MyLife

เรื่องของแว่น

posted on 24 Sep 2009 00:03 by mahado  in MyLife, To-Think

สวัสดีครับ มิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมกลับมาอัพบล็อกหลังจากหายหน้าหายตาไปหลายวัน ที่จริงผมยังสอบไม่เสร็จครับ แต่วันนี้รู้สึกอยากเขียนบล็อกมากกว่าอยากอ่านหนังสือ เลยแวะมาอัพกันบล็อกบูดซะหน่อย

 

เรื่องที่ผมจะนำมาเล่าในวันนี้เป็นเรื่องของแว่นครับ ซึ่งก็ไม่ใช่ชื่อใครที่ไหน แต่เป็นแว่นยาย เอ้ย แว่นตา ที่คนสายตาสั้นมักจะใส่กันนั่นเอง

 

เมื่อไม่นานมานี้ ผมตัดสินใจว่าจะไปตัดแว่นใหม่ครับ ซึ่งผมล็อคสเปคไว้ว่า ผมจะเอาแว่นกรอบสีดำครับ ซึ่งจะต้องเป็นสีดำสนิท เหมือนกับแว่นอันเก่าของผมเมื่อหลายปีก่อนที่ตอนนี้เยินมากๆแล้ว สาเหตุที่ผมเลือกกรอบสีนี้ไว้ เพราะผมรู้สึกว่าเป็นสีของกรอบที่น่าจะเข้ากับหน้าผมที่สุด (คิดเองเออเองทั้งนั้น ฮ่าๆๆ )

 

เมื่อเลือกสเปคแว่นไว้ได้ในใจแล้ว...ผมก็ไปเลือกแว่น ซึ่งก็ได้กรอบสีดำสมใจ และกรอบดูจะหนากว่ากรอบทุกอันที่ผมเคยใส่ด้วยซ้ำไปครับ ที่จริงเมื่อ2-3ปีก่อน ผมก็ใส่กรอบดำ แต่ข้างในมันเขียวสว่างมากๆครับ(มีข้อคิดจากกรอบด้วยล่ะครับ ถ้าใครเคยอ่านบล็อกผมเมื่อหลายปีก่อนน่าจะเคยอ่านกัน) ซึ่งผมก็ยังรู้สึกว่ามันยังฉูดฉาดไปสำหรับผม แต่กรอบดำสนิทและหนาหน่อยๆนี่ล่ะ ที่ผมอยากได้ แต่ผมไม่ได้ใส่แบบนี้มาหลายปีแล้ว เมื่อเลือกได้แล้วก็รอให้ร้านตัดแว่นให้ครับ


ระหว่างที่ยังไม่ได้แว่น ผมก็ลองมาเปรยๆให้เพื่อนฟังขำๆ ว่าจะเปลี่ยนแว่นเป็นกรอบสีดำสนิท...

 

"จะดีเหรอ เราว่ากรอบสีดำมันดูเนิร์ดนะ" เพื่อนผมบอก

 

"แล้วตอนนี้ที่ใส่อยู่ ไม่เนิร์ดเหรอ" ผมถามกลับ (กรอบแว่นของผมเป็นสีเงินๆเทาๆ)

 

"ก็เนิร์ด"


อืม....สรุปว่า ไม่ว่าผมจะใส่กรอบไหนมันก็เนิร์ดอยู่ดี เพราะฉะนั้นผมก็คงไม่ต้องมานั่งคิดว่าจะใส่กรอบไหนให้มันไม่เนิร์ด เพราะยังไงๆหน้าของผมมันก็เนิร์ดอยู่แล้วสินะ ฮ่าๆๆ

 

ผมคิดว่าบางครั้งคำพูดของคนรอบข้างเราอาจจะทำให้เราไขว้เขวจากสิ่งที่เราจะทำ หรือทำไปแล้วได้นะ การใส่แว่นกรอบดำอาจจะทำให้หลายๆคนดูเนิร์ดขึ้น ดูเชย แต่อย่างผม ถึงใส่กรอบสีอื่นมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรอยู่ดี เพราะฉะนั้นมันก็อยู่ที่เราทั้งนั้นว่าจะเลือกไปทางไหน บางทีมันอาจจะเหมือนกับนิทานเรื่อง คนแก่กับเด็กที่จูงม้า ไม่ว่าจะให้ใครขึ้นไปขี่ม้า หรือ เดินจูงม้าไป ก็โดนคนรอบข้างติได้อยู่ดี

