ชั่วโมงไม่เร่งด่วน

posted on 27 Oct 2008 23:58 by mahado  in MyLife, To-Think

 

ช่วงเวลาสายๆของวันที่ท้องฟ้าสดใสวันหนึ่ง....

มันเป็นเวลาที่ใครหลายๆคนกำลังนั่งทำงาน นั่งเรียน นอนดูทีวี 

หรือทำอะไรก็ตามที่ไม่ได้รีบร้อนจะเดินทาง

 


แต่สำหรับผม ในตอนนั้นมันคือช่วงเวลาที่ผมรีบเร่งที่สุด

เพราะผมกำลังจะสาย และคนที่ขึ้นรถไฟฟ้าสถานีนี้บ่อยๆ จะรู้ว่าจังหวะนั้นผมต้องรีบวิ่งขึ้นบันไดเลื่อน

เพราะรถไฟฟ้ากำลังจะเทียบชานชาลาพอดี...

 


ที่กึ่งกลางของบันไดเลื่อนนั้นเอง มีพ่อลูกคู่หนึ่งยืนขวางทางอยู่...

ทำให้ผมไม่สามารถวิ่งแทรกไปได้ และเด็กคนนั้นก็ตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับตัวผม

หากผมดึงดันที่จะแทรกผ่านไป เด็กอายุไม่ถึง6ขวบ อาจจะตกบันได เพราะความรีบร้อนของผมก็เป็นได้...

 

 

ในวินาทีนั้นผมเกิดความคิดต่างๆขึ้นมามากมาย....

...ผมอยากให้เมืองไทยเหมือนญี่ปุ่น ที่คนขึ้นบันไดเลื่อน ถ้าไม่รีบเดินก็ควรจะชิดไปริมข้างใดข้างหนึ่ง
แต่ที่นี่คือประเทศไทย จึงไม่มีวัฒนธรรมการขึ้นบันไดเลื่อนเช่นนั้น

...ผมอยากจะพูดให้พ่อลูกคู่นั้นหลีกทางให้ ผมจะได้เดินต่อไปข้างหน้า และทันรถไฟฟ้าคันนั้น
แต่ผมก็ปากหนักเกินไป จนไม่มีแม้แต่เสียงถอนลมหายใจด้วยความรำคาญออกจากผมในเวลานั้น

 

ภาพพ่อลูกจูงมือกันบนบันไดเลื่อน อาจจะเป็นภาพที่สื่อความหมายได้เป็นอย่างดีในหลายๆเรื่องๆ หลายๆประเด็น แต่ในเวลานั้น ผมไม่ได้ซาบซึ้ง หรือซึมซับสิ่งใดๆจากภาพที่อยู่ตรงหน้าเลย...

จนเมื่อผมเดินไปจนถึงบันไดขั้นที่ติดกับพ่อลูกคู่นั้น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่บันไดเลื่อนได้พาพ่อลูกคู่นั้นไปจนถึงปลายบันไดพอดี

 

รถไฟฟ้ากำลังจอด และผู้โดยสารจำนวนมากกำลังทยอยเดินออกมาจากรถไฟฟ้า...


ในจังหวะนั้นหากไม่มีใครมาขวางข้างหน้า ผมคงจะวิ่งแล้วก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปแล้ว....

...แต่ตอนนี้ผมก้าวไปข้างหน้าไม่ได้เพราะพ่อลูกคู่นั้นขวางเส้นทางของผมอยู่

 

 

"เกะกะจริงๆ...." ผมได้แต่คิดในใจเช่นนั้น...

"หลีกทางไปซะที..." ผมคิดซ้ำอีกครั้ง...แต่ก็ยังไม่มีเสียงใดๆออกจากปากผมเช่นเคย


จนกระทั่ง...เมื่อสายตาของเด็กคนนั้นเห็นรถไฟฟ้า เขาเริ่มวิ่งออกจากบันไดเลื่อนทันทีที่รองเท้าของเขาสัมผัสกับพื้นของชานชาลา...

