สวัสดีครับมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน คิดถึงผมกันรึเปล่าครับ

 

จากเอนทรี่ล่าสุดที่ผมอัพเดทไปก็เมื่อวันคล้ายวันเกิดของExteen หรือสิ้นเดือนพฤษภาคม พอดิบพอดีเลยล่ะครับ

 

จนถึงวันนี้...สิ้นเดือนมิถุนายนผมก็ได้ฤกษ์มาอัพบล็อกเสียที สำหรับคนอื่นๆอาจจะเป็น June Write แต่ของผมขอเรียกว่า June White จะดีกว่า เพราะแทบไม่ได้เขียนอะไรเลย ปล่อยให้หน้าบล็อกแห่งนี้มีแต่เอนทรี่เดิมๆ และในเดือนมิถุนายนนี้ก็ว่างเปล่าถึงเกือบจะ1เดือนเต็ม

 

อย่างไรก็ดีในเดือนมิถุนายนนี้ มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในบล็อกของผม นั่นคือมี Pages viewed ทะลุ100,000 แล้วล่ะครับ สำหรับหลายๆบล็อกนี่อาจจะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน้อย แต่สำหรับผมตัวเลขนี้เยอะมากๆครับ ขอบคุณสำหรับทุกๆครั้งของทุกๆท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียน ตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานะครับ

 

 

ก่อนอื่นผมขอสรุปเหตุการณ์ตลอด1เดือนที่ผ่านมาก่อนแล้วกันนะครับ

1. วันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นกิจกรรม June Write เป็นวันเปิดเทอมของผม ซึ่งในวันแรกนี้ผมยังสามารถมาอัพบล็อกได้ แต่ผมไม่รู้จะอัพเรื่องอะไร เลยปล่อยผ่านไป

2. วันที่ 2 มิถุนายน ผมยังสามารถหาเวลามาอัพบล็อกได้เช่นกัน แต่ผมก็ไม่ได้อัพ แต่เอาเวลาไปอ่านเอนทรี่จำนวนมากมายมหาศาลที่ถูกอัพในวันนั้น(ที่ผม Add Fav ไว้ มีคนอัพราวๆ100บล็อก จาก300กว่าบล็อก) 

3.วันที่ 3 มิถุนายน เป็นวันพุธ ซึ่งผมได้เรียนวิชาที่รุ่นพี่หลายๆรุ่นพูดต่อๆกันมาว่าการบ้านเยอะและยากที่สุดของการเรียนป.โท ....ซึ่งวันนี้เองที่ทำให้ผมได้การบ้านชิ้นโตมา และหลังจากวันนั้น ผมก็ต้องทำการบ้านไป1สัปดาห์

4.วันที่ 10 มิถุนายน เป็นวันพุธอีกหนึ่งครั้ง การนำเสนอหน้าชั้นผ่านไปได้ด้วยดี เหมือนว่าผมจะมีเวลาว่างจากวิชานี้ แต่การบ้านของอีกวิชานึงส่งในวันพุธถัดไป ....ผมก็ต้องไปทำการบ้านอีก1สัปดาห์ เหมือนสัปดาห์ก่อนหน้านี้

5.วันที่ 17 มิถุนายน เป็นวันพุธอีกครั้ง การนำเสนอของวิชาที่สองก็ผ่านไปได้ด้วยดีอีกเช่นกัน และผมก็ว่างจากงานเร่งด่วนมากขึ้นเพราะไม่มีวิชาที่งานเยอะเท่าเดิมอีกแล้ว แต่ผมก็ยังไม่ได้กลับมาอัพบล็อก จนกระทั่งวันนี้....

 

ส่วนหนึ่งที่ผมหายไปหลังจากงาน2ชิ้นนั้นเสร็จ เพราะผมมีอีกหลายเรื่องต้องสะสางครับ ซึ่งงานหลายๆชิ้นผมคงจะมีภาระผูกพันกับมันยาวนาน และงานเหล่านั้นอาจจะทำให้ผมแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนหลายๆบล็อกน้อยลง คอมเมนท์น้อยลงเหมือนช่วง1เดือนที่ผ่านมา ก็ต้องขออภัยมณี สินสมุทร สุดสาคร ไว้ล่วงหน้านะครับ (ช่วงเดือนนี้ ผมได้อ่านและคอมเมนท์หลายๆบล็อกน้อยลงมากๆเลยล่ะครับ )

 

นอกจากนี้เทอมนี้ผมตั้งใจไว้ว่าผมจะขยันให้มากขึ้น พยายามทำสิ่งต่างๆให้มากขึ้น เพราะคนรอบข้างของผมขยันขึ้นกันหลายคน และมันทำให้เกิดการเปรียบเทียบครับ ว่าผมยังขยันไม่พอ ที่พิมพ์มานี่ไม่ได้หมายความว่าผมเปรียบเทียบเพื่อการแข่งขัน จะเรียนเอาโล่ห์ หรืออะไรนะครับ เพียงแต่ผมคิดว่าผมยังพยายามไม่มากพอ อย่างน้อยๆก็ยังมีอีกหลายคนที่พยายามมากกว่าผม ผมจึงควรปรับปรุงตัวครับ (ยังคงชิวๆกับการเรียนเหมือนเดิม แต่ไม่ทำตัวขี้เกียจเหมือนเดิม อ่านแล้วงงๆมั้ยครับ??)

