สรุปหนังไทยปี2551 ภาค1(หนังสั้น)
posted on 03 Jan 2009 04:07 by mahado in Moviesหมายเหตุ : หากใครไม่เห็นธีมเป็นสีฟ้า กรุณากด Ctrl+F5 เพื่อการแสดงผลที่ถูกต้องนะครับ
สวัสดีครับมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน...
หากย้อนกลับไปในเดือนมกราคมปีที่แล้ว ผมได้ทำสรุปภาพยนตร์ไทยปี2550ไว้ ซึ่งเป็นเอนทรี่แรกที่ผมได้ขึ้น Hot Post ในตอนนั้นผมยังเขียนรีวิวหนังไปไม่เยอะสักเท่าไหร่ แต่เอนทรี่นั้นก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากเดิมที่เคยมีคนเข้ามาอ่านแค่วันละ10-20คน(Page View) และคอมเมนท์ประมาณ 0-3คน (โดยมากจะ 0
) แต่เอนทรี่นั้นมีคนคอมเมนท์13คน และจนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆถึงขั้นมีคนเข้ามาอ่านและคอมเมนท์เป็นประจำ ก็น่าจะพูดได้ว่าส่วนนึงบล็อกผมแจ้งเกิดจากเอนทรี่นั้นล่ะครับ (จริงๆแล้วเอนทรี่นั้นพิมพ์เอามันส์ และค่อนข้างยาวมากๆ นึกว่าจะไม่มีคนอ่านด้วยซ้ำครับ ^^')
และนี่คือรายชื่อหนังไทยที่ผมได้ดูและจะนำมาสรุปไว้ในส่วนของสรุปหนังไทยปี2551ครับ (เรียงตามวันที่ดู เพราะนำมาจากไฟล์excelครับ อาจจะเรียงแปลกๆนิดหน่อย เพราะบางเรื่องผมดูแผ่นครับ)
1.กอด
2.ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น*
3.ดรีมทีม
4.สี่แพร่ง*
5.ช็อคโกแลต
6.รัก | สาม | เศร้า
7.นาค
8.โลงต่อตาย
9.บุญชู ไอเลิฟสระอู
10.เฟรนด์ชิพ
11.ปืนใหญ่ จอมสลัด
12.โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต
13.องค์บาก 2
14.ฝัน หวาน อาย จูบ*
15.Super แหบ แสบ สะบัด
16.Happy Birthday
17.Bitter Sweet : หวาน ขม*
(ที่มี* คือเป็นหนังสั้นหลายๆเรื่องรวมกัน ซึ่งผมจะกล่าวถึงในเอนทรี่นี้ครับ ส่วนที่เหลือซึ่งเป็นหนังปกติผมจะยกยอดไปไว้ในภาค2นะครับ)
เอาล่ะ เริ่มกันเลยดีกว่าครับ
เนื่องจากในปีนี้...มีหนังสั้นที่ฉายรวมกันเป็นหนังยาว1เรื่อง อยู่ถึง4เรื่องด้วยกัน ได้แก่ ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น , สี่แพร่ง , ฝันหวานอายจูบ และ หวานขม(Bitter Sweet)
ซึ่งหนังสั้นที่รวมอยู่ในแต่ละเรื่องก็มีทั้งผมชอบและไม่ชอบ นี่เป็นเหตุผลนึงที่ผมจะขอนำมาสรุปแยกกับหนังตามปกตินะครับ เพราะ โดยรวมแล้ว....ผมรู้สึกชอบหนังสั้นในระดับที่เป็น4เรื่องรวมในเรื่องเดียว มากกว่า หนังยาวๆ1เรื่องครับ เพราะมันกระชับกว่า แต่...การได้ดู Bitter Sweet ซึ่งเป็นหนังสั้น13เรื่อง รวมอยู่ในหนังเรื่องเดียว ทำให้ผมรู้ว่าหนังสั้นที่สั้นเกินไป ก็อาจจะเป็นแนวที่ผมยังไม่ค่อยชอบเช่นกัน