 

ทางของผมถูกเปิดออกแล้ว ผมกำลังจะวิ่งไปในช่องที่เด็กคนนั้นพึ่งจะเปิดให้... 

 


แต่ทันใดนั้นเองเสียงของ พ่อของเด็กคนนั้นได้ดังขึ้น....

 

"ไม่ต้องรีบนะลูก..."

 

เป็นเสียงที่ไม่ได้ดังมากนัก และคงจะมีเพียงแต่ผมกับเด็กคนนั้นที่ได้ยิน...

 

แต่เสียงนี้กลับดังซ้ำไปซ้ำมาในห้วงความคิดของผม...


"ไม่ต้องรีบนะลูก..."


ในเสี้ยววินาทีแรกที่ได้ยินผมคิดขึ้นมาในแทบจะทันทีว่า.... "มึงไม่รีบ แต่กูรีบโว้ย!!!"
เพราะผมกำลังรีบจริงๆ และผมกำลังจะสายมากขึ้น ถ้าผมพลาดรถไฟฟ้าขบวนนี้

 


แต่ในอีกด้านหนึ่ง คำพูดของชายคนนั้นก็ทำให้ เกิดคำถามขึ้นมาในใจของผมว่า....

"นี่ผมกำลังรีบร้อนเกินไปรึเปล่า"

 


ภาพที่เด็กคนนั้นกำลังวิ่ง กับคำเตือนของชายคนนั้นที่พูดกับลูก ทำให้ผมนึกถึงคำเตือนที่พ่อของผมเคยเตือนผมบ่อยๆ


"อย่ารีบวิ่งนะลูก เดี๋ยวหกล้ม"


และแทบจะในทุกครั้งที่พ่อผมเตือน ผมมักจะบาดเจ็บจากสิ่งเหล่านั้นทุกครั้ง เพราะผมไม่ระวัง ผมไม่เชื่อคำเตือน...
ผมรีบวิ่งแล้วผมก็ได้แผล หรือแม้แต่วิ่งบนโซฟาจนก้าวพลาดหัวไปฟาดกับกระจกโต๊ะ เย็บไปหลายเข็ม

 


ภาพของเด็กคนนั้นหยุดวิ่ง และยืนรอพ่อก้าวผ่านบันไดเลื่อนอย่างเชื่อฟัง ยังติดตาผมอยู่จนกระทั่งบัดนี้...

และเกือบจะในเวลาเดียวกัน ผมก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น...

 

"...ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด..."

 

รถไฟฟ้ากำลังจะปิดประตูแล้ว ผมยังก้าวไม่พ้นจากบันไดเลื่อนเลย
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที รถไฟฟ้าก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากสถานีไป
ทิ้งผมกับพ่อลูกคู่นั้นไว้ที่สถานีเพื่อรอรถไฟฟ้าขบวนถัดไป...

 


ผมกำลังจะสายมากขึ้น เพราะต้องรอรถคันต่อไปอีก5นาที เนื่องจากเวลานั้นไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วน...
...แต่ดูเหมือนว่า ผมจะได้สิ่งชดเชยจากการรอรถไฟฟ้านานขึ้นแล้ว

 

 

 

 

หมายเหตุ : ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ครับ แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงได้อยากเขียนเรื่องนี้ และ...เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ในช่วงระยะเวลาไม่ถึงนาทีของผมบนสถานีรถไฟฟ้า เมื่อเดือนก่อน...

