช่นนั้นอีกครั้ง(ดูว่าเกิน2ใน3ของขอบเขตการใช้เงินรึเปล่า)

 

 

จากที่ผมพิมพ์มาข้างต้น ที่จริงก็เป็นแค่ส่วนเดียวเท่านั้นล่ะครับ(ยังมีอีกข้ออยู่ด้านล่าง แต่ไม่ได้เขียนเป็นข้อ7) ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมไม่เคยคิดว่าผมจะได้รู้จากการทำบัญชี  ในช่วงต้นผมคิดแค่ว่า อยากรู้ว่าเดือนนึงใช้เท่าไหร่ เพราะแต่ก่อนผมมักจะคิดว่าผมเป็นคนใช้เงินน้อย แต่ในช่วงก่อนจะเริ่มทำบัญชีรู้สึกว่าใช้เงินเยอะไปหน่อย = =''

 


หลังจากที่ทำบัญชีมุมมองในการใช้เงินของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม ผมเริ่มรู้ว่ามีรายจ่ายฟุ่มเฟือยในระดับนึง(ส่วนมากจะเป็นของกิน 555) แม้จะไม่ได้เสียเงินกับสินค้าฟุ่มเฟือยก็ตาม แล้วผมก็ค่อยๆปรับลดลงมา แม้จะยังได้ไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าที่ผมใช้เงินเกินตัวโดยไม่รู้สึกตัว

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


มาถึงส่วนของไฟล์ที่ผมแจกกันบ้างดีกว่า คลิกที่นี่ครับ >> Load

 

ว่าแล้วก็มาดูส่วนที่อธิบายกันเลยครับ(จริงๆก็ใช้ไม่ยากครับ ^^')

 

ตัวอย่างนี้ผมทำไว้ตั้งแต่วันอังคารที่2กันยาตอนตี1 ดังนั้นที่เห็นในนี้คือตัวอย่างสมมติครับ ที่จริง...อาจจะไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีเท่าไหร่ เพราะตัวเลขก็สมมติ แต่เอาไว้อธิบายแบบง่ายๆก็คงจะพอครับ ^^


ผมแยก วัน วันที่ เดือน และ ปี ไว้เป็นคนละ Columnกัน เพื่อสะดวกต่อการCopyไปไว้ใน Page ถัดๆไปครับ(วันที่ไม่ต้องแก้ แก้เดือนแล้วลากCopyเอา วันก็พิมพ์แค่3วันแรกให้ตรงแล้วให้Excelทำส่วนที่เหลือให้) ซึ่งต้นฉบับของผม ผมทำมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว และผมทำเผื่อไว้ถึงเดือนธันวาคมของปีนี้(ตอนนี้คิดว่าพอถึงปีหน้าจะขึ้นไฟล์ใหม่ โดยเอาไฟล์เดิมเป็นต้นแบบครับ) และตอนนี้ก็ล่วงมาถึงกันยายนแล้ว ผมเลยลบของเดือนก่อนหน้านี้ไป จะได้ไม่เกะกะครับ ^^


ในส่วนของด้านล่างของแต่ละวันผมจะมีสรุปไว้ว่าแต่ละวันใช้จ่ายไปเท่าไหร่(ช่องสีเขียว)


ในส่วนของด้านบนจะมีสรุปรายจ่ายของทั้งเดือน(ช่องสีดำ) ซึ่งจะเปลี่ยนจาก0เป็นค่าอื่นเมื่อเรากรอกข้อมูลลงไปในช่องว่างของแถวที่มีตัวเลข1ถึง5ในแต่ละวันนะครับ ที่ผมทำไว้5รายการ เพราะโดยปกติแล้วนานๆผมจะมีค่าเดินทางสักครั้งหนึ่ง(บัตรเหมารถไฟฟ้า) และผมเผื่อไว้สำหรับรายจ่ายจิปาถะอีก2ช่องครับ (เผื่อให้ค่าอาหารมื้อละช่อง)