บางคนอาจจะบอกว่าการนำหนังสั้น4เรื่องมารวมเป็นหนังเรื่องเดียวนั้น เป็นวิธีทางการตลาด ยิ่งมีนักแสดง4ชุด ผู้กำกับ4คน จะยิ่งทำให้หนังขายได้ดีขึ้น แต่ผมกลับคิดว่านี่เป็นมิติใหม่ของวงการหนังไทย และเป็นทางออกให้กับบทที่เหมาะจะทำเป็นหนังที่ไม่ยาวจนเกินไปนัก(ยาวประมาณ30นาที) เพราะหนังที่มีเนื้อหาที่จะนำเสนอไม่มากนัก หากนำมายืด...บทสรุปก็อาจจะออกมาเป็นแบบ"โปรแกรมหน้า วิญญานอาฆาต" ซึ่งดูเยิ่นเย้อ ยืดยาด ทั้งๆที่หนังก็ไม่ได้ฉายยาวมากนัก แต่เนื้อเรื่องก็ไม่ได้เดินไปไหนเลย การนำหนัง4เรื่องมารวมกันก็มีข้อดีที่ทำให้พลอตเรื่องที่มีเนื้อหาที่จะเล่าไม่มากนัก มานำเสนอกับคนดูได้ผ่านทางโรงหนัง (ปกติไม่ค่อยเห็นหนังสั้นมาฉายในโรงทั่วไป แบบเรื่องเดียวเท่าไหร่นะครับ ถ้าไม่ใช่เทศกาล)
แต่ในขณะเดียวกัน...การทำหนังในลักษณะนี้ ก็จะทำให้เกิดช่องโหว่ของอรรถรสในการดูหนังได้มากเช่นเดียวกัน ถ้าโทนของหนังเป็นแบบสี่แพร่ง ซึ่งมีความต่อเนื่องและเป็นเนื้อเดียวกันของเนื้อหา ก็จะเป็นอะไรที่ดี แต่ในกรณีของฝันหวานอายจูบนั้น ผมคิดว่าหนังได้แยกจากกันมากจนเกินไป โดยเฉพาะความเศร้าในหวาน แล้วกระโดดไปยังฝัน ซึ่งเต็มไปด้วยความสดใสร่าเริง เป็นสิ่งที่ทำให้คนดูปรับอารมณ์ไม่ทันได้เหมือนกันครับ ถ้ามีกรณีที่หนังหลายๆแนวรวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน โดยไม่ใกล้เคียงกัน อาจจะดีที่เรื่องเดียวครบรส แต่ก็อาจจะไม่ดีที่ยังอินไม่ถึงที่สุด ก็ถูกเรื่องต่อไปมากระชากอารมณ์ไปแล้วน่ะครับ
ซึ่งการสรุปหนังไทยประเภทหนังสั้นของผมนั้น ปีนี้ผมได้ดูไปทั้งสิ้น4เรื่อง ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 25เรื่องย่อย(4คูณ3 บวกกับอีก13) ....แต่ผมคิดว่าในหวานขม 13 เรื่อง สั้นเกินกว่าอีก12เรื่องที่เหลือครับ เลยขอไม่นำมานับรวมกันก็แล้วกันครับ
แต่ใน13เรื่องของหวานขมนั้น ถ้าให้เลือกมาเรื่องที่ผมชอบมาพูดถึงเรื่องนึง ผมคงจะเลือก "เรื่องบ้าๆ" มาพูดถึงครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาว และเนื้อหาโดยรวมก็ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ที่ผมติดใจกับเรื่องนี้ เพราะผมไม่คิดว่าหนังที่นำเสนอเหตุการณ์ที่ดูเหมือนธรรมดาๆไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น จะสร้างความกดดันและหวาดระแวงให้กับผมได้อย่างมากขนาดนี้ครับ เป็นเวลาเกือบๆครึ่งนึงของหนังสั้นเรื่องนี้ ที่ผมอยู่ในสภาวะกดดันไปกับหนังเรื่องนี้ เพียงเพราะประโยคสั้นๆเพียงประโยคเดียว
ผมไม่แน่ใจว่า เป็นเจตนาของผู้กำกับหรือคนเขียนบทรึเปล่า ผมอาจจะคิดมากไปเอง แต่อย่างน้อยหนังสั้นเรื่องนี้ก็ได้ทำให้ผมรู้ว่า "คำพูด" เมื่อพูดออกมาแล้ว ก็จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างไป สำหรับเรื่องนี้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ไม่ได้เกิดกับตัวละครในเรื่องครับ แต่เป็นตัวผมเอง... ที่หวาดระแวงการกระทำของตัวละครในเรื่องแทบจะตลอดเวลาหลังจากที่คำพูดประโยคนึงหลุดออกมาจากในเรื่อง...
