Sky In Tokyo : [Day1 Part2] Asakusa+Akihabara

posted on 23 May 2009 21:00 by mahado  in SkyInTokyo

สวัสดีครับมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน วันนี้ผมกลับมาเขียนซีรีย์ Sky In Tokyo ต่อแล้วครับ

 

หากใครพลาดตอนที่แล้วไปสามารถติดตามได้จากลิงค์นี้ครับ

Sky In Tokyo : [Day1Part1] Ueno

 

จากควายเดิมตัวที่แล้ว เอ้ย ความเดิมตอนที่แล้ว ผมก็ได้แยกกับลุงญี่ปุ่นแล้วครับ โดยลุงญี่ปุ่นก็บอกให้ผมกับน้าพักให้มากๆ เพราะเดินทางมาตั้งแต่ตอนกลางคืน น่าจะเหนื่อยมาก วันแรกคงไม่ได้ไปไหนเท่าไหร่...

 

แต่ผมกับน้าไม่ได้คิดแบบนั้นครับ เพราะผมวางโปรแกรมการเที่ยวโตเกียวในวันแรกไว้เรียบร้อยแล้วครับ โดยแผนของวันแรกคือเที่ยวย่านที่ใกล้กับ UENOก่อน เพื่อให้ปรับตัวให้คุ้นกับการเดินทางครับ และเมื่อไม่มีลุงญี่ปุ่นแล้ว คราวนี้สองน้าหลานก็ต้องผจญภัยในโตเกียวกันเอง โดยที่ทั้งสองคนไม่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้เลย

(พูดได้แค่... โอฮาโยะ คอนนิจิวะ คมบังวะ ซาโยนาระ อาริกาโตะ และ อิระไซมาเซ <<ซึ่งอันหลังคงไม่ได้ใช้..- -'')

 

พอได้นั่งพักขาในโรงแรมหลังจากเดินสวนอุเอโนะแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินทางต่อครับ ถ้าผมจำไม่ผิดจะเป็นเวลาเกือบๆบ่าย2โมง ซึ่งตามกำหนดการเดิม ผมยังไม่ได้เวลาเช็คอินเลยครับ เพราะที่โรงแรมใจดี ผมเลยสามารถไปเที่ยวได้ยาวโดยไม่ต้องห่วงว่าจะกลับมาเช็คอินไม่ทันอีก

 

เมื่อออกจากโรงแรมผมก็พบกับรถเมล์ญี่ปุ่นครับ สีสวยมาก โดยเฉพาะเมื่อนำมาเทียบกับรถเมล์บ้านเราซึ่งใช้มาไม่รู้กี่ปีแล้ว... (แต่ก็แสดงให้เห็นว่าบ้านเราประหยัดและใช้ทรัพยากรที่มีจนหยดสุดท้าย)

Photobucket

 

เนื่องจากผมไม่ได้ซื้อตั๋ว JR Rail Pass เหมือนที่หลายๆคนนิยมทำกัน ทำให้การเดินทางของผมส่วนใหญ่ใช้รถไฟใต้ดินครับ (Metro Line) ถ้ามีโอกาสผมจะมีแจ้งรายละเอียดอีกที แต่ผมขอเกริ่นนำไว้ก่อนว่าวิธีนี้ค่อนข้างประหยัด ถ้าไม่ได้เดินทางไปไกลจากโตเกียวมากนักครับ

 

และนี่คือตั๋วของรถไฟของญี่ปุ่นครับ นี่เป็นใบแรกที่ผมใช้เดินทางในญี่ปุ่นเลย ตัวหนังสือภาษาญี่ปุ่นที่อยู่หน้าตัวเลข160นั่น มันคือ อุเอโนะครับ (ผมไม่รู้ว่าอ่านว่าอะไร แต่ตัวหนังสือ2ตัวนี้คืออุเอโนะ โชคดีที่ผมรู้ภาษาจีนนิดหน่อยเลยจำง่ายขึ้นครับ)

Photobucket

หลังจากนั้นผมก็ขึ้นรถไฟไป และหลังจากออกจากสถานีมาด้วยความงงๆนิดหน่อย ก็เดินไปถามทางคนอีกสักเล็กน้อย ก็พบว่าเดินตรงมาเรื่อยๆเดี๋ยวก็เจอวัดโคมแดงเองครับ ^^