แต่ผมไม่ได้ระบุอะไรไว้ในแต่ละช่อง เพราะบางวันก็ไม่ได้กินครบ3มื้อ และถ้าวันไหนไปกินอะไรที่มันแพงๆ เช่น สมมติว่าไปกินโออิชิมา ผมจะระบุไว้ว่าโออิชิ แทนคำว่ามื้อกลางวัน ทันที


แน่นอนว่ากับพวก ไดโดมอน ฮะจิบัง ฟูจิ ยาโยอิ เอ็มเค สเวนเซ่นส์ บลาๆๆ ซึ่งไม่ได้ไปบ่อยๆ ถ้าผมไปกินมาผมก็จะเขียนไว้ในช่องนั้นๆครับ เพื่อที่ว่าจะได้กลับมาตรวจสอบได้ว่าในเดือนนั้นผมกินของแพงบ่อยไปมั้ย  


แต่บางวัน ใน1มื้อผมกินหลายอย่าง และวันนั้นดันมีรายจ่ายจิปาถะเยอะ ผมก็จะยุบเหลือแค่สรุปรายจ่ายของมื้อนั้นๆ สำหรับขนม หรือของว่าง เช่น โดนัท คุกกี้ เบเกอรี่ หรือแม้แต่ขนมตาม7-11 หรือซุปเปอร์มาเก็ตต่างๆ ผมจะบันทึกแยกไว้ เพื่อดูว่าผมกินของหวานบ่อยแค่ไหนได้ด้วย


ที่จริงในตอนแรกผมก็แค่จะดูว่า...ผมแวะซื้อของตาม7-11 หรือห้างบ่อยเกินไปมั้ย ถ้าบ่อยแปลว่าผมเริ่มฟุ่มเฟือยกับของกินจุบจิบ(ใครคล่องภาษาไทยช่วยบอกทีนะครับ ตรงนี้ผมไม่ชัวร์ว่า จุกจิกหรือจุบจิบอะครับ)

 

ซึ่งมันก็มีผลพลอยได้ที่เป็นประโยชน์มากๆเลยครับ เพราะเป็นการบันทึกด้วยว่าเราบริโภคอะไรไปแต่ละวัน ก่อนหน้านี้มีช่วงนึง ผมเจอชั่วโมงเร่งด่วนไปเยอะ กินFast Food ไปหลายครั้ง เลยเริ่มควบคุมตัวเองให้หันไปกินอย่างอื่นบ้างครับ


สำหรับจำนวนช่องในแต่ละวัน ผมคิดว่า5รายการน่าจะพอนะครับ เพราะหลายอย่างสามารถยุบรวมได้ เช่น ค่าอาหาร(ยุบรวม3มื้อไว้ในช่องเดียวก็ยังได้) ค่าเดินทาง(ตอนเช้า กลางวัน เย็น) เป็นต้น

 

 



หลังจากเริ่มทำบัญชีรายจ่ายมาได้หลายเดือน ช่วงที่ผมได้เรียนปรับพื้นก่อนเริ่มเรียนปริญญาโท ...อาจารย์บัญชีท่านหนึ่ง(คนละคนกับ ที่สอนผมตอนป.ตรี)ก็ได้ถามคนในห้องว่า

 

"ในห้องนี้มีใครทำบัญชีรายจ่ายของตัวเองบ้าง"



ซึ่งหลังจากนั้นอาจารย์ก็ได้ถามคนที่ไม่ได้ทำว่า

 

"สำหรับคนที่ไม่ได้ทำ....

คุณจะรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้คุณมีเงินเหลือเท่าไหร่ ? 

ถ้าเงินหายไปจะรู้มั้ย ?"

(ไม่ได้หมายถึงเงินในกระเป๋าตังค์นะครับ)

 

 


"แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะมีเงินเหลือพอใช้จนถึงสิ้นเดือนรึเปล่า?

มีเท่าไหร่ก็ใช้งั้นเหรอ?

แล้วจะรู้มั้ยว่าในเดือนนี้ใช้เงินเกินเงินเดือนไปรึเปล่า?"