โดยรวมแล้ว Bitter Sweet หรือ หวานขม ยังมีอีกหลายตอนที่น่าสนใจและผมชอบ แต่เมื่อเทียบกับอีก12เรื่องจากหนัง3เรื่องที่เหลือแล้ว แต่ละตอนของBitter Sweetนั้น ค่อนข้างสั้น ซึ่งผมคิดว่านำมาเทียบกับตอนยาวๆขนาด30นาทีก็คงจะแปลกๆ เหมือนกับที่ผมไม่นำหนังสั้นในเอนทรี่นี้ไปเทียบกับหนังเรื่องอื่นๆน่ะครับ
และต่อไปจะเป็นหนังสั้นอีก12เรื่องที่เหลือ ผมจะขอเลือกมาเพียง6เรื่องที่ผมชอบที่สุดในปีนี้ก็แล้วกันนะครับ โดยอันดับของบางเรื่อง อาจจะอยู่อันดับเดียวกัน แต่ผมเขียนแยกเป็นคนละอันดับ จะได้ไม่งงจำนวนของเรื่องนะครับ
อันดับ 6 เหงา จาก สี่แพร่ง
นี่เป็นหนังผีที่ตามมาหลอนผมนานที่สุดในปีนี้ครับ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นผีตัวเป็นๆ นานมากนัก แต่หนังได้สร้างความทรงจำฝังใจเกี่ยวกับเสียงโทรศัพท์มือถือสั่นตอนกลางคืนให้กับผม ทำให้ผมระแวงมือถือไปอีกหลายอาทิตย์เลยล่ะครับ แม้ว่าความน่ากลัวตอนอยู่ในโรงจะไม่มาก(เพราะปิดมือถืออยู่ 555) แต่เมื่อกลับถึงบ้าน และนอนดึกๆแล้ว เรื่องนี้เพิ่มความหลอนมาอีกหลายเท่าตัวเลยล่ะครับ
ในเรื่องนี้ผมคิดว่า คุณเอ๋ มณีรัตน์ เล่นได้ดีมากๆในฉากที่ร้องไห้ครับ แม้ว่าคนค่อนโรงจะหัวเราะ แต่ผมคิดว่าเวลาคนกลัวมากๆ เสียงสะอื้นและร้องไห้น่าจะเป็นประมาณนั้นครับ ดังนั้นจึงเป็น1ในนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในปีนี้เลยล่ะครับ
อันดับ 5 เที่ยวบิน224 จาก สี่แพร่ง
ที่จริงแล้วผมให้เรื่องนี้อยู่ในอันดับเดียวกันกับเรื่องเหงาครับ เพราะน่ากลัวกันคนละแบบ เรื่องเหงา ฉายเป็นเรื่องแรกในสี่แพร่ง แต่ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับผม(สร้างแค่อาการหลอกหลอนตามมาอีกเป็นสัปดาห์) แต่เรื่อง Last Fright นี่สิครับ น่ากลัวของแท้ เป็นหนังผีที่มาหลอกกันซึ่งๆหน้า มากันให้เห็นตัวเป็นๆ สร้างความกลัวตอนที่ดูเลย ไม่ต้องรอให้ไปหลอนทีหลัง จนตอนออกจากโรงหัวใจผมยังเต้นแรงอยู่เลยครับ ผมคิดว่านี่เป็นหนังผีที่น่ากลัวมากๆเรื่องนึงเลยล่ะ
ในเรื่องนี้ผมคิดว่า คุณพลอย เฌอมาลย์ เล่นได้ดีเช่นเดียวกัน ถ้าไม่ใช่คุณพลอยเล่น หนังอาจจะไม่น่ากลัวขนาดนี้ก็เป็นได้ครับ เพราะฉะนั้นจึงเป็นอีก1ในนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมของปีนี้ล่ะครับ
อันดับ 4 ฝัน จาก ฝันหวานอายจูบ
นี่คือหนังที่มีคนไปดูแล้วด่ามากที่สุดเรื่องนึงเลยล่ะครับ แต่ผมกลับชอบหนังเรื่องนี้นะ สำหรับผมตอนออกจากโรงจนถึงการเขียนรีวิว ผมยังชอบเรื่องนี้น้อยกว่าเรื่อง"อาย" นะครับ
แต่... "ฝัน" เป็นเรื่องที่อยู่ติดหัวผมค่อนข้างนาน ด้วยความที่พลอตค่อนข้างแปลก ไม่เหมือนใคร และเป็นหนังที่ตลก ซึ่งหลายๆมุกไม่ว่าจะนึกย้อนไปกี่ทีก็ยังขำ โดยรวมแล้วนี่เป็นหนังสั้นที่มาแซงเอาโค้งสุดท้ายจริงๆ ส่วนนึงน่าจะเป็นเพราะหนังนำเสนอแหวกแนวกว่าหนังไทยเรื่องอื่นๆครับ แต่หนังเรื่องนี้ก็มีข้อเสียคือ ลายเส้นของการ์ตูนอนิเมชันไม่ค่อยสวยครับ