 

และแล้วผมก็มาถึง หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น

Photobucket

 

ให้เห็นโคมกันชัดๆ

 

Photobucket

ก่อนเดินเข้าไปถึงตัววัดด้านในจะมีถนนให้เลือกซื้อของกิน และของที่ระลึกครับ ซึ่งผมก็ได้ติดไม้ติดมือกลับมานิดหน่อย เพราะยังไม่ชินกับค่าเงินเท่าไหร่ครับ(รู้สึกว่าของทุกอย่างแพงไปหมด)

Photobucket


ที่จริงผมถ่ายมาหลายภาพ แต่กลัวเนื้อหาจะยืดเยื้อเกินไปน่ะครับ ขอรวบรัดนิดนึงนะครับ... เมื่อเดินต่อมาเรื่อยๆ เราก็จะพบกับประตูอีกประตูนึงครับ ซึ่งตรงนี้2ข้างทางจะเริ่มเน้นไปที่ของกินครับ

Photobucket

Photobucket


ภาพด้านล่างนี้เป็นเหมือนผลไม้ชุบกับอะไรซักอย่างที่มันใสๆครับ << เดาเอาเองว่าเป็นน้ำเชื่อม จากนั้นก็วางบนน้ำแข็งครับ รสชาติคงจะหวานๆและสดชื่นน่าดู แต่ผมไม่ได้ทานนะครับ  (มัวแต่เพลิดเพลินตลอดทาง กว่าจะเดินเข้ามาถึงด้านในก็กินเวลาไปเยอะแล้วล่ะครับ)

ซึ่งจากป้ายจะเห็นได้ว่ามีเขียนว่า 200เยน แต่ถ้ามองทางด้านขวาสุดจะเห็นกล่องสีฟ้าอมเขียว อันนั้นเหมือนคนขายจะให้เล่นเกมครับ ซึ่ง200เยนคงจะเล่นได้1ครั้ง และอาจจะได้ขนมมากกว่า1ชิ้น

Photobucket

เห็นแล้วทำให้นึกถึงขนมโรตีสายไหมที่ขายหน้าโรงเรียนสมัยก่อนเลยล่ะครับ ที่หยอดเหรียญแล้วอาจจะได้กิน 1-5อัน นอกจากนี้ยังอาจจะได้รถแข่งทามิย่า เป็นรางวัลแทนอีก

 

(ที่พูดๆไปนี่...บ่งบอกอายุอย่างรุนแรง )


 

อันนี้เป็นโคมที่อยู่ด้านข้างๆของโคมแดงครับ

Photobucket

Photobucket

 

ถ่ายย้อนกลับไปจากประตูแรกที่ผ่านมาครับ แทบจะมองไม่เห็นประตูเลย
Photobucket

และภาพนี้เป็น1ในภาพที่ผมชอบมากๆของทริปนี้ครับ ได้บรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นดี และถ่ายเห็นท้องฟ้าด้วย ตอนแรกคิดว่าจะเอามาทำ Head Blog แต่ถ้าเอามาใช้ก็ต้องใช้ความสูงเท่านี้ด้วย ผมเลยไม่ใช้ครับ เดี๋ยวจะโหลดโหด(ลองCropแล้วรู้สึกไม่สวย)

Photobucket

ถ่ายทางเข้าอีกสักที

Photobucket


Photobucket

รูปปั้นเทพสององค์ที่อยู่ตรงประตูทางเข้าครับ

Photobucket

Photobucket


ตรงนี้ยังอยู่นอกประตูเหมือนกันครับ ช่วงนี้มีเวลาถ่ายรูปเยอะ เพราะรอคุณน้าไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งเดินไปไกลมากครับ

Photobucket

ป้ายที่เขียนคำอธิษฐานครับ

Photobucket
 

พระพุทธรูปในระแวกนั้น

Photobucket

Photobucket


และผมก็พบมุมถ่ายภาพสวยๆในบริเวณนั้นครับ

Photobucket

Photobucket


ถ่ายจนหนำใจเลยครับ แต่เอามาให้ดูแค่2ภาพ เพราะเกรงว่าจะโหลดโหดจนเกินไป จากนั้นผมก็เดินเข้ามาด้านในครับ ซึ่งเจดีย์เมื่อครู่ เห็นด้านข้างๆ ตอนนี้เป็นแบบตรงๆบ้างครับ

Photobucket
(ถ่ายมาหลายภาพอีกเช่นกัน แต่ขอลงภาพเดียวครับ)


ถ่ายกลับมาที่ประตูทางออก

Photobucket

Photobucket

 


ตรงนี้เป็นที่ที่ให้ล้างมือล้างปากครับ

Photobucket

 

ในวัด....

