งบบานปลาย....จากการเดินงานหนังสือครั้งที่ 3
posted on 22 Oct 2008 00:38 by mahado in Booksที่จริง หลังจากอัพเรื่องเกี่ยวกับงานสัปดาห์หนังสือคราวก่อนไป ผมก็คิดว่าคงจะไม่ได้อัพเอนทรี่เกี่ยวกับงานหนังสือคราวนี้ อีกแล้วล่ะครับ เพราะไม่คิดว่าจะได้ไปแล้ว
แต่วันนี้ คุณป้าของผม มาชวนผมไปอีกรอบครับ ผมก็เลยไปอีกรอบ ซึ่ง....ครึ่งแรกของการเดิน ผมไม่เสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียวครับ (แน่วแน่มาก...)
และผมก็ได้ลายเซ็นของพี่อัพมาอีกต่างหาก (วันนี้แบกหัวแตงโม , ถั่วงอกหัวไฟ และSuper ไป) (ผมอดลายเซ็นของพี่โตโต้อีกแล้วครับ
<< จริงๆช่วงท้ายรู้สึกผมจะเดินสวนกับพี่โตโต้หน้าบูทเนชั่นด้วย แต่...เป็นจังหวะที่ผมอยู่กับน้อง และช่วงนั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลน้องอยู่ครับ เลยไม่ได้ไปขอ)
จนผมมาหยุดอยู่ที่บูทของสำนักพิมพ์สุขภาพใจครับ และซื้อหนังสือไปทั้งหมด2เล่ม
ซึ่งทำให้ผมเสียเงินทั้งสิ้น 20 บาท....(เล่มละ10บาท)
หึๆๆ ถ้าผมซื้อไปแค่2เล่มนี้ผมคงไม่เอามาเล่าในบล็อกล่ะครับ ที่จริงก่อนจะได้2เล่มนี้ ผมแวะไปบูทเนชั่นมา เพราะได้ยินว่ามีลดกระหน่ำหักหลังคนอ่าน (ในPantipบอกว่า เฉพาะ3วันสุดท้ายลด25-50%(ลดเพิ่ม) ....แล้วไอ้คนที่ซื้อในงานนี้ก่อนหน้านั้นล่ะครับพี่น้อง)
ซึ่งจากที่ผมไปดูมาวันนี้...ก็ไม่เห็นป้ายลดกระหน่ำขนาดนั้นนะครับ และผมก็จดรายละเอียดการ์ตูนเหมาโหลไป(ผมเหมา Hunter กับ ฮิคารุ มาจากงานเหมาโหล แต่ไม่ครบ)....ซึ่งถ้าซื้อแยกเล่ม Hunter ก็จะยังไม่ครบ ผมเลยยังไม่ซื้อครับ
สำหรับผม ถ้างานนี้เนชั่นประกาศลดล้างสต็อก3วันสุดท้ายจริง(แบบกระหน่ำ50% หลายเรื่องตามข่าวลือ) ต่อไปผมอาจจะมีมาตรการ "คิดหนักๆก่อนซื้อ" สำหรับหนังสือในเครือนี้เลยล่ะครับ เพราะผมคิดว่ามันไม่แฟร์กับคนซื้อก่อนมากๆ ถ้าไปลดงานหน้า คนที่ซื้องานนี้อาจจะช้ำใจน้อยหน่อย เพราะถือว่าซื้อก่อนอ่านก่อน
แต่ถ้าลดในงานเดียวกัน พึ่งห่างกันไม่กี่วัน บางคนอาจจะยังไม่ทันได้อ่าน ผมคิดว่ามันทำร้ายจิตใจคนที่เดินทางไปงานหนังสือ ไปที่บูทนี้ และซื้อก่อนกลับไปก่อน ตั้งแต่วันแรกเลยล่ะครับ
ซึ่งถ้าให้ผมคิดเอาเอง ลูกค้าประเภทนี้น่าจะเป็นพวก "Brand Loyalty"(จงรักภักดีในตราสินค้า)ครับ คือซื้อแน่ ไม่ลังเลว่าจะนำเงินไปใช้กับบูทอื่นก่อน อาจจะเล็งหนังสือชุดนั้นมานานแล้ว เป็นต้น