หมายเหตุ2 : ผมรู้ว่ารถไฟฟ้ากำลังจะเทียบชานชาลา เพราะจังหวะที่ผมจะขึ้นสถานี ผมมักจะมองว่ารถไฟฟ้ากำลังวิ่งมาที่สถานีรึเปล่า และที่ทำให้ผมรีบเป็นพิเศษ เพราะช่วงที่ไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วน รถไฟฟ้าจะมาช้ากว่าชั่วโมงเร่งด่วนครับ

หมายเหตุ3 : ผมเคาะEnterบ่อยมากในเอนทรี่นี้ เพราะอยากให้เว้นช่วงของความคิดในแต่ละบรรทัดครับ ส่วนเอนทรี่ต่อๆไป เช่น Reviewหนัง หรือการนำประเด็นอื่นๆมาพูดถึง ผมคงจะเคาะEnterน้อยลงแล้วนะครับ  

 

และสุดท้ายนี้ขออภัยที่มีคำหยาบครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถ้าเป็นพ้มเร่งมากๆ ก็จะพูดกับพ่อขอทางconfused smile

นึกถึงตอนรีบไปห้องน้ำแล้วมีคนเกะกะsad smile

#1 By wesong on 2008-10-28 00:33

แง่มๆ เคยรู้สึกเหมือนกัน... ><

#2 By Aelita~[-X-]~ on 2008-10-28 01:04

..เพราะยังงั้นบางที่จึงมีธรรมเนียมการเปิดทางให้คนผ่าน ข้างซ้ายไม่ก็ข้างขวาไปเลย


หลาย ๆ ทีก็ต้องวิ่งเหมือนกันครับ(แต่บางทีคำตอบที่ดีกว่าการพยายามหาทางให้ทันรถควรเป็นออกจากบ้านให้เร็วขึ้นล่ะมั้ง..)sad smile

สำหรับผม การรีบทำอะไรบางอย่างที่มันจำเป็นต้องรีบ มันก็น่าจะดีกว่าปล่อยให้เป็นไปตามกรรมน่ะนะครับ(เช่นกรณีนี้) แต่ถ้าอะไรที่ช้าได้ก็ทำช้าลงบ้างก็ดีครับ

#3 By 「Mystery☆」 on 2008-10-28 02:08

เข้าใจเหมือนกัน
เคยเจอผู้ชายคนหนึ่งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ ให้หญิงชราแก่เดินจากเครื่องบินไปก่อน
ก็จะรีบลงเฟ้ย ไอ้แก้าเนี่ย!!! ไว้หลังสุดด้ายม้ายยยยย
ถ้าเรารีบเพราะเหตุที่ควรรีบก็คงไม่แปลกหรอกนะคะ
แต่ถ้าเรา"รีบ"จนเป็นประจำนั่นคงพาลให้ปวดหัวได้ big smile

(เคาะEnterเยอะๆก็ดีนะคะ อ่านสบายตาดีค่ะ)

#5 By -JpNc- on 2008-10-28 10:17

ตรงไหนเหรอ คำหยาบน่ะ ??? embarrassed

ปกติหยาบกว่านี้ไม่ใช่เหรอ 555 cry

#6 By dekhadmai (61.47.23.114) on 2008-10-28 10:37

ส่วนตัวแล้วชอบเรื่องนี้มากเลยนะครับbig smile

ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตบางทีเราก็รีบเร่งจนเกินไป เร็วไปถ้าพลาดล้มลงมาอย่างไหนคุ้มกว่ากันนะ

ช้าลง ได้ความรู้สึกบางสิ่งชดเชย

สายบ้างก็ช่างปะไรbig smile Hot!

#7 By redtear on 2008-10-28 11:04

อ่านแล้วรู้สึกตลก...รีบนักก็บอกให้เขาหลีกทางสิ - -"
เมืองไทยไม่มีระเบียบแง่นั้น เพราะว่าสามารถพูดจาขอร้องกันดีๆได้ และคนไทยมีน้ำใจไม่ใช่หรือ?


เราว่าคนที่ต้องการ มีความจำเป็นโน่นนี่ แต่ไม่ร้องขอดีๆ หวังให้คนอื่นรับรู้เอาเอง แล้วพอคนอื่นไม่รู้ก็บ่นในใจเนี่ย มันแปลกๆนะ....