Photobucket

 

ถ่ายกลับมาที่ประตู

Photobucket

จะเห็นว่าผมพยายามหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพวัดด้านในให้เห็นชัดๆมา หลังจากที่บอกว่าเดินเข้าประตูครับ  และนี่คือสาเหตุครับ....

Photobucket

น่าเสียดายมาก  (เข้าไปด้านในได้ แต่ด้านนอกกำลังปรับปรุงอยู่) ซึ่งตอนแรกผมจะไม่ถ่ายแล้วล่ะครับ แต่อีกที ถ่ายไว้เป็นที่ระทึก เอ้ย ระลึก ซะหน่อยก็ดี ว่าตอนที่ผมมากำลังปรับปรุงอยู่

 

อันนี้เป็นอีกฝั่งนึงครับ(ตรงข้ามกับเจดีย์)

Photobucket

Photobucket

 

ที่จริงผมมีแวะทานขนมร้านแถวๆนั้นด้วยเห็นคนต่อคิวเยอะมาก แต่ไม่ได้ถ่ายภาพขนมมาครับ ....

เนื่องจากช่วงวันแรกๆยังลืมนึกไปว่าควรจะรีวิวให้เห็นหน้าตาของของกินด้วย ต้องขออภัยมณี สินสมุทร สุดสาคร มา ณ ที่นี้ด้วย (ลากต่ออีกนิดคงมาทั้งเรื่อง) 

เริ่มค่ำแล้วครับ เพราะเถลไถลอยู่กับตรงนี้มากไปหน่อย จะเห็นด้านว่าร้านต่างๆเริ่มเปิดไฟแล้ว

Photobucket

Photobucket

 

และนี่ประตูเทวรูปที่อยู่หน้าประตูแรกสุดครับ ตอนเดินเข้ามารอบแรกคนแน่นมาก ผมเลยลืมถ่าย ได้มาถ่ายรูปตอนจะกลับครับ

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

 

จากนั้นผมกับน้าก็เดินข้ามถนนมาซื้อบัตรโทรศัพท์ที่ร้านสะดวกซื้อร้านนี้ครับ (จะเห็นว่ามีโฆษณาโคนานด้วย<< โคนานเพราะมันไม่จบซะที)

Photobucket

หลังจากซื้อเสร็จผมกับน้า ก็วุ่นวายอยู่กับวิธีการใช้พักใหญ่ๆเลยล่ะครับ นับว่ายังโชคดีที่ศูนย์บริการข้อมูลของย่านAsakusa อยู่ระแวกนั้นพอดี เลยหาที่โทรศัพท์ได้ในศูนย์ พร้อมกับมีคนบอกวิธีใช้โทรศัพท์ครับ

 

โดยคนที่แนะนำวิธีการใช้เป็นคนญี่ปุ่น และเขาได้บอกว่ามีเพื่อนเป็นคนไทยเยอะมาก เลยพอพูดไทยได้นิดหน่อยด้วยครับ (แต่พวกเราคุยภาษาอังกฤษกับเขานะครับ)

 

หลังจากนั้นก็เดินออกมาครับ และพบว่ามีคนมารอต้อนรับผมกันเพียบ(มุกคุ้นๆมั้ยครับ << ยืมมุกคุณเด็กวัดจัง จอมทะเล้นมา คงไม่ว่ากันนะครับ 555) ซึ่งทุกคนมองไปที่เดียวกันครับ

 

ไม่ใช่มองผมครับ แต่เป็นสิ่งที่อยู่ข้างบนครับ ผมจึงมองบ้าง และพบกับสิ่งนี้ !!