....แต่ถ้ามีบูทไหนทำแบบนี้ ต่อไปใครอยากจะภักดี เสียเงินซื้อก่อนล่ะครับ ในเมื่ออีก10วันให้หลัง ราคาถูกปรับลงอีกหลาย10%
หมายเหตุ : ไม่ได้ว่าเนชั่นนะครับ เพราะถึงยังไง วันนี้ผมไปก็ไม่เห็นว่าจะมีลดถึง50% ตามข่าว ยกเว้นการ์ตูนที่ให้เหมาโหลคราวก่อนบางเรื่องที่ปกติเวลามีงานก็ลดให้อยู่แล้ว ซึ่งในงานสัปดาห์หนังสือวันแรกๆ ผมไม่เห็นหนังสือเหล่านั้นในบูทของเนชั่นอยู่แล้วครับ เพราะงั้นงานนี้ก็ไม่ถือว่าคนซื้อก่อนจะเสียเปรียบ(มั้ง เพราะผมไม่ได้ดูราคาของ Hunterยกแพค)
(แต่งานเหมาโหล Hunterผมเหมามาไม่ครบ ทำให้ผมยังดองอยู่(ยังไม่อ่าน) ....ถ้ารู้ว่างานนี้มียกแพค ผมคงไม่เหมาโหลมาแน่ๆ และป่านนี้ผมคงยกแพค HunterXHunterไปแล้ว แม้ว่าราคาอาจจะแพงกว่าเหมาโหลก็ตาม แต่มันก็ครบ เรื่องนี้ทำให้ผมเคืองบูทนี้อยู่นิดหน่อย แต่....อาจจะถือว่าผมพลาดเองก็ได้)
และแน่นอนว่า..... ถ้ามีเครือไหนดำเนินนโยบายในลักษณะที่ ในงานหนังสือเดียวกัน แต่ขายวันสุดท้ายถูกกว่า"มากๆ" ผมก็คงจะใช้นโยบาย"คิดหนักๆก่อนซื้อ" ล่ะครับ แต่ถ้าถูกกว่านิดหน่อยแบบเป็นช่วงนาทีทอง ผมเฉยๆนะครับ เพียงแต่อย่าให้มันเอิกเกริกจนทำให้ คนที่ซื้อไปแล้วช้ำใจมากๆละกัน
เอาล่ะ บ่นแค่นี้ดีกว่าครับ เพราะในกรณีที่ผมเป็นคนไปซื้อวันสุดท้าย ผมก็คงจะดีใจเหมือนกันล่ะ ที่ได้หนังสือราคาถูก
ต่อเลยดีกว่าครับ หลังจากที่ไปบูทเนชั่น แล้วผมพยายามกัดฟันสู้กับความอยากจนผมชนะขาดมาได้ (ดอง 20th Century Boy ต่อไปได้อีก และคาดว่าคงจะเมินไปเลยจนกว่าจะถึงงานหนังสือคราวหน้าครับ)
ผมก็ไปเลือกซื้อหนังสือกริยา3ช่องให้กับน้องครับ(ลูกพี่ลูกน้องของผม เรียนอยู่ประถมครับ) การเลือกซื้อหนังสือให้คนอื่นนี่เป็นอะไรที่ลำบาก ผมไม่รู้ว่าจะถูกใจคนอ่านมั้ย โดยเฉพาะวิชาที่ผมไม่ถนัด และอายุห่างกันค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน แต่เอาเถอะ หลังจากเดินวนรอบงานอยู่หลายรอบ ก็ได้มาเล่มนึง ราคา16บาท = =''
(ไม่ได้งกนะ แต่เล่มที่หนากว่า ราคาแพงกว่า มีการผัน3ช่องให้ดูน้อยกว่าเล่มนี้ แล้วแทรกพวกGrammarมาท้ายเล่มซะยาวเหยียด ซึ่งผมคิดว่าผมทำตามคำสั่งแรก"กริยา3ช่อง" เลยเลือกเล่มนี้ครับ)
แล้วน้องของผมกับน้าอีก2คนก็มาถึง ซึ่งน้องของผมมาตามหาหนังสือการ์ตูนเล่มนึงครับ นั่นคือ "โต๋เต๋"
และตรงจุดนั้นเองครับ รายจ่ายของผมก็เริ่มคืบคลานเข้ามาทันที....