อืม... ก็เข้าใจหรอกว่าต้องการจะสื่ออะไรในบทความนี้ และเรื่องที่เราว่ามันไม่ใช่ประเด็น
เพราะส่วนตัวเป็นคนที่จะพูดจะถามเป็นปกติ เลยรู้สึกไม่เห็นด้วยกับบทความนี้ตั้งแต่เขียนไว้ว่าปากหนักแล้ว ( ประมาณว่า นี่ความผิดของนายเองไม่ใช่เรอะ ก๊ากกก ) มันเลยไม่อินอะ...

#8 By Jelphyr on 2008-10-28 14:03

ความเร่งรีบทำให้คนเราหยาบกระด้างมากขึ้น
อิ่มเอมน้อยลง
แต่บางครั้งมันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยาก
เพราะถูกสังคม กำหนด....

#9 By lekprapan on 2008-10-28 14:42

เข้าใจเลยครับ
เคยเจออย่างนี้เหมือนกัน และสุดท้ายก็ได้แต่เงียบเหมือนกันอีก sad smile

#10 By Googigg on 2008-10-28 15:40

ผ่อนคลายจากความตึงเครียดบ้าง
ผู้เขียนต้องการสื่อสิ่งนี้ใช่ไหมครับ big smile

Hot!

#11 By K r a i on 2008-10-28 16:00

เป็นบ่อยเหมือนกันครับ แต่ถ้าหากรีบจริงๆก็ควรบอกให้เขาหลีกทางให้นะครับ คงไม่มีใครใจร้ายขนาดจะมองคุณไม่ดี หรือปิดกั้นทางของคุณหรอกครับ

แต่บางทีก็ยากจะแทรกตัวไป เวลาที่คนขวางทางเยอะๆเหมือนกันsad smile
#3 ใช่เลยครับ เรื่องการออกจากบ้านให้เร็วขึ้น ส่วนนึงผมก็ผิดเองที่ออกจากบ้านช้า แต่ถ้าเป็นวันธรรมดา ถ้าผมเห็นรถไฟฟ้าอยู่ตรงหน้าแล้ว ผมก็วิ่งเหมือนกันครับ confused smile(จะได้ไม่ต้องรอคันหน้า ^^')

#6 โห มาแฉถึงที่เลยนะ...ไม่นึกว่าจะเข้ามาอ่านวันนี้นะนี่ ปกติเวลาใช้ภาษาเขียนเราจะสุภาพ แต่ภาษาพูดน่ะอีกเรื่องนึง 5555

#8 อ่าคอมเมนท์พี่เจลแล้วโดนอะครับ 5555 ใช่ครับมันเป็นความผิดของผมเองที่ปากหนัก sad smile แต่ผมก็กลัวหน้าแตกด้วยล่ะ เพราะถ้าขอให้เขาหลีก...แล้วผมวิ่งไปไม่ทัน มายืนรอรถด้วยกันมันจะรู้สึกแปลกๆกว่าเก่าน่ะ 5555 (ประมาณว่า "เห็นมั้ยล่ะ ขอทางไปก็ไม่ได้ไปก่อนอยู่ดี" ผมเลยไม่พูดออกไปน่ะครับ << ประเด็นนี้ทำให้ปกติผมไม่ขอทางบนช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อน่ะครับ แต่ถ้าอย่างลงรถไฟใต้ดินแบบยังไม่เห็นรถไฟฟ้าบางทีผมจะขอทางไปตรงๆเลย)

#12 ใช่ครับ ถ้าขอคงได้รับการหลีกทางให้ ผมก็ผิดเองที่ไม่ได้พูดออกไปตรงๆ ^^'