Photobucket

เห็นแบบนี้...ไม่ใช่แค่หุ่นหรือรูปปั้นธรรมดานะครับ แต่เหมือนเป็นหุ่นขบวนแห่อะไรสักอย่างซึ่งขยับไปมาได้ มีเสียงเพลงด้วย  ผมว่าสวยมากๆเลยล่ะครับ

 

หลังจากเพลิดเพลินได้สักระยะ ก็ได้เวลาเดินทางต่อครับ ซึ่งผมลังเลระหว่างหาของกินแล้วกลับโรงแรม กับไปอากิฮาบาระต่อ และแน่นอนว่าผมเลือกจะไปต่อครับ

 

ก่อนเดินทางออกจากAsakusa ขออีกสักภาพแล้วกัน

Photobucket

 

และจากคำแนะนำของศูนย์ท่องเที่ยว ทำให้ผมเปลี่ยนแผนนิดหน่อยครับ คือจากเดิมที่ต้องลงสถานีอากิฮาบาระ ก็ไปลงที่อีกสถานีนึงแทน(จำชื่อไม่ได้แล้วครับ) แล้วใช้วิธีเดินเอาครับ เพราะไม่ต้องต่อรถ และเหมือนกับว่าเริ่มจากปลายๆทางของอากิฮาบาระ แล้วเดินเข้าตรงกลางน่ะครับ(ปกติถ้าลงตรงป้าย มันจะโผล่กลางอากิฮาบาระเลย)

สาเหตุที่ไม่ลงตรงป้ายก็เพราะ Akihabara มี JR ผ่านอย่างเดียว ส่วน Asakusa มี Metroอย่างเดียว ถ้าต่อรถจะเปลืองครับ (แต่UENO มีทั้งสองอย่าง แถมยังมี Keiseiกลับสนามบินด้วย นับว่าคิดถูกที่เลือกพักที่ UENO)

 

ต่อจากนี้จะเป็นการสาดรูปจำนวนนิดหน่อยครับ...

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

 

ผมกับน้าก็เดินในอากิฮาบาระกันเรื่อยเปื่อยครับ ผมแวะร้านขายของเกี่ยวกับการ์ตูนเป็นระยะๆ ทำให้น้าผมเซ็งมาก และย่านนี้ส่วนมากจะเป็นการ์ตูนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าครับ ซึ่งน้าผมไม่ได้สนใจทั้งสองอย่าง เลยจบลงที่การรีบหาของกินและรีบกลับครับ

 

และเพราะตอนนั้นหิวมากเลยเขมือบด่วน ทำให้ไม่มีภาพครับ แต่ผมจำได้ว่าเป็นข้าวแกงกะหรี่บนห้างที่ดังๆของย่านนั้น(อาจจะมีภาพมาให้ดูในภายหลัง) ซึ่งหนังสือแนะนำมาครับ .....แต่ขอบอกว่าแพงปวดไส้ติ่งมาก ไว้ผมจะมาเขียนถึงอีกที เกี่ยวกับหนังสือที่ผมใช้เป็นข้อมูลในการเดินทางครั้งนี้ ซึ่งผมคงจะมีอะไรให้บ่นเพียบครับ....

 

และจากที่เคยได้ยินมา การสั่งอาหารจะสามารถเลือกขนาดได้ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันต่างกันแค่ไหน ด้วยความหิวจัดเลยลองสั่งข้าวแกงกะหรี่หมูทอดขนาดกลางครับ (ถ้าจำไม่ผิดจะมี 80g 120g 160gครับ ผมสั่ง120) ซึ่งถ้าเดาไม่ผิด 120g อาจจะเป็นปริมาณข้าวครับ เพราะตอนมาเสิร์ฟนี่ จานใหญ่มากๆ โอโมริเลยตรู  (ได้ข่าวว่าโอโมรินี่ขนาดใหญ่ แต่สั่งแค่ขนาดกลาง)


ผมเคยอ่านจากบล็อกพี่พงคุง(เจ้าเก่า) ...หลังๆพาดพิงบ่อย แต่เขียนเรื่องญี่ปุ่น จะไม่พาดพิงก็กะไรอยู่ ...พี่เค้าเคยเปรียบเปรยไว้ว่าถ้าสั่งโอโมรินี่คือหิวจัดขนาดรับประทานกระบือได้ทั้งตัว แต่ถ้าสั่งเมกกะก็หิวจัดขนาดรับประทานกระบือได้2ตัว ....ตอนนั้นผมคิดว่าเป็นแค่ลีลาและสำนวนของพี่พงคุงเอาขำๆครับ....