เพราะน้องของผมพลิกอ่านหนังสือการ์ตูนของสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็กไปหลายเล่ม ผมซึ่งมองๆอยู่ก็เห็นน้องผมกำลังปิดหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งลายเส้นคุ้นตาผมมาก
ผมหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาทันที !!!
พลิกดูลายเส้น และ หน้าปก.....โอ้....ชัดเลย !!
"ผลงานของ เดอะดวง" (เด็กชายตุ๊กตา)
หนังสือเล่มนั้นน้องผมไม่เอา แต่ผมไม่รีรอที่จะบอกว่า ซื้อเล่มนี้แน่ๆครับ .....จากนั้นน้องผมก็พลิกเล่มอื่นต่อไป ผมก็ไม่รู้จะทำอะไร ก็ไปเห็นลายเส้นคุ้นตาอีกแล้ว
ถ้าจำชื่อหนังสือไม่ผิดจะเป็น"จากดาวถึงดาว" ของ Puck ตอนนี้เล่มนี้อยู่ที่น้องของผม ซึ่งถ้าน้องผมอ่านจบ ก็จะเป็นของผมไปโดยอัตโนมัติ (เพราะผมต่อคิวอยู่)
และเมื่อผมกวาดสายตาไปรอบๆ.....โอ้ ไม่นะ .... ลายเส้นนั่น.....ชัดเลย The Duang อีกแล้วครับพี่น้อง
คราวนี้ชื่อหนังสือว่า "CLART ROOM" ครับ
.....และเล่มนี้หลังจากพลิกไปไม่กี่หน้า ก็เป็นอะไรที่ผมอึ้งมากๆ เพราะ มันเหมือนมากๆ เหมือนจนน่าตกใจเลยล่ะครับ แม้ว่าเนื้อหาหลักๆของเรื่องจะไม่เหมือนกันก็ตาม....
เหมือนอะไรน่ะเหรอครับ ....มันเหมือนกับพลอตเรื่องที่ผมคิดไว้เป็นการ์ตูน(แต่ผมไม่มีปัญญาวาด)น่ะสิครับ ซึ่งไอ้พลอตนี้เนี่ย ผมจะให้กระดาษเป็นพระเอกของเรื่อง ซึ่งในเล่มนี้ ก็มีตอนหนึ่งที่ให้กระดาษเป็นตัวดำเนินเรื่องเช่นกัน แม้จะเนื้อหาไม่เหมือนกัน สื่อความหมายหลักไปคนละอย่าง แต่คาแรกเตอร์นี้ก็เหมือนกับที่ผมคิดมากๆเลยล่ะครับ
(จากที่พลิกดูเคร่าๆ ถ้าเอากระดาษแผ่นนั้นมาแทนในพลอตของผม ก็น่าจะแทนกันได้สนิท หรือ พลอตของผม...เหมือนเป็นแฟนฟิค ภาคแยกของการ์ตูนสั้นตอนนั้นได้เลยน่ะครับ
)
แล้วก่อนหน้านี้พลอตเรื่องการ์ตูนที่ผมบอกไว้ ผมเคยคิดจะส่งไปโครงการประกวดของ Let's เพราะเผื่อว่า The Duang จะเป็นคนวาด แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ส่งครับ
(พลอตนี้คิดไว้ตั้งแต่ เดือนมีนา ถ้าผมจะส่งเข้าโครงการของ Let's ผมแทบไม่ต้องคิดอะไรเลย เพราะมีเนื้อเรื่องครบแล้ว ขาดแต่นั่งพิมพ์ให้ดูดีขึ้น และส่งผลงานไป)