 

อาจารย์ใจดีนะครับ ไม่ได้ดุ แต่คำถามวรรคสุดท้ายนี่ ผมว่าเป็นทีเด็ดเลย ...เพราะ ถ้าเราเก็บเงินไว้รวมกัน แล้วไม่ได้ทำบัญชี เราอาจจะเห็นว่าเรามีเงินเหลือเก็บอยู่เยอะไม่เป็นไรหรอก แต่ในบางเดือนเราอาจจะเบียดบังเงินเก็บของเดือนก่อนหน้านี้ครับ


พูดถึงอาจารย์ท่านนี้ ผมก็นึกออกอีกเรื่องครับ เนื่องจากเป็นคนละเนื้อหากันกับที่ผมเรียนตอนเทอมสุดท้ายของป.ตรี จริงได้เรียนเกี่ยวกับการตัดบัญชีของการใช้เครดิตด้วย ซึ่งที่อาจารย์ก็สอนก็คล้ายๆกับว่า จะให้ขึ้นยอดติดหนี้ไว้ก่อน (ยังไม่หักเงินสดว่าเราได้จ่ายออกไป)


ซึ่งในระบบของบริษัทหรือบัญชีทั่วๆไปก็น่าจะใช้แบบนี้กันล่ะครับ เพื่อจะดูด้วยว่าเรามีสภาพคล่องของเม็ดเงินแค่ไหน(คล้ายๆกับว่ามีเงินสดติดตัวแค่ไหน)


แต่ในการทำบัญชีส่วนตัว ผมขอแนะนำด้วยความเห็นส่วนตัวของผมเองนะครับว่า.....

 

เมื่อคุณรูดบัตรเครดิตไป ควรจะกลับมากรอกใส่บัญชีรายจ่ายในวันนั้นทันที

ถึงแม้ว่ามันจะต้องชำระในเดือนถัดไป แต่ก็ถือว่าเราได้เป็นหนี้ไปแล้ว เงินจำนวนนั้นที่ยังอยู่กับเรา อีกเดี๋ยวมันก็ไม่ใช่ของเราแล้วล่ะครับ 

 

นอกจากนี้ถ้าเราไปกรอกตอนชำระหนี้บัตรเครดิตในเดือนถัดไป เราอาจจะจำไม่ได้แล้วว่ารูดอะไรไปบ้าง และอาจจะไม่ได้กันเงินส่วนนึงไว้ชำระค่าบัตรเครดิต

 

และมันอาจจะไปเบียดเบียดขอบเขตรายจ่ายที่เรากำหนดไว้ของเดือนถัดไปอีกด้วย แต่ถ้าตัดยอดรายจ่ายให้เหมือนเราจ่ายเงินสดไป เราจะรู้ได้ว่าเราใช้เงินเกินตัวหรือไม่ เพียงเท่านี้ก็เป็นการป้องกันปัญหาหนี้บัตรเครดิตได้ในระดับนึงแล้วล่ะครับ

 

(แต่ตอนไปชำระหนี้บัตรเครดิตก็ไม่ต้องมาใส่ยอดเงินในบัญชีรายจ่ายแล้วนะครับ)

 

 

สุดท้ายนี้ผมขอสรุปด้วยประโยคนี้ครับ


"หากจะทำ ก็เริ่มทำวันนี้"


ประโยคนี้สำหรับในเอนทรี่นี้ ผมมีที่มาจากประโยคด้านบนที่ว่า"บัญชีรายจ่ายของเรา เราเขียนยังไงก็ไม่มีใครว่า" มารวมกับ....ก่อนจะเริ่มทำบัญชีรายจ่ายผมมัวแต่รอครับ รอให้ถึงวันที่1ของเดือนธันวา(ผมคิดว่าจะทำตอนเดือนพฤศจิกายน)

 

แต่พอถึงวันนั้นผมก็ลืมครับ ทำให้ผมพลาดช่วงต้นเดือนไป และคิดว่าจะไปเริ่มวันที่1เดือนต่อไป(ถือเป็นการเริ่มตอนต้นปีเลยด้วย)

 

.....จนกระทั่งผมมารู้สึกได้ว่าในเดือนธันวาคม ผมเริ่มใช้เงินเยอะตั้งแต่ต้นเดือน(ต้องเติมเงินเข้ากระเป๋าตังค์บ่อยมากๆ) จึงคิดได้ว่าจะเริ่มก็ควรจะเริ่มเลย เดือนแรกไม่ต้องเต็มเดือนก็ได้

 

เพราะถ้ารอถึงเดือนถัดไปแล้วผมลืมอีก แล้วเมื่อไหร่ผมถึงจะได้เริ่มทำบัญชีรายจ่ายซะที!!