 

แต่วันนั้นเองด้วยสภาพหิวจัด ผมสั่งขนาดกลาง(เพราะถ้าขนาดใหญ่ราคาจะแพงมาก) ตอนที่สั่งผมคิดว่าจานนั้นมันคงจะไม่ทำให้พยาธิในท้องของผมอิ่มได้หรอกครับ ไว้ไปหาของกินแถวๆUENOต่อ....

 

แต่พอได้ลองกินจริงๆแล้ว....จุกสุดๆ และเข็ดเลยครับ ถ้าจำไม่ผิดข้าวจะเหลือด้วย(ปกติผมไม่เคยทานเหลือ ...โดยเฉพาะจานแรก) นี่แค่จานกลาง....ถ้าโอโมริกับเมกกะ ใครกินคนเดียวได้หมดนี่อาจจะต้องหิวมากขนาดรับประทานกระบือกันได้จริงๆเลยล่ะครับ  (ตอนอ่านเอนทรี่นู้น....คิดเล่นๆว่าโอโมริคงชิวๆ เพราะผมเป็นคนกินจุครับ)

 

<หากมีคนกินได้หมดจริงๆก็ขออภัยมณี ศรีสุวรรณด้วยนะครับ ผมแซวเล่นขำๆ อย่าโกรธกันนะ 555> 

 

และนี่เป็นตั๋วเดินทางกลับครับ

Photobucket


และแล้วเราก็กลับถึงอุเอโนะโดยสวัสดิภาพ นาฬิกาบอกเวลา2ทุ่มครึ่งพอดีเลยล่ะครับ ซึ่งการเดินทางในวันแรกก็หมดลงแต่เพียงเท่านี้ครับ

Photobucket

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย : OIOI เป็นห้างที่มีชื่อว่า มารุอิ หรือบางคนอาจจะอ่านว่ามารุย (Marui) นะครับ... ไม่ได้อ่านว่า โออิโออิ ....อย่าไปเปิ่นเหมือนผมกันนะครับ ข้อมูลนี้ได้มาจากลุงญี่ปุ่น ที่บอกผมว่าห้างนี้ไม่ได้อ่านว่าโออิโออิ แต่อ่านว่ามารุอิ

 

ส่วนที่มาของการอ่านแบบนี้ หลังจากได้กลับมาคุยกับพี่พงคุง(อีกแล้ว) พบว่า Maru แปลว่าวงกลมครับ เพราะฉะนั้นที่เห็นตัว O น่าจะหมายถึงวงกลมครับ

 

ภาพสุดท้ายนี่แถมครับ :

ในคืนวันแรกที่ญี่ปุ่น....ผมเปิดทีวีไปเจอการ์ตูนเรื่องนึง ให้ทายกันเล่นๆครับ ว่าภาพต่อไปนี้มาจากการ์ตูนเรื่องอะไร?? ใบ้ให้ว่าวันนั้นเป็นวันแรกที่ฉายการ์ตูนเรื่องนี้เลยล่ะครับ...และเชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จักครับ

<Edit ใบ้เพิ่มอีกนิด ...เป็นวันแรกที่ฉาย แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับการ์ตูนเรื่องนี้ครับ >

Photobucket

ยังไม่แน่ใจว่าจะเฉลยเอนทรี่หน้า หรือ เฉลยในเอนทรี่ที่เป็นซีรีย์ Sky In Tokyoตอนต่อไปนะครับ

(จริงๆแล้วเจตนาจะถ่ายชอตก่อนหน้านั้น...แต่กล้องมันเก็บภาพไม่ทัน เลยได้ชอตนี้ซึ่งเหมาะกับการเป็นปริศนามาแทน  แต่ภาพเฉลยรับรองว่าเห็นชัดแน่นอนครับ) 

 