ส่วนนึงที่ผมพิมพ์เนื้อหาเอนทรี่นี้ลง เพราะเห็นว่ามีหลายประเด็นที่พูดได้ในคราวเดียวน่ะครับ big smile ซึ่งมีหลายคอมเมนท์ด้านบนเขียนได้ตรงกับที่ผมจะสื่อเลยล่ะครับ ^^ และอีกประเด็นหนึ่งคือ...ถ้าผมไปทันเวลาแต่เด็กคนนั้นหกล้มแทน ผมก็อาจจะไม่สบายใจก็ได้ครับ confused smile

(มีบางคอมเมนท์ตีความไม่เหมือนผมด้วยล่ะครับ แต่ก็ทำให้ผมได้มุมมองอีกแบบ open-mounthed smile)

อ่านคอมเมนท์วันนี้แล้ว ได้อะไรขึ้นเยอะเลยครับ ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเมนท์นะครับ confused smile

#13 By SkyKiD on 2008-10-28 19:40

ฆ่าทั้งพ่อทั้งลูก

อ้าวไม่ใช่sad smile
ตรงไหนครับคำหยาบ ฮา ฮา

ถ้างี้ไปอ่านบล็อคผมเนี่ยเรียกว่าหยาบกระจายสินะครับ sad smile


ชอบสิ่งที่ต้องการจะสื่อในวันนี้มากครับ


มอบดาว

Hot!

#15 By พงคุง on 2008-10-28 21:13

บทความนี้ดีจัง น่าเอาไปทำเป็นหนังสั้นจังเลยแฮะ

#16 By KennyHass on 2008-10-28 21:24

อืม บางทีการเป็นคนกรุงและสังคมก็บีบให้เราต้องทำอะไรรีบๆ

อีกอย่างตรงเวลาก็ดีกว่าสายจริงมั้ยคะ...


และบางครั้งเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ผ่านผู้คนก็ทำให้เรามองย้อนมาที่ตัวเองได้

เป็นบ่อยมากๆค่ะเวลาขึ้นรถบริการที่เป็นสาธารณะ เช่นรถเมล์ รถไฟฟ้า

ชอบมองคนผ่านการเดินทาง ถึงแม้จะแค่ไปโรงเรียนก็เหอะ
sad smile

#17 By เจน on 2008-10-28 21:43

ประทับใจครับ

ผมอ่านมานาน รู้สึกนะว่าคุณเป็นคนแคร์คนอ่านมากเลยอ่ะ big smile

#18 By -ratsder- on 2008-10-28 21:44

อือ

เหมือนเราใช้ชีวิตเร่งขึ้นทุกวันนะคะ


แต่ยอมรับเลยว่า
ชีวิตเรา เหมือนหนังเรื่อง sliding doors ค่ะ


พลาดหนึ่งวินาที ก็เท่ากับ พลาดไปเป็นวันHot!

#19 By cryingsmile on 2008-10-29 00:42

อืม เพิ่งเจอมาเมื่อตอนกลางวันง่ะ
อุตสาห์รีบแทบตาย มาติดแหงกตรงบันไดเลื่อนนี่หละ
ไม่ใช่แค่คนสองคน เป็นเทือกเลยง่ะ
เซ็งเป็ดจริงๆ...

#20 By take the road on 2008-10-29 06:01

ผมอ่านแล้วก็ได้แต่เคืองๆ บวกรู้สึกประหลาดๆ
เพราะเป็นผม เวลารีบๆ (หรือแม้แต่ไม่รีบ) แล้วเดินขึ้นบันไดเลื่อนด้วยอาการ "เดินเท้า" แล้วไปเจอใครยืนขวางอยู่
ถ้าเขาเป็นคนที่ไม่ได้ตาบอดหรืออะไร เขาก็จะหลบฉากให้โดยปริยายครับ

ยิ่งจากอาการที่ "วิ่ง" ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ย่อมสำนึกได้ว่า "รีบโว้ยย"
การตอบสนองของพ่อคนนั้น ถ้าเป็นผม ผมอาจจะมีแอบๆด่า หากเขาไม่มีเหตุจำเป็นเพียงพอ
หรือคนที่แออัดยัดทะนานบนบันไดเลื่อนไม่มากพอ