 

เราไม่จำเป็นต้องเชื่อในทุกสิ่งทุกอย่างที่คนรอบข้างบอก เพราะถ้าเราเชื่อทุกอย่างที่คนอื่นพูด เราก็คงจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป ทั้งนี้ผมใช้คำว่า"เชื่อ" เพราะถึงเราจะไม่ได้"เชื่อ"ทุกอย่างที่เขาพูด แต่เราก็ควร"ฟัง"สิ่งที่คนรอบข้างพูดหรือตักเตือนบ้าง เพราะบางครั้งการเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียตามมาได้เช่นกัน

 


เอาล่ะครับ ก็คงได้แง่คิดกันไปพอหอมปากหอมคอ ....แต่เอนทรี่นี้ยังไม่จบเท่านั้นหรอกครับ เพราะเรื่องด้านบนน่ะ แค่เกริ่นๆ ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยอ่านเรื่องแนวๆนี้กันมาหลายรอบแล้ว ที่จริงยังมีอีกเรื่องนึงครับ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแว่นครั้งนี้เช่นกัน

 

ก่อนหน้านี้ผมมีแว่นอยู่หลายอัน แต่มีแค่ไม่กี่อันเท่านั้นที่เป็นสีดำสนิท ทั้งๆที่ผมคิดว่าผมชอบสีนี้แล้วนะ แต่ผมก็ต้องแคล้วคลาดกับแว่นสีที่ผมอยากใส่ไปทุกที ด้วยเหตุผลง่ายๆ2ประการ คือ "แฟชั่น" และ "นิวลุค"

 


เอาเรื่องแรกก่อนครับ "แฟชั่น"

 

ผมเป็นคนไม่ค่อยตามกระแสหรอกครับ ไม่ว่าตอนนี้แฟชั่นฮิตใส่แว่น สีเขียว สีส้ม สีแดง สีเหลือง สีน้ำตาล ศรีธัญญา สีทนได้ อะไรก็ว่าไป คอนเซปในการเลือกแว่นของผมคือ เอาแบบเรียบๆ แล้วแว่นมีความทนมือทนเท้า และทนรับน้ำหนักของผมได้ในบางครั้งก็พอ

 

แต่ว่าคนที่ไปช่วยผมเลือกแว่น มักจะพอรู้กระแสบ้าง ว่าตอนนี้ฮิตแบบไหน และคนขายก็ต้องรู้ว่าตอนนี้วัยรุ่นนิยมใส่แบบไหนกัน (อันนี้พูดรวมถึงสมัยผมยังเป็นวัยรุ่นด้วยนะครับ ...ตอนนี้ก็วัยรุ่นตอนปลายๆละ :p)  ซึ่งทุกคนรอบข้างผมก็มักจะแนะนำแว่นรุ่นใหม่ๆให้ผม และให้เหตุผลกับการไม่เลือกแว่นกรอบสีดำ หนาๆ กรอบตรงๆ ว่าเชย ไม่ทันสมัย เรียบไป ดูแก่ไป ดูเด็กเรียนไป บลาๆๆๆ

 

แล้วสุดท้ายเป็นยังไงเหรอครับ ผมก็ได้แว่นซึ่งไม่ใช่สีที่ผมต้องการกลับมา พร้อมกับความรู้สึกสบายใจขึ้นว่า ถ้าใส่แว่นนี้แล้วเราจะดูเด็กเรียนน้อยลง(ดูเนิร์ดน้อยลง) ซึ่ง...ที่ผ่านมาไม่เคยมีแว่นอันไหนทำได้

 

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมต้องการจะบอกหรอกครับ สิ่งที่ผมต้องการจะบอกก็คือ ไอ้แฟชั่นนี่มันก็แปลกนะ....ไม่ทันไรไอ้กรอบหนาๆ กรอบใหญ่ๆ สีดำเนี่ย มันกลับมาฮิตครับ พี่น้อง .....ไปสังเกตตามร้านขายกรอบแว่นได้ มีแว่นกรอบดำออกมาขายเพิ่มขึ้นเพียบ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มันมีให้เลือกน้อยมากๆ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะกระแสของเกาหลีที่ทะลักเข้ามาในบ้านเรา เหมือนว่าดาราเกาหลีจะใส่แว่นแนวๆนี้กัน มันเลยกลับมาฮิตล่ะมั้งครับ

 

แล้วเป็นยังไงครับ???