 

 

ตั้งแต่เปิดเทอมมา....หรือตลอดช่วงระยะเวลาที่ผมไม่ได้มาอัพบล็อกแห่งนี้ทำให้ผมได้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่างให้กับตัวเองครับ ซึ่งหลายๆสิ่งที่ว่านั้น บางอย่างก็มาจากโครงการ June Write ผมขอถือโอกาสนี้พิมพ์เก็บไว้ในเอนทรี่นี้ก็แล้วกันนะครับ

 

แง่คิดที่ผมได้จากโครงการ June Write 

ก่อนอื่นผมขอพูดด้วยประโยคเดิมๆว่า....นี่เป็นเพียงแง่มุมหนึ่งจากความคิดของผม ผมไม่ได้บอกว่าโครงการนี้ไม่ดี ไม่สมควรมีหรอกนะครับ เพราะโครงการนี้ก็ทำให้เกิดเอนทรี่ดีๆ และจุดประกายใหม่ๆขึ้นมากมายเลยล่ะครับ

 

1. ถ้าทุกคนพูดพร้อมกัน ใครล่ะจะเป็นคนฟัง??

ในช่วงเปิดเทอมมาเวลาผมลดน้อยลงก็จริงครับ แต่จำนวนบล็อกที่อัพมีเพิ่มขึ้นมหาศาล สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ ผมอ่านไม่ทันครับ ...ผมเชื่อว่าถึงผมจะมีเวลามากขึ้น ผมก็ยังมีโอกาสที่จะอ่านไม่ทันอยู่ดีน่ะครับ หลายๆคนอาจจะแนะนำให้ผมอ่านย้อนหลัง แต่เนื่องจากยังอยู่ในช่วงโครงการ June Write ทำให้หลายๆบล็อกก็อัพเอนทรี่ขึ้นมาอีก ถ้าผมอ่านของเก่า ผมก็จะอดอ่านของใหม่ต่อไปเรื่อยๆ

 

ซึ่งก็ทำให้ผมคิดว่ามันเป็นภาพเปรียบเทียบว่า "ในช่วงเวลาที่ทุกคนแย่งกันพูด จะทำให้ไม่มีคนฟังครับ" เพราะคนฟังจะไม่สามารถฟังคนหลายๆคนพูดได้ทัน และจากกรณีข้างต้นเมื่อมีคนอัพบล็อกเยอะขึ้น คนอ่านก็ต้องใช้เวลาอ่านมากขึ้น และคอมเมนท์น้อยลง ผมคิดว่ามันก็เหมือนกับตอนที่แย่งกันพูด แล้วไม่มีคนฟัง หรือถ้ามีคนฟัง คนฟังก็จะนั่งฟังอย่างเดียว ไม่เสนอแนะอะไร

 

ผมเชื่อว่า June Write ได้สะท้อนให้ผมเห็นภาพจำลองขนาดย่อมๆของบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกนี้จริงๆครับ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องเลือก ผมจะเลือกฟัง(อ่าน) จากคนที่ผมเชื่อว่าจะให้สาระและบันเทิงกับผมเป็นประจำ และผมก็อ่านบล็อกที่ผมนานๆเข้าไปสักครั้งน้อยลง หรือเข้าไปอ่านบล็อกที่เพิ่งจะรู้จักได้ไม่นานน้อยลง  ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ก็คล้ายๆกับการผูกขาดทางการตลาด ในกรณีที่มีผู้ขายสินค้าประเภทเดียวกันหลายราย(บล็อก) และมีงบประมาณที่จำกัด(เวลา) ถ้าให้ผมเลือกที่ราคาเท่ากันแล้ว(ใช้เวลาเท่ากัน) ผมย่อมเลือกรายที่ผมเชื่อถือและมีชื่อเสียงมานานกว่านั่นเอง

 

พูดไปพูดมา มาสรุปออกแนวการตลาดได้ยังไงเนี่ย

 