และในเรื่องนี้...ผมคิดว่านักแสดงเด็กทั้งสองคนในเรื่อง เป็นนักแสดงคู่ที่เข้าคู่กันได้น่ารักดีครับ ยกให้เป็นนักแสดงคู่ยอดเยี่ยมในปีนี้เลยครับ ส่วนเพลงจากหนังเรื่องนี้ผมชอบเพลง"หลับตา"ครับ
หมายเหตุ : เรื่อง"ฝัน"เป็นหนังไทยที่คนดูมีปฏิกิริยาต่อหนังแตกต่างกันมากที่สุดเรื่องนึงเลยล่ะครับ
อันดับ 3 รักเกินเอื้อม จาก ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น
จริงๆแล้วหนังเรื่องนี้ผมก็ให้อันดับเดียวกัน"ฝัน"นะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องของหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่คลั่งไคล้ดารามากๆ ซึ่ง...การชื่นชอบดาราของเธอนั้น ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาจีน และนั่นทำให้เกิดฉากซึ้งๆที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับผมในช่วงแรกได้ และเมื่อฉากนั้นดำเนินต่อไปสักพัก ผมก็น้ำตาซึมเลยทีเดียว เป็น1ในฉากประทับใจของปีนี้เลยล่ะครับ...
ในเรื่องนี้ผมคิดว่าโฟกัสเล่นได้ดีมากๆครับ ดังนั้นผมจึงให้เป็นอีก 1ในนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมของปีนี้เช่นเดียวกันครับ
และในส่วนของเพลงประกอบภาพยนตร์ ผมคิดว่าเพลง "เติ่งไต้เจอะหนี่" และ "รอเธอหันมา"เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยมของปีนี้เลยครับ (เพลงเดียวกัน แต่เนื้อร้องเป็นภาษาไทยกับภาษาจีน)
อันดับ 2 หวาน จาก ฝันหวานอายจูบ
เป็นหนังสั้นที่ทำให้ผมเศร้าน้ำตาซึมได้มากที่สุดในปีนี้เลยล่ะครับ แม้จะเป็นหนังสั้นที่บทยังมีจุดบกพร่องอยู่หลายๆจุด หลายๆประเด็น แต่หนังเรื่องนี้ก็ได้นำเสนอแง่คิดที่ผมชอบมากๆครับ นับว่าการทำหนังรักของคุณปรัชญา ปิ่นแก้ว เป็นอะไรที่ออกมาดีเหนือความคาดหมายของผมมากๆเลยล่ะครับ
เรื่องนี้ผมคิดว่าเล่นดีทั้งนักแสดงนำชายและหญิงครับ นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม คุณชาคริต และ นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม คุณนุ๊ก สุทธิดา ครับ
อันดับ 1 คนกลาง จาก สี่แพร่ง
นี่คือหนังสั้นที่ผมชอบที่สุด และถ้าจะนับแบบไม่แบ่งว่าเป็นหนังสั้นหนังยาวแล้ว นี่เป็นหนังไทยที่ผมชอบที่สุดในปี2551เลยครับ เพราะหนังได้สร้างความเฮฮา ตลก สนุก พร้อมๆกับความน่ากลัวไปในเวลาเดียวกัน หลายๆฉาก ผมไม่รู้ว่าผมจะขำก่อน หรือ กลัวก่อนดี นอกจากนี้มุกตลกที่นำมาใช้ หลายมุกก็เรียกได้ว่า "กล้าเล่น" เพราะเสี่ยงต่อการโดนด่าอย่างยิ่งยวดเลยล่ะครับ