(และนั่นเป็นสาเหตุให้เดือนแรกสุดของการบันทึกบัญชีของผม มีไม่ครบเดือนครับ)

 

 

หมายเหตุ

 

1.เมื่อเริ่มทำบัญชีแล้ว ควรกรอกรายจ่ายใส่บัญชีทุกวัน แต่หากลืมหรือไม่มีโอกาส สามารถมากรอกในวันถัดไปได้ครับ(แบบเคร่าๆเท่าที่จำได้ก็ได้)

2.กรอกให้เกินไว้ ดีกว่ากรอกขาด เพราะถ้ากรอกเกิน เงินที่เหลือก็เป็นเงินเก็บของเราอยู่ดี แต่ถ้ากรอกขาดไปเยอะๆ จะไม่มีเงินเหลือไว้เก็บครับ

 

 

ปล.หลังจากพิมพ์เสร็จแล้วรู้สึกว่าเป็นเอนทรี่ที่ยาวมากๆ ...อาจจะมีคนท้อเลิกอ่านก่อนได้เลยนะนี่

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ดีๆ ขอไฟล์ไปทำด้วย
บางทีรู้สึกตัวเองใช้เงินเกินโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน
คิดจะทำมาหลายที ได้ฤกษ์ละ open-mounthed smile

#1 By MANA Cross on 2008-09-05 00:55

ขอบคุณที่เตือนสติเน่อ จะทำ!cry

#2 By คาโตเน่ on 2008-09-05 01:43

เหอ เหอ ทำมาเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว ตั้งแต่ทำงานมา

ลองดูก็ได้นะครับ
ไม่ได้ถึงขนาดเขียนลงกระดาษ
แต่จะรู้ว่าเดือนหนึ่งมีรายจ่าย fix เท่าไหร่
ราย fix หมายถึงคือ
ค่าห้อง ค่าหอ ค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์
สมมุคิว่าเดือนๆ หนึ่งมีรานจ่ายfix 5000
กันมันออกมา แล้วแยกเป็นกองๆ ให้เป็นสัดส่วนไว้เลย
ค่าห้องสองพัน ค่าโทรศัพท์ 500

เปิดบัญชีนาคารอีกบัญชีหนึ่งเพื่อทำการเก็บเงิน
บัญชีนั้น ต้องไม่มีเอทีเอ็มนะครับ เงินเก็บนี้ให้ถือว่าเป็นเงินเพื่ออนาคตจริงๆ

พอเรากันรายจ่ายที่ต้องจ่าย และเงินเก็บออกมา
เหลือเงินเท่าไหร่...คือเงินที่สามารถใช้ได้


ทีนี้เอาเงินตรงนี้มาคิดละ ว่าวันหนึ่งเรากินกี่บาทอาทิตย์หนึ่งดูหนังกี่รอบ
ดูหนังรอบหนึ่งเสียเงินเท่าไหร่...
คิดออกมาให้เป็นอาทิตย์
ทอนเงินจำนวนออกมาแล้วใช้ให้ครบอาทิคย์ให้ได้

ส่วนตัวผมจะมีเงินเก็บสองก้อน ก้อนฝากธนาคาร กับก้อนไว้ใช้เอง
ก้อนไว้ใช้เองอาจจะเก็บ 500 -800 ตามเรื่องตามราว เผื่ออาจซื้ออะไรไร้สาระให้ตัวเองจะได้ซื้อได้

ลืมบอกไปว่า เผื่อเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายไม่คาดคิดด้วยนะ
เช่น...เพื่อนชวนทอดกฐิน ไอ้นั่นหาย ไอ้นี้หาย

ลองดู สนุกดีquestion

#3 By วิชัย... on 2008-09-05 02:47

ที่แนะนำที่สุดคือ

ลองไปเปิดบัญชีแบบฝากประจำดูซิครับ
ทุกเดือนต้องฝากเท่าๆ กัน
เรากำหนดได้เองว่าจะฝากเท่าไหร่
แต่ต้องฝากเท่าๆกัน เป็นเวลา 2ปี 3ปีก็ว่า
เป็นการบังคับตัวเองนะครับ
เชื่อดิ พอเดือนที่หกไปแล้ว เราจะไม่มีความรู้สึกอยากทอนมันแล้วครับ
พอครบกำหนดสองปีเราก็มีเงินก้อนไว้ใช้แล้ว!