สำหรับเอนทรี่นี้ผมยังไม่มีของรางวัลใดๆแจกให้กับคนที่ตอบถูกครับ ถือว่าทดลองเล่นดูก่อน แต่ในเอนทรี่ถัดๆไปของซีรีย์ Sky In Tokyo ผมอาจจะมีของฝากจากญี่ปุ่นเล็กๆน้อยๆมาแจกเป็นครั้งคราวครับ (หรือไม่ก็อาจจะรอถามและแจกรวบยอดทีเดียว เช่น เป็นเอนทรี่คำถามตอนจบซีรีย์ Sky In Tokyoครับ)

 

นอกจากคำถามให้ทายกันเล่นๆด้านบน ผมอยากจะถามคุณผู้อ่านทั้งหลายที่ติดตามบล็อกนี้อีกสักเล็กน้อยครับ

 

ในอนาคตอันใกล้นี้...ในซีรีย์Sky In Tokyoจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับ Odaiba ครับ ....ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผมกินลมชมวิวไปนานมาก ถ่ายภาพมาหลายร้อยภาพ...(ถ้าจำไม่ผิดจะมากกว่า500ภาพครับ) ซึ่งหลังจากคัดเลือกรูปแล้ว จะอยู่ที่ประมาณ200กว่าภาพ ซึ่งอาจจะต้องตัดลงไปอีก...

 

ผมเลยอยากจะถามว่า ท่านผู้อ่านทั้งหลายอยากให้ผมปล่อยภาพโอไดบะเยอะหน่อย แล้วยืดเรื่องSky In Tokyoออกไปอีกนิด หรือ...อยากให้ผมนำเสนอเฉพาะจุดสำคัญๆในโอไดบะ แล้วตัดรายละเอียดปลีกย่อยทิ้งไปครับ

(ผมอัพได้ทั้งสองแบบครับ เพราะถ้าเขียนโอไดบะนาน เรื่องอื่นๆก็ยืดต่อไปได้อีกครับ เพราะถ้าเขียนโอไดบะน้อยก็เกรงว่าจะอ่านกันไม่จุใจ แต่ถ้าเขียนยาวไป อาจจะเบื่อกันก่อนน่ะครับ)

ซึ่งเท่าที่ผมคัดภาพมา รู้สึกว่าจะมีอีกวันที่ผมมีภาพเยอะพอๆกับวันที่ไปโอไดบะครับ ผมอาจจะใช้เกณฑ์เดียวกันกับโอไดบะนะครับ(และมันจะยิ่งยาวเข้าไปอีก)

 

หมายเหตุ : ลิมิตการลงรูปของผมต่อเอนทรี่ จะพยายามไม่ให้เกิน60-70ภาพครับ อย่างเอนทรี่นี้มีเกือบๆ 50ภาพ(เตรียมไว้50กว่าๆ แต่ตัดเฉลยของคำถามทิ้งไปก่อนน่ะครับ) ผมคิดว่าแค่นี้ก็น่าจะโหลดโหดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะเอา200กว่าภาพลง อย่างน้อยก็ต้อง3เอนทรี่ครับ (ซึ่งผมไม่ต้องกลัวจะไม่มีเรื่องให้อัพไปอีกนาน )

 

ปล. ควันหลงจากเอนทรี่ที่แล้ว ..เรื่องของดาวทูโทนมีภาคต่อแน่นอนครับ

 

สำหรับ Sky In Tokyo : [Day1] ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับการทดลองเล่นเกมทายภาพขำๆ และ

ขอบคุณสำหรับการตอบคำถามที่เป็นแนวทางในการเขียน Sky In Tokyo ตอนต่อๆไปครับ

 

 

...To be continued...