2. ด้วยเวลาที่จำกัดและเร่งรีบ คุณภาพของผลงานที่สร้างสรรค์ออกมาอาจจะลดลง

หัวข้อนี้ผมไม่ได้เจตนาจะพาดพิงใครหรือบล็อกไหนนะครับ แต่ผมเชื่อว่าสิ่งนี้น่าจะเกิดขึ้นจริงกับหลายๆคน...หัวข้อนี้ได้มาจากที่ผมเคยเร่งรีบที่จะเขียนเนื้อหาในเอนทรี่ก่อนๆที่ผมเคยโพสต์ไว้ แล้วพอมองย้อนกลับไป ผมจะรู้สึกว่าผมน่าจะเขียนได้ดีกว่านั้น แต่เพราะผมรีบร้อน และเร่งรัดตัวเอง

 

นี่เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้ในช่วง2วันแรกผมไม่อยากอัพบล็อก แม้จะอยากเข้าร่วม June Writeก็ตามครับ ...ผมรู้สึกว่า ยิ่งมีบล็อกอัพมากขึ้น คนอ่านก็มีเวลาอ่านเฉลี่ยต่อบล็อกน้อยลง ถ้าผมอัพสิ่งที่ทำให้คนอ่านเสียเวลา โดยไม่ได้อะไรกลับไป สู้ให้เวลาตรงส่วนนั้นคืนกับคนอ่าน และให้คนอ่านได้ไปอ่านบล็อกอื่นมากขึ้นจะดีกว่าครับ

 

3. ความพยายาม...ไม่สูญเปล่า

ผมเชื่อว่ามีหลายๆคนที่พยายามที่จะเขียน30วัน30เอนทรี่ให้ได้ และถึงแม้ว่าจะทำไม่ได้ อย่างน้อยต้นไม้ก็ขึ้นไปสูงมากๆ ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าในช่วงเวลา30วันที่ผ่านมา หลายๆคนได้พยายามที่จะเขียน แม้ว่าจะไม่ใช่ต้นไม้ที่สูงที่สุด แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นต้นไม้ที่สูง และสูงด้วยความพยายามอยู่ดี ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าการไม่เริ่มพยายามทำอะไรเลย และปล่อยให้ต้นไม้มีแต่ตอนั่นเอง...(เหมือนบล็อกที่มีต้นไม้ที่มีแต่ตอมา29วันอยู่ตรงนี้ )

 

4. จะเริ่มช้าหรือเริ่มเร็ว ไม่สำคัญเท่ากับ เริ่มแล้วหรือยัง

ถึงแม้ต้นไม้ของผมจะไม่สูงเสียดฟ้าเหมือนใครๆ และผมเริ่มต้นกิจกรรมนี้ช้ากว่าคนอื่น(มาก!!!) แต่ต้นไม้ของผมก็บานออกมาได้เช่นกันครับ  

 

 

ปล. ขอบคุณอีกครั้งสำหรับตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา และยอด Pages Viewed ทะลุแสนครับ

ปล2. ขอแถมนิดหน่อยกับหนัง2เรื่องที่ผมได้ดูไป ....UP กับ Transformer 2 สนุกและดีทั้งสองเรื่อง ถ้ามีโอกาสลองไปดูกันนะครับ

ปล3. หลังจากนี้ผมอาจจะไม่มาอัพบล็อกบ่อยเท่ากับช่วงก่อนหน้านี้แล้ว อาจจะหากหายหน้าหายตาไปพักใหญ่ๆ หรืออาจจะกลับมาอัพเร็วๆนี้ ขึ้นอยู่กับเวลาที่มี และโอกาสที่เอื้ออำนวยนะครับ

ปล4.(แถม) ถ้าบอกว่าจงใจรอมาอัพวันสุดท้ายเพื่อเล่นมุก June White จะมีใครเชื่อมั้ยครับ

 

แล้วพบกันใหม่ เมื่อโอกาสหน้ามาถึง

 

สวัสดีครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอเดินสายไปรดน้ำเพื่อนบ้านวันสุดท้ายกับกิจกรรม June Write 30 Day 30 Entry สะหน่อยแล้วกันนะคร๊า งั้นเอาไป 10 ถังเลยแล้วกัน แล้วเจอกันใหม่กับเรื่องราวในวันต่อไปคะ
ท่าทางงานเยอะจริงๆนะครับเนี่ย เพราะไม่อัพเลย sad smile

แต่กิจกรรมนี้ก็ให้ผมอะไรเยอะเหมือนกันนะครับ big smile

#2 By NOT_KUNG on 2009-06-30 23:18

ผมขอมานั่งอ่านบ้างครับ

ชอบเอนทรี่นี้อย่างบอกไม่ถูก

cry cry cry

#3 By พงคุง on 2009-06-30 23:19

ผ่านโดยดี ผมตามอ่านไม่หมดเหมือนกันครับ พูดพร้อมกันฟังไม่หมดแน่ sad smile
ถึงแม้จะไม่มีบทนำ รวมถึงเนื้อหา
แต่ก็มีบทสรุปที่โผล่มาจบได้งดงามครับ confused smile