 

พอผมจะเปลี่ยนแว่น หลายๆคนก็เริ่มแนะนำให้ผมไปใส่แว่นกรอบสีดำ ทรงเหลี่ยมๆ แทนที่แว่นอันเดิมที่เคยฮิต....ซึ่งไอ้แว่นสีนี้ทรงนี้เนี่ย ผมอยากใส่มาเป็นปีๆแล้ว แต่ไม่เห็นมีคนบอกว่าดีสักที จนกระทั่งมันกลับมาฮิต แบบนี้ควรจะเรียกว่าผมนำหน้าแฟชั่น เพราะฮิตก่อนชาวบ้านเค้าเป็นปีๆ หรือ ผมเป็นพวกเชยๆชอบใส่กรอบเดิมๆกันแน่

 

แฟชั่นนี่เอาใจยากแฮะ....

 

เรื่องต่อมา "นิวลุค"

 

อาจจะดูเป็นเหตุผลแปลกๆ แต่มีคนบอกว่าถ้าเปลี่ยนแว่น ก็ควรจะให้คนรู้สึกว่าเปลี่ยน เช่นถ้ากรอบเดิมใส่สีดำ กรอบใหม่ไม่ควรจะใส่สีดำ นี่เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้แว่นเดิมของผมเป็นสีเงิน เพราะอันก่อนหน้านั้นข้างนอกดำ ข้างในเขียว ถ้าซื้อสีดำสนิทมันจะคล้ายกันเกินไป ผมก็เออออไปตามนั้นครับ ซึ่งถ้าพูดกันจริงๆแล้วเหมือนว่าแว่นกรอบสีเงิน จะเป็นแฟชั่นในช่วงนั้น แต่เมื่อพิจารณาดีๆแล้วมันเป็นสีที่ไม่เข้ากับหน้าผมมากๆ เพราะมันทำให้หน้าผมจืดลงไปเยอะเลยล่ะครับ

 

แต่ ณ ตอนนั้น ใส่กรอบสีเงินก็เพื่อนิวลุค....??

 

ที่จริงตอนใส่แว่นสีเงินไม่มีใครทักเลยว่าผมหน้าจืด จนกระทั่งตอนที่ผมกำลังจะเปลี่ยนมาใส่กรอบสีดำ ผมลองพูดให้คนรอบข้างฟังว่าผมคิดว่าผมใส่กรอบสีนี้แล้วหน้าจืด ...มีแต่คนเห็นด้วย

 

แต่ตอนเลือกแว่นไม่มีใครเห็น เพราะมันเป็นนิวลุค

 

......อืม การเปลี่ยนแปลงนี่ดีแฮะ ถ้าเรายังไม่ชินกับมัน เราอาจจะมองไม่เห็นข้อเสียของมัน เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นบทเรียนว่า จะเปลี่ยนแปลงอะไรก็ควรคิดให้รอบคอบก่อน

 


สุดท้ายนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจว่า แค่การที่ผมใส่แว่นกรอบสีเดิมๆ ทรงเดิมๆ มันจะทำให้ผมเป็นคนล้าสมัย หรือ เป็นคนทันสมัยได้เลยหรือ ทั้งๆที่ทุกสิ่งที่พูดมา มันก็แค่แฟชั่น ไม่แน่ซะหน่อยว่าไอ้สิ่งที่ทำ สิ่งที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้ ในอนาคตมันอาจจะเชย แล้วไอ้สิ่งที่เคยถูกเรียกว่าเชย มันอาจจะกลับมาทันสมัยก็ได้ และไอ้นิวลุค หรือการเปลี่ยนแปลงที่ว่ามันก็อาจจะไม่ทำให้เราดูดีขึ้นเสมอไป มันอาจจะเหมือนเดิมหรือแย่ลงก็ได้ ทำไมจะต้องนิวลุคมันซะทุกครั้งไป

 

แต่ผมแน่ใจอยู่อย่างนึง...สาเหตุที่ผมได้แว่นใหม่เป็นสีดำสมใจอยาก ไม่ค่อยมีคนคัดค้าน เพราะตอนนี้มันยังไม่หลุดไปจากแฟชั่นมากนัก และมันเป็นนิวลุค ถ้าเทียบกับแว่นกรอบเดิมของผม

 


แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้า

 

สวัสดีครับ