แถมยังมีการมาเหน็บเราอีกแน่ะว่า "ไม่ต้องรีบนะลูก"
หมั่นไส้.... 55+

#21 By nanoguy on 2008-10-29 08:19

ถ้ารีบจริงๆ จะสะกิดบอกขอทาง แต่ถ้าเวลานั้นคุณขอทางได้สำเร็จคงจะไม่มีโอกาสได้ยินสิ่งที่คุณพ่อพูด big smile

#22 By Lily Pixel on 2008-10-29 09:14

เคยดูหนังเรื่อง sliding door หรือเปล่าคะ ,

ชีวิตสองแบบ

ระหว่าง ขึ้นรถไฟฟ้าทัน กับไม่ทัน

....

บางที สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่โชคชะตาได้กำหนดไว้ ให้เป็นอย่างนั้น


(ว่าไปนั่น sad smile )

#23 By caffeineaddict on 2008-10-29 10:00


ผมเองก็มักจะเดือดร้อนบ่อยๆเพราะความปากหนักนี่แหละครับ..

#24 By :: KinG MoJi :: on 2008-10-29 11:31

เบื่อเหมือนกัน

#25 By all4teen on 2008-10-29 12:01

+1

#26 By ซูเนะโอะ on 2008-10-29 12:50

ช่วงรีบๆนี่ ขึ้นรถไฟฟ้าเกือบโดนประตูหนีบหลายครั้งแล้ว 555

#27 By mekabeam on 2008-10-29 12:56

ขอโทษค่ะ..ขอทางหน่อยค่ะ..

เอ..ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่านาทีนั้น..จะกล้าเอ่ยปากออกไปรึเปล่า..sad smile

แต่ไม่เป็นไร สายไป 5 นาที..กับสิ่งชดเชยที่ได้รับ..big smile
แล้วตกลงว่าวันนั้นสายมากไหมคะ? big smile

#29 By ファ-ン on 2008-10-29 14:03

ไม่ได้ว่านะครับ แต่อย่าว่าคนอื่นเลย
โทษตัวเราเองดีกว่าที่สายเอง

#30 By Junior on 2008-10-29 14:11

#23 ผมยังไม่เคยดูหนังเรื่อง Sliding door ครับ ^^'

#29 จำไม่ได้แล้วครับว่าสายมากมั้ย big smile

#30 ทราบครับ ^^' ที่จริงเวลาผมไปสายผมก็โทษตัวเองเสมอๆครับ แต่ในขณะที่กำลังรีบๆ ผมมักจะคิดถึงแต่ว่าจะทำยังไงให้ไปถึงให้เร็วที่สุดน่ะครับ โดยหลายๆครั้งมักจะไม่ได้สนใจว่าสิ่งรอบข้างจะเป็นเช่นไรบ้างน่ะครับ

#31 By SkyKiD on 2008-10-29 15:08

อารมณ์เดียวกัน

#32 By pangtode on 2008-10-29 15:11

เมืองนอกนี่เวลาเดินขึ้น เขาจะชิดข้างใดข้างหนึ่งครับ เขาจะแบ่งกันระหว่างคนเดินช้าและคนเดินเร็วครับ
สะดวกมากๆเลย เมืองไทยน่าจะทำบ้าง แต่ช่องคนเดินเร็วคงจะโล่งน่าดู question

#33 By ลอยกระทง on 2008-10-29 17:43

ผมอ่านแล้ว
มันเหมือนกับว่า
อย่าไปตึงกับมันเกินไป

#34 By robocon on 2008-10-29 17:47

เมื่อก่อนตอนเรียน รีบวิ่งไปขึ้นรถ แล้วแว่นตกเลนส์หลุดออกมา
แว่นพัง... ขึ้นรถไม่ทัน... อาย...