เรื่องนี้ผมคิดว่าจังหวะของหนังลงตัวทั้งการปล่อยมุกและการทำให้กลัว เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า คุณบรรจง ปิสัญธนะกูล เป็นผู้กำกับยอดเยี่ยมในปีนี้ครับ และในส่วนของการแสดงนั้น ผมคิดว่านักแสดงกลุ่มที่เล่นในเรื่องคนกลางนี้ เป็นนักแสดงกลุ่มยอดเยี่ยมครับ เพราะเล่นเข้าจังหวะกันได้ดีมากๆเช่นเดียวกัน
หมายเหตุ : คำว่า"ยอดเยี่ยม" ในเอนทรี่นี้นับเฉพาะของภาพยนตร์สั้นแบบ4in1ของไทยที่ผมได้ดูนะครับ ^^ (เดี๋ยวมีของภาพยนตร์แบบยาวอีก)
โดยภาพรวมแล้ว 6 อันดับแรก มีเรื่องสี่แพร่งไปแล้ว3เรื่อง สี่แพร่งจึงเป็นหนังไทยที่ผมชอบที่สุดในปีนี้ (หากนับรวมหนังไทยทั้งหมดในปีนี้นะครับ) แต่ในตอน"ยันต์สั่งตาย"นั้น ทำออกมาไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ครับ หลังจากกลับไปดูอีกครั้ง ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
ในทางกลับกัน ฝันหวานอายจูบ กลับเป็นหนังที่ผมชอบทุกตอนครับ เพียงแต่หนังไม่มีความเป็นเอกภาพเลย ทำให้ผมคิดว่าภาพรวมของความเป็นหนังยาว1เรื่อง สี่แพร่งยังนำฝันหวานอายจูบอยู่นิดหน่อย ตรงที่เนื้อเรื่องเป็นไปในโทนเดียวกัน ไม่เกิดการปรับอารมณ์ตามหนังไม่ทันครับ แต่ยังไงก็ยังเป็น1ใน5หนังไทยที่ผมชอบที่สุดในปีนี้นะครับ
ส่วนหนังสั้นเรื่องอื่นๆที่ผมชอบแต่ยังไม่ติด1ใน6 ก็จะยังมี "อาย" จาก ฝันหวานอายจูบ และ "รักข้างเดียว" จาก ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่นครับ ซึ่งถ้านำมานับรวมด้วยก็จะเป็นการประกาศเกินครึ่งนึงของทั้งหมดที่มีไปเลยไม่นำมาเขียนถึงยาวๆครับ ซึ่งตาลจากเรื่อง"อาย" ก็เล่นได้ดีเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ก็เป็นอีกคนที่ผมคิดว่าเป็น 1ในนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมครับ
เนื่องจากเอนทรี่นี้ค่อนข้างยาว... สำหรับหนังไทยที่ไม่จัดว่าเป็นหนังสั้น ผมจะยกยอดไปไว้ในภาคสองนะครับ ส่วนหนังต่างประเทศ ก็จะสรุปเป็นอีกเอนทรี่ที่ต่อจากหนังไทยอีกทีครับ
และนี่คือรายชื่อหนังที่ผมจะนำไปสรุปในเอนทรี่หน้าครับ (ตัดหนังที่เป็นหนังรวมหนังสั้นไป)
1.กอด
2.ดรีมทีม
3.ช็อคโกแลต
4.รัก | สาม | เศร้า
5.นาค
6.โลงต่อตาย
7.บุญชู ไอเลิฟสระอู
8.เฟรนด์ชิพ
9.ปืนใหญ่ จอมสลัด
10.โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต
11.องค์บาก 2
12.Super แหบ แสบ สะบัด
13.Happy Birthday
อาจจะกล่าวถึงไม่ครบทุกเรื่อง แต่คงนำเรื่องที่เด่นๆจากใน13เรื่องนี้มาพูดถึงแน่นอนครับ
สรุปหนังไทยปี2551 ภาค2 ที่นี่ ครับ

)
อย่าบอกนะครับว่าดูในโรง
นักแสดงหญิงเจ๋งๆ ปีนี้เยอะทีเดียว ในขณะที่นักแสดงชายเงียบเหงามั่กๆ - -
แต่รู้สึกว่าตอน "หวาน" ชาคริตกับนุกยังเล่นไม่ถึงทั้งคู่เลย เสียดายอยู่เหมือนกัน
(โดยเฉพาะ ชาคริต ที่ผมว่าเล่นไม่ต่างจาก ชาคริต ในโหมดปกติเท่าไหร่)
#1 By nanoguy on 2009-01-03 05:14