 

แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้า

 

สวัสดีครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นแล้วอยากไปมั่งจังเลย

ว่าแต่ การ์ตูนนั่นเรื่องอะไรหรอ sad smile ผมไม่รู้จักอ่ะ

#1 By NOT_KUNG on 2009-05-23 23:16

เอ็นทรี่นี้ยาววววววววววววววววววววว

น่าเที่ยวเนอะ รูปสวยยย confused smile

#2 By six on 2009-05-23 23:40

น่าไปสักครั้งจริงๆ วุ๊ย..
การ์ตูนเดาไม่ถูกแฮะsad smile

#3 By wesong on 2009-05-24 00:04

อ่านแล้วอยากไปญี่ปุ่นจังquestion

ส่วนเรื่องโอไดบะผมว่าเน้นจุดสำคัญๆพอล่ะมั้ง ถ้ามาเป็น100ภาพชะรอยเนตผมจะโหลดไม่ขึ้น(เนตเต่ามาก)sad smile
อูววว
น่าไป
แต่คนเยอะมากเลยแฮะคับย ==""

ข้าวนีอารมเดียวกับเกาหลีเลยคับ
ซื้อตั๋ว สั่งอาหาร แล้วกฺ้กินไม่หมด = ="


กาตูน โปเกมอนมั้งคับ
ผมจำท้องฟ้าในเรือ่งโปเกอนได้.. มันสีฟ้าอย่างงั้นเลย..<--เพ้อละ

#5 By sage_nu on 2009-05-24 08:49

ญึ่ปุ่นน่าไปจริงๆ

#6 By เจน on 2009-05-24 10:11

สาดรูปเยอะๆเลยครับ
ชอบดูรูปอยู่แล้ว *-*

#7 By Aelita~[-X-]~ on 2009-05-24 13:18

ไม่
ไม่
ไม่
.
.
ไม่อยากอยู่นิ่งๆ อีกต่อไป
มุ่งมั่นปั้น proposal ส่งไปญี่ปุ่นโดยไว
.
ไม่ไหวแล้ววว..น้ำลายไหล อยากไปใจจะขาด

#8 By ArchmaniaC on 2009-05-24 14:42

โตเกียวยามค่ำคืน แสงสีงามจริงๆ..
เกม อนิเมะ เยอะมากมาย เคยไปแล้วครั้งนึง

เด็กญี่ปุ่นน่ารัก
โหยเสียดายยยยยย
ย่านอากิฮาบาระถ้าเดินที่ๆคงได้เห็นอะไรแปลกๆเยอะเลยละครับconfused smile

#10 By Nerd de Scriptorus on 2009-05-24 17:23

ยิ่งอ่านยิ่งอยากไปญี่ปุ่นมากขึ้นเลย

ที่ถามไว้ อืม เรย์ชอบแบบยืดๆนะ เพราะมันจะได้รู้จึกญี่ปุ่นมากขึ้น แต่ก็แอบสงสารคนเนตช้าด้วย 200 ภาพจะโหลดโหดมาก sad smile

อนิเมเรื่องนั้น...โปเกมอนรึป่าว รู้สึกคุ้นๆอย่างบอกไม่ถูกsad smile

#11 By Silver_Moony on 2009-05-24 18:37

อาซาึคุสะคนเยอะมากกกกกกกกก

แต่ไปตอนนี้ขอเดาว่าคงไม่มีคนแล้ว เพราะกลัวไข้หวัด

ฮา ฮา big smile big smile


ปล. คราวหน้าขอแรงๆ นะขอรับ surprised smile

#12 By พงคุง on 2009-05-24 19:35

ไม่น่าลืมรูปของกินเลย เสียดายๆ

จะยืดหรือไม่ยืดก็ได้ แต่ขอรูปของกินเยอะๆนะ อิอิ

ส่วนการ์ตูนนี่ดูไม่ออก ยอมแพ้ รอเฉลยดีกว่า แหะ แหะ

#13 By NOOPLOY^-^ on 2009-05-24 21:11

ปีหน้าเจอกัน Japan double wink

#14 By Googigg on 2009-05-25 00:46

ถ่ายรูปสวยกว่าผมอีก สวยกว่า 100 เท่าเลย

สวยดีเนอะ อยากไปอีก

การ์ตูนเรื่องนี้ ผมว่าเป็นเรื่อง "สังข์ทอง" มั้งครับ ผมจำท้องฟ้าได้ ฮา

แอบแซวๆ

โอไดบะเอารูปมาลงเยอะๆเลยครับ ผมไปแค่ไม่กี่นาทีเอง

แบ่งเป็น 3-4 เอนทรี่ก็ได้ จะได้ไม่เสียของ เสียดายภาพสวยๆน่ะครับ

อยากไปมั่งงงงงงงงง

#16 By hackerlife on 2009-05-26 13:02