พักหลังนี่เลยต้องสงบสติหน่อย

#35 By ต้นหอม on 2008-10-29 18:12

ชอบมากประโยคนี้
"มึงไม่รีบแต่กูรีบโว้ย!!!"

นอกจากพวกไม่รีบแล้วยังมีพวกไม่ชิดขวาด้วย
ช่วงจังหวะคนแห่ลงบันไดกับคนแห่ขึ้นบันไดนี่เป็นอะไรที่...

สุดจะบรรยายangry smile

#36 By ลูกคนโตเอง on 2008-10-29 19:18

ส่วนนึงก็น่าจะมีความเกรงใจมั่งอ่ะนะคะsad smile
ปกติเวลาเราเดินหรือขึ้นบันไดก็มักจะสังเกตรอบๆข้างว่าเราไปขวางทางใครหรือเปล่าน่ะนะ..

ถ้าเกิดว่ารีบจริงๆขอทางเค้าก็ดีกว่านะค่ะ^^''
กำลังคิดว่าถ้าเป็นตัวเองจะทำไง.... ทิ้งเรื่องที่อ่านแล้วนึกถึงความเคยชินของตัวเอง.....

ขอทางด้วยค่ะ.... sad smile ( ติดปากนะ ไอ้คำนี้ ถ้าทางเลี่ยงไม่ได้ ถ้าทางเลี่ยงได้ก็เดินเลี่ยงไปเอง )

#38 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-10-29 20:08

เคยคิดค่ะ

เวลารีบๆ อ่ะนะ

จริง ๆ แล้วเราน่ะไม่ได้รีบ แต่สิ่งรอบตัวเราต่างหาก

ที่หมุนเร็ว เร่งให้เราหมุนตามไป

#39 By JokeKo on 2008-10-30 01:05

ก็ยังดีที่ได้คิด
เนอะๆๆๆๆ

#40 By 9sword on 2008-10-30 14:25

เอ็นทรี่นี้ถูกใจผมมากครับ
ผมเจอเหตุการณืแบบนี้บ่อยมากๆ
คือคนไทย ทำอะไรตามใจฉัน
ชิวๆ ไม่รีบร้อน
นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยไม่ค่อยก้าวหน้า
เพราะเรามัวแต่ยืนเฉยๆ หรือเดินช้าๆ ในขณะที่คนอื่นวิ่งกันแล้ว

คุรไม่ได้รีบจนแบบไร้เหตุผลครับ
แต่คนบางคนไม่รีบ ไม่แคร์ที่จะอยู่เฉยๆต่างหากครับ

#41 By มนุษย์กล่อง on 2008-10-30 19:50

thank

#42 By Ichigo on 2008-11-02 11:51

กำลังคิดว่า รีบแล้วทำไมไม่บอกเขาล่ะครับว่า "ขอโทษครับ ขอทางหน่อย" แล้วพยายามแทรกๆตัวไปนิดๆ มันก็สุภาพเพียงพอนะ
มาหงุดหงิดเพราะตัวเองปากหนัก+อารมณ์เร่งรีบของตัวเองฝ่ายเดียวแบบนี้ก็ไม่ถูกนัก แต่เอาล่ะ เทียบๆแล้วโด้ก็ยังสถุลน้อยกว่าผม เวลาผมเอาแต่ใจตัวเองสุดๆ (กร๊าก)

คนเรามักจะเอาอารมณ์กับสถานการณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยที่ไม่ได้มองให้กว้างว่า คนอื่นเขาก็มีอารมณ์และสถานการณ์ของเขาเหมือนกัน และเราก็ไม่มีสิทธิไปโทษเขา เว้นแต่เขาทำไม่ถูกไม่ควรจริงๆ

อือม์ แต่ในที่สุดมารโด้ก็กลับใจ big smile

ปล. ถ้าเจอมารอีวานจะสถุลกว่านี้หลายเท่าตัว

#43 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-11-03 00:01

โดนมากครับHot!

#44 By Nerd de Scriptorus on 2009-03-04 21:45