ว่าแล้วทำไมเราไม่ไปเขียนบลอกเองเลยวะ
น่าสนเนอะ

#4 By วิชัย... on 2008-09-05 02:50

Hot! แบบว่าปึ๊ก ให้เลย กำลังโหลด แล้วจะทำตาม ได้น้อยก็ดีกว่าไม่ได้ทำเน้อ open-mounthed smile

#5 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-09-05 08:28

อลังการดีแท้...

แต่ข้าพเจ้าไม่เคยมีไฟทำได้เกิน 2 เดือนเลยแฮะบัญชีเนี่ย

#6 By on 2008-09-05 12:27

big smile เยี่ยมครับ

เราว่าก็ทำตามที่ตัวเองถนัดเนอะ ถ้าถนัดแบบจดก็จดเอา

แต่แบบนี้สะดวกดีก็กดโหลดกันโลดดด

ขอบคุณเด้อคับconfused smile

#7 By redtear on 2008-09-05 17:59

ขอบคุณมากๆค่ะ

ทำด้วยคน

พักนี้อะไรๆก้อแพงไปหมด

บางทียังนึกว่าเงินหายไปเลย

ที่ไหนได้...

ต้องจ่ายเงินซื้อของเพิ่งขึ้นsad smile

#8 By MiMi382YaYah on 2008-09-05 22:58

ประมาณปีที่แล้วลองจดไปรอบนึง ประมาณครึ่งเดือนได้ ผลคือเงินขาดไปหลายพันเยน(เงินรั่วไหลมาก) เลยท้อ เลิกเขียน

เห็นบลอกนี้ตอกย้ำความดีของบัญชี(ที่รู้บ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่สนใจทำ)ได้ตรงประเด็นดี วันนี้ก็เลยหยิบจับสมุดที่ซื้อเอาไว้ว่าจะเอาไว้สำหรับจดบัญชี(ที่แอบคิดอยากจดเมื่อประมาณ เดือนกว่า ๆ ที่แล้ว)มาเปิดเริ่มเขียนอีกรอบ
(สำหรับผม Excel ไม่ดึงดูดพอให้อยากจด เห็นอักษรตัวพิมพ์แล้วเบื่อquestion (จริง ๆ คือขี้เกียจทำในคอมด้วย...))

ว่าอาจจะจดนู่นนี่เผื่อเป็นไดอารี่สั้น ๆ ในตัว(ไดอารี่ที่มีแต่เรื่องสำคัญ เพราะเรื่องสำคัญมักจะต้องใช้เงินsad smile) มีอะไรสำคัญอาจจะจดอีกสักบรรทัดเพิ่มไป


"หวังว่า"จะได้ไปตลอดรอดฝั่งconfused smile cry

#9 By 「♭Mystery」 on 2008-09-05 23:07

ชอบ ตัวหนังสือตัวใหญ่ๆ สั้นๆได้ใจความดีครับ big smile

#10 By The ChiD on 2008-09-05 23:13

เห็นแบบนี้แล้วตกใจ
เจี๋ยใช้จ่ายเงินเกี่ยวกับเรื่องหนังเืดือนละไม่รู้เท่าไหร่sad smile
แวะมาทักทายครับ

ผมก็ทำทุกเดือนแหละ

แต่ไม่ทุกวัน

- -

แล้วก็มางง ๆว่าหายไปไหน

#12 By Indy Newspaper on 2008-09-08 17:21

ทำด้วยคน
ทำไปแล้ว อิอิ

#13 By StillGoing on 2008-09-08 21:52

สนับสนุนครับ การทำบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นสิ่งที่ดีมากๆครับbig smile

#14 By Tirunning on 2008-09-09 10:24

ขอบคุณคับสำหรับข้อคิดดี ๆ

#15 By โปรแกรมบัญชี (58.9.245.23) on 2009-01-07 23:40

ขอบคุณที่ให้ความพยายามเก็บเงิน ครับ...