ในโครงการนั้น....ไม่ใช่ว่าถ้าคนอื่นเลือกแล้วนำไปวาด ในพลอตเรื่องที่ผมคิดไว้ ผมจะไม่ดีใจนะครับ(โครงการนี้ให้นักเขียนหลายๆคนเลือกผลงานพลอตที่ส่งเข้ามาเอง) ใครวาดผมก็ดีใจครับ เพราะอย่างน้อยก็แปลว่า พลอตของผมโดนใจคนวาด
เพียงแต่....ภาพกระดาษที่ผมคิดคาแรกเตอร์ไว้มันคล้ายๆกับตัวชอคโกแลต ในรวมเล่ม Shockolate น่ะครับ....และโครงเรื่องที่ผมวางไว้มันก็ค่อนข้างมืดมนอยู่พอสมควร (ทำให้พอมาเห็นในคาแรกเตอร์"กระดาษ"ในหนังสือ เลยยิ่งรู้สึกว่า "เป็นคาแรกเตอร์แบบที่คิดไว้เลย" น่ะครับ)
(****ที่จริง มีสมาชิกExteen อีกหลายคนทั้งที่อ่านบล็อกผมอยู่ และไม่ได้อ่าน ที่ผมคิดว่า ถ้านำพลอตนี้ไปวาดน่าจะออกมาตรงใจผมมากๆ แต่ไม่รู้ว่าจะมีใครอยากนำไปวาดรึเปล่าน่ะสิครับ เพราะถึงลายเส้นจะตรงใจผม แต่พลอตผมอาจจะไม่ตรงใจคนวาด = ='' << ใครสนใจติดต่อได้นะครับ เพราะตอนแรกผมวางแผนไว้ว่า เร็วๆนี้ผมจะเอาพลอตที่ว่า มาพิมพ์ลงบล็อกเป็นเรื่องสั้นน่ะครับ << แต่ผมคิดว่าการ์ตูนน่าจะสื่อได้ดีกว่า****)
ซึ่งบอกตามตรงว่าที่ทำให้ผมตกใจที่สุดก็คือตอนเปิดหนังสือเล่มนี้ คือภาพของกระดาษที่ผมคิดไว้กับที่อยู่ในหนังสือ เรียกว่าแทนกันได้เลยล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ลังเลที่จะซื้ออีกเช่นกัน
จากนั้นเหมือนกับคนขายจะจับทางถูก.....จึงแนะนำหนังสืออีกเล่มที่ The Duang วาดอีกเล่มนึงครับ (การเดินทางของจุด) .....ซึ่งผมก็เสียทรัพย์อีกตามเคยครับ รวมๆแล้ว ผมกับน้องรวมกัน2คน หมดไป 952บาท
เฉพาะบูทมูลนิธิเด็กบูทเดียว เรียกได้ว่าทำลายสถิติ A Book เรียบร้อย...- -'' (แต่ถ้านับของผมคนเดียวก็ยังไม่เกินครับ)
หลังจากจ่ายเงินเสร็จ ระหว่างรอเงินทอนไม่รู้อะไรดลใจ ผมเลยเดินเข้าไปในร้าน ....เพื่อรับหนังสือ ทั้งที่จริงๆแล้วยืนรอหน้าบูทก็ได้
จังหวะที่ผมกำลังหยิบหนังสือมาที่ซื้อแล้วมา หน้าปกสีเหลืองของหนังสือเล่มนึงก็มาเตะเข้าเต็มเบ้าตาผมเลยครับ.....
"100 สิ่งประดิษฐ์ เปลี่ยนโลก"
วินาทีนั้น บอกได้คำเดียวครับ ซื้อแบบไม่ต้องคิด ถ้าใครจำได้ เอนทรี่ก่อนผมพึ่งบ่นๆไป ว่าตอนที่ผมหา"สูญ"กับ"นายสมองกับหนูหัวใจ"ไม่เจอ ....ผมคิดถึงหนังสือเล่มนี้ที่ผมพลาดครับ
หลังจากไม่เจอหน้ากันมา3ปี บัดนี้ มันเป็นการพิมพ์ครั้งที่3ของหนังสือเล่มนี้แล้ว...