#5 By oatato on 2009-06-30 23:55

อัพเหนื่อยอ่านเหนื่อยจริงๆ
เดือนนี้sad smile

#6 By wesong on 2009-07-01 00:17

งานมาเยอะมาก
สู้ๆนะคับ

ตอนแรกพอตามอ่านทัน แต่หลังๆชักขี้เกียจอ่าน เยอะมาก
อัพกันทีเดียวหลายบลอค เลยได้แต่รดน้ำและจากไป...
sad smile
แต่ก็ทำให้เรารู้ว่า เอาจริงๆเราก็ขยันได้เนอะ

#7 By Silver_Moony on 2009-07-01 00:58

ดอกทานตะวันดอกนี้แนวมาก

เท่ห์พอๆกับดอกที่สูง 30 วันเลยครับ confused smile

#8 By Dawnbringerz on 2009-07-01 01:00

ยังดีที่ได้ยินเสียงค่ะ ^_^ กิจกรรมก็เป็นแค่กิจกรรมเนอะ ไม่ได้บังคับให้เราร่วม ยิ่งยุ่งๆยิ่งไม่ควรจะไปฝืนมันค่ะ

กลัวอัพแบบไม่มีคุณภาพเหมือนกันถึงต้องใช้เวลามากทุกวัน @_@; เดือนนี้คงไปทำอย่างอื่นบ้างแล้วค่ะ

#9 By Hayashi Kisara on 2009-07-01 04:35

เข้าช่วงJune Writeก็เริ่มเลือกอ่านกับลดการเมนท์เหมือนกัน บล็อกอัพกันเยอะจริงๆsad smile

ปล สู้ๆกับการเรียนนะครับbig smile
ผมเห็นด้วยกับข้อ 2. แต่ไม่เห็นด้วยกับข้อแรกนิดหน่อย

ผมกลับชอบกับกิจกรรม June Write มาก (ถึงตัวเองจะไม่ได้เขียนเลยก็ตาม เพราะกิจกรรมมาช่วงงานเข้า แถมพองานเริ่มลดคีย์บอร์ด notebook ที่บ้านก็ดันเจ๊ง!) กิจกรรมนี้ทำให้บล้อกหลายๆคนได้มีโอกาส hot post มากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีตัวเลือกให้ผมได้อ่านสาระหลายๆเรื่องมากขึ้นเหมือนกัน นักอ่าน(มากกว่านักเขียน)อย่างผมเลยสนุก กับการตามไปอ่าน recent post ของชาวบ้านที่ไม่เคยรู้จักเขาเลย (เข้าไปเกรียนก็มี ขอบอก)

ส่วนข้อ 4. ผมรู้สึกว่านี่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดอ่านหนังสือสอบเอ็นท์ เพราะงั้นจะเริ่มหรือไม่ ย่อมไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย
แต่ก็ขอยินดีกับคนที่สุดท้ายต้นไม้ออกดอกเป็นทานตะวันนะ

double wink

#11 By Evan Yzac -- The Crow on 2009-07-01 10:41

คิดถึงครับคุณเฟธ big smile

พร้อมก็เขียนนะครับconfused smile

#12 By redtear on 2009-07-01 14:44

เห็นด้วยกับเรื่องที่ว่า ยิ่งพยายามหาอะไรมาปั่น คุณภาพก็ยิ่งตกลงเหมือนกันครับ...ก็เลยไม่ได้ซีเรียสมาก ว่าจะต้องอัพต่อเนื่องเป็นชุดๆ เยอะๆเหมือนคนอื่นเค้า...สุดท้ายได้มา 7 เอนทรีในหนึ่งเดือน ก็ถือว่า ทำลายสถิติสูงสุดตั้งแต่เขียนบล็อกมาเหมือนกัน แอบภูมิใจคนเดียวก็ได้ฟระ ฮา~confused smile

ขอให้เรียนอย่างมีความสุขนะครับ

#13 By Zieghart on 2009-07-02 16:53

อัพแค่วันสุดท้ายได้ดอกใหญ่เลยอะ เท่ห์ดี big smile

#14 By NOOPLOY^-^ on 2009-07-02 22:32

คิดอยู่้เหมือนกันค่ะ ว่าหายไปนานเลย ไม่ได้แวะมาบล๊อกนี้นานเลยเรา
ของอาจารย์ก็อัพบ้าง ไม่อัพบ้าง แล้วแต่อารมณ์และเวลาค่ะ open-mounthed smile open-mounthed smile