#16 By นิด (124.120.245.102) on 2009-01-24 16:03

อยากได้ไฟล์จังค่ะ ส่งให้ที่ meaw_ma@hotmail.com นะคะ ขอบคุณค่ะ

#17 By meaw (58.8.88.196) on 2009-05-05 15:54

โหลดไม่ได้เลย อยากได้อ่ะ
sad smile kqqkai@gmail.com

#18 By กุ๊กไก่ (125.24.122.69) on 2009-06-20 00:19

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะได้ประโยชน์มากค่ะbig smile

#19 By นาต (124.157.226.19) on 2009-06-20 09:49

ได้ฤกษ์แล้ว

#20 By คิมคร้าบ (118.173.46.126) on 2009-07-28 18:35

โหลดโปรแกรมไม่ได้ค่ะ ช่วยส่งให้หน่อยค่ะ
pondpuan@gmail.com

#21 By pondpuan (118.174.20.25) on 2009-08-01 23:39

อยากได้โปรดแกรมเหมือนกันอ่ะ
อ่านแล้วจากที่เคยคิดจนเลยคิดไปพักหนึ่ง
เพราะไม่รู้จะเริ่มยังไงดี
เลยได้มาอ่านก็มีพลังที่จะทำขึ้นมาบ้างแล้ว
ช่วยส่งไฟล์มาให้ที่อ่ะอยากได้เป็นแนวทางopen-mounthed smile
gk_2828@hotmail.com
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

#22 By pook (125.27.219.58) on 2009-10-25 22:45

โหลดโปรแกรมไม่ได้ค่ะ ช่วยส่งให้ด้วย sunsunee_boss@windowslive.com ขอบคุณค่ะ หามานานมากแล้วแต่ไม่รู้จะเริ่มย่างไง ไดเจอแสงสว่างเสียที

#23 By sunsunee (110.49.39.64) on 2009-11-24 14:13

#24 By suphan jobsaksai (110.49.3.228) on 2009-12-12 19:48

รบกวนส่ง file ให้ได้มั้ยคะ ขอบคุณมาก รู้สึกว่าใช้ง่าย natchada_S@hotmail.com

#25 By natchada (61.19.65.215) on 2009-12-20 21:01

ขอรบกวนส่ง file ให้หน่อยได้มั้ยคะ โหลดไม่ได้เลยคะ

#26 By tuan-ae@windowslive.com (118.173.232.131) on 2010-01-31 10:21

รบกวนขอไฟล์ด้วยครับ

tar_tar958gb@hotmail.com
ขอบคุณครับ

#27 By tonn (124.120.69.236) on 2010-02-05 02:12

รบกวนขอไฟล์ด้วยครับ

tar_tar958gb@hotmail.com
ขอบคุณครับ

#28 By tonn (124.122.171.2) on 2010-02-05 02:12

ผมได้ทำการแก้ไขไฟล์ใหม่แล้วนะครับ เป็นของปี 2010 แล้วก็ทำการอัพโหลดไปเก็บในที่ใหม่เรียบร้อย สามารถโหลดได้จากลิงค์ในเอนทรี่นี้เลยครับ confused smile

#29 By SkyKiD on 2010-02-08 00:45

ดีนะ ถ้าทำไปจะได้รู้ว่าเราซื้ออะไรไปบ้างจ่ายเงินไปเท่าไรbig smile open-mounthed smile confused smile

#30 By จันจิรา วุฒิ (118.172.128.46) on 2010-02-15 14:52

#31 By (118.175.181.67) on 2010-04-05 09:45

^0^ ขอบคุณนะคะ big smile

#32 By (202.47.237.156) on 2010-05-07 15:10

<a href="http://yjieetdkpysabhc.com">efxbokanmgtpvmh</a> http://knuxetmyjkiokyi.com [url=http://psyzdsyhyqoonlj.com]fithbcmelxakbhb[/url]