ผมรู้สึกว่าการจะซื้อหนังสือเล่มนี้ไม่ถือเป็นการใช้เงินเกินตัวแล้ว(เมื่อ3ปีก่อนผมรู้สึกว่า ถ้าซื้อไปจะเป็นการใช้เงินเกินตัว เพราะมันแพง และผมคงไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันขนาดนั้น)
และด้วยค่าของเงินที่เฟ้อจนถึงตอนนี้ หนังสือราคา 350 บาท ไม่ได้ถือว่าแพงจนเกินเหตุสำหรับหนังสือเล่มนี้ เพราะเนื้อหา ความหนา และเป็นกระดาษอย่างดี(ผมไม่พลิกมาอ่านก่อนซื้อแล้ว เพราะเมื่อ3ปีก่อนเคยพลิกแล้ว และจำได้ว่ามันดีมาก แต่สุดท้ายก็วาง เพราะมันแพง)
และ....ครั้งนี้ที่ได้พบกัน มันลดราคาเหลือเพียง 280บาทเท่านั้น โชค2ชั้นจริงๆ ดีใจมากๆที่เจอ และรู้สึกว่าจะเจอถูกที่ด้วย เพราะคราวก่อนที่เจอ น่าจะเป็นของบูทที่รับจากสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็กไปอีกที
(ผมยังจำราคาหนังสือ และ ปีที่พิมพ์ได้แม่นยำมากๆ ....ผมบอกคนขายว่าประมาณ3ปีก่อนผมอยากได้หนังสือเล่มนี้ ตะกี้กลับมาบ้านเปิดดู พิมพ์ครั้งแรกปี48ครับ เป๊ะมากๆ )
สรุป....งบบานปลายไปเยอะเลยล่ะครับ(จากตอนแรกเกินไป21บาท) และผมก็ได้ยินมาว่า เดอะดวง จะไปงานหนังสือวันพฤหัสนี้ ซึ่งพี่ๆที่เฝ้าบูทก็โปรโมตเต็มที่เลย(ด้วยการโชว์ลายเซ็นของเดอะดวงให้ดู...การ์ตูนเป็นตัวๆเลยครับ =[]='' อยากได้มั่ง)
ซึ่งพี่คนขายมีการโปรโมตให้บูทอื่นด้วย ว่าผลงานของเดอะดวงยังมีอีกหลายบูท เช่น A Book เป็นต้น (แต่Super ผมซื้อมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ
)
ตอนนี้...ผมคิดไว้ว่าวันพฤหัสอาจจะโฉบๆไปล่าลายเซ็น เพราะเป็น1ในนักเขียนการ์ตูนที่ผมชอบผลงานมากๆ และยังไม่เคยได้ลายเซ็นหรือเจอตัวเป็นๆเลยครับ (แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปมั้ย เพราะไปมาตั้ง3รอบละ
)
หมายเหตุ : จริงๆที่บูทของสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก ผมเห็นหนังสือการ์ตูนอีกหลายเล่มที่น่าสนใจและคิดว่าจะซื้อ แต่งบผมบานปลายไปเยอะแล้วล่ะครับ เลยเหมาของเดอะดวงมาก่อน (ถ้าวันพฤหัสไป อาจจะซื้อเล่มอื่นมา เพื่อให้คุ้มค่ารถ และอาจจะได้ลายเซ็นของนักเขียนเล่มอื่นด้วย ^^)
รวมผลงานเดอะดวงที่ผมซื้อมาครับ
ส่วนภาพล่างนี่ Rambits ซื้อจากบูทเดียวกัน เห็นว่าพลอตเรื่องน่าสนใจดีครับ
ปล. ถ้าวันพฤหัสไปงานหนังสืออีกคงไม่พ้นได้หนังสือติดมือกลับมาอีกแน่ๆ เป็นงานละลายทรัพย์จริงๆ
ปล2.วันนี้โฉบไปบูทA Book เห็นพี่อัพคนเดียว คาดว่าพี่วิชัยกับพี่บองเต่าไม่ได้มาวันนี้ครับ (เลยไม่ได้ไปยืนคุย 555)
ปล3.หากใครสนใจนำพลอตเรื่องที่ผมพูดถึงไปวาดแล้วนำมาลงในExteen สามารถติดต่อได้หลังไมค์หรือทิ้งคอมเมนท์ไว้นะครับ (ตอนแรกผมกะว่าจะนำเรื่องมาลงก่อน แล้วค่อยถามว่ามีใครสนใจมั้ย แต่ตอนนี้ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...ใครสนใจก็บอกมาโลดครับ ถ้าใครสนใจก็ถือว่าเป็นการร่วมกันสร้างการ์ตูนขึ้นมาชิ้นนึงก็แล้วกันครับ
)
ปล4.สืบเนื่องจากปล3 สมมติว่าติดต่อผมมาเรียบร้อยแล้ว ฟังพลอตจากผมแล้วไม่สนใจจะวาด ก็ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ซีเรียส
(บอกไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวบางคนจะกลัวว่าติดต่อมาแล้ว ผมจะเอาโซ่ไปล่าม แล้วลากมานั่งวาด 555)

เศร้าใจไม่ได้ไปงานนี้ พลาดมาสองปีซ้อนแล้วครับ
#1 By พงคุง on 2008-10-22 06:06