#33 By uskhkbwdwj (94.102.52.87) on 2010-06-10 21:29

ดีมากๆเลยคับป๋ม
confused smile

#34 By kong (58.9.165.252) on 2010-06-11 09:15

<a href="http://sfohdweyggszfyi.com">unpeajynihqzwty</a> http://qbxzrnvgzirlhtj.com [url=http://feaamwvsniuznmx.com]jggiszxungkwjbr[/url]

#35 By vgjduprmkn (94.102.52.87) on 2010-06-14 09:54

ดีมากๆ เลยขอบคุณมากนะคะแบบทำบัญชี กำลังหาอยู่พอดี

#36 By mm (113.53.198.135) on 2010-07-21 22:27

ฮ่า
ได้เริ่มทำกับเค้าสักที = =" อยากทำมานานมาก แต่ขี้เกียจ
จะจด จะจด ... ก็ไม่ได้จด 555

ขอบคุณมากนะค้า

#37 By จุแจง (125.25.168.225) on 2010-07-23 11:58

เคยทำบัญชีอยู่ช่วงนึงพอรวบรวมได้ว่ารายจ่ายที่ไม่จำเป็นคืออะไร หลังจากนั้นก้อระวังการใช้จ่าย ลดการเข้าร้าน สะดวกซื้อ ลดก่ซื้อขนมขบเคี้ยว การเข้าร้านเสริมสวย เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ก้อพอมีเงินเหลือเป็นสภาคล่องขึ้นบ้าง เดี๋ยวนี้ไม่ทำบัญชีแล้ว แต่เรารู้ว่าอะไรควรซื้ออะไรยังไม่ต้องซื้อ

#38 By II (61.19.65.181) on 2010-07-26 10:27

Very good. Do expense report is the best way to manage your expense. You can excel also. There are many expense report template for free on internet that's very useful.

#39 By expense report template (64.120.41.164) on 2010-08-03 20:00

โหลดไม่ได้ ค่ะ ส่งให้ หน่อย นะค่ะ ขอบคุณ มากๆๆ ค่ะ

#40 By นรา (180.180.176.84) on 2010-09-03 10:20

ส่งให้ ด้วยนะค่ะ (napas18@hotmail.com)

#41 By naar (180.180.176.84) on 2010-09-03 10:22

ดีมากเลยค่ะ รบกวนช่วยส่งให้ด้วยค่ะ cherry_plus2523@hotmail.com ขอบคุณค่ะ

#42 By Cherry (27.55.54.181) on 2010-09-05 09:48

ขอบคุณนะคะ จะเอาไปลองหัดทำดู เพราะเป็นคนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย 55

#43 By tika (58.9.77.71) on 2010-10-01 05:43

big smile

#44 By (115.87.64.13) on 2010-10-12 13:14

ขอบคุณครับ accounting software

#45 By personal-accounting-software (125.24.184.223) on 2011-01-21 22:19

ช้าเกินไปมั้ยเนี่ย... พอดีเพิ่ง search เจออ่ะค่ะ ขอบคุณมากๆ สำหรับ program ขอบคุณยิ่งกว่าสำหรับคำแนะนำจากประสบการณ์จริงค่ะ : )

#46 By Teddy H. (180.183.141.55) on 2011-06-17 21:09

If you are willing to buy real estate, you will have to receive the home loans. Moreover, my brother all the time uses a collateral loan, which is the most useful.

#47 By loan (31.184.236.63) on 2011-12-21 00:06

Very oft, students finish the french dissertation by their efforts. But some of them prefer to order the cool idea connected with this good post in the thesis writing service, because that is more simple.

#48 By dissertation writing service (91.212.226.136) on 2012-01-10 22:15

Thank you a lot for your good thought referring to this post! If students want to buy an essay or essay writing search for the best essay writing service. That’s the very good way to academic success!

#49 By buy custom essay papers (31.184.238.21) on 2012-01-11 00:28

I opine that every single writer has her own writing strategy. A common man has to create hundreds of Research Paper Thesis tasks to achieve the same stage.

#50 By Essay Body Paragraphs (31.184.238.21) on 2012-01